7 วิธีการรับมือการเปลี่ยน Facebook Algorithm ปี 2018 (EP.2สำหรับการใช้ช่องทางอื่น)

7 วิธีการรับมือการเปลี่ยน Facebook Algorithm ปี 2018 (EP.2สำหรับการใช้ช่องทางอื่น)
Key Highlights:
  • การเดินทางของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์เป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาด
  • Instagram เป็นอีกหนึ่งช่องทางในเครือข่ายของเฟสบุ๊ค ที่มีประสิทธิภาพ
  • Twitter ช่องทางที่คนรุ่นใหม่ปลีกตัวการใช้ โซเชี่ยลมีเดีย
  • ใช้ SEO ให้ถูกหลักส่งผลให้ผลลัพธ์ในการทำการตลาดดีขึ้น
  • เชื่อมโยงหลายช่องทางในการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย
  • ไม่มีคำว่าสายเกินไป สำหรับเริ่มต้นวางกลยุทธ์การทำการตลาด

 

เมื่อวานนี้เราพูดถึง 7 วิธีการรับมือสำหรับการปรับเปลี่ยน Algorithm บนเฟสบุ๊ค ปี 2018

ที่เราสามารถจัดการบริหารได้ภายในช่องทางเฟสบุ๊ค สำหรับบทความนี้เราจะขอพูดถึงช่องทางอื่นๆที่ไม่ใช่เพียงแค่การใช้เฟสบุ๊คเพียงอย่างเดียว อย่างที่เราทราบกันดีซึ่งแน่นอนว่าสถิติของการเข้าถึงสำหรับ  Link Content ที่มาจากเว็บไซต์ ถูกตัดถอนออกกระจุยกระจาย

ในช่วงเวลาเดือนกว่าที่ผ่านมา ทำให้คนที่ยังคงยึดติดกับเฟสบุ๊คเป็นช่องทางหลักต้องช็อคไปตามๆกัน …

แต่สำหรับใครที่ได้เตรียมอีกช่องทางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Google ads, Line@, Instagram, Linkedin, Event marketing, Email marketing, SMS marketing และอื่นๆอีกมากมาย ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดขึ้นน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

คำถามคือแล้วสำหรับช่องทางข้างนอกเราควรเดินกลยุทธ์ต่อไปอย่างไรดี

 

1.Customers Journey Analysis

เริ่มต้นจากการวิเคราะห์สุดคลาสสิค ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ B2B หรือ B2C ก็ต้องกลับมาวิเคราะห์ Customers Journey กันอีกครั้ง ว่าช่องทางไหนที่ลูกค้าเดินทางผ่านก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า / บริการของเรา และเรายังไม่ได้ใช้ช่องทางนั้นให้เกิดประโยชน์อาจเป็นเพราะเราคิดว่าการเริ่มช่องทางอื่นๆ นั้นยากกว่าการเริ่มที่บนเฟสบุ๊ค แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้เป็นอย่างที่เคยคาดหวังอีกต่อไป

customer joutney
ภาพจาก : https://econsultancy.com/blog/68958-the-five-key-steps-towards-understanding-the-customer-journey-and-where-most-marketers-are-stuck

อาทิเช่น หากใครมีธุรกิจที่เป็น B2B เราขอแนะนำให้เริ่มต้นโฟกัสในการพัฒนาเว็บไซต์ และใช้โฆษณากับ Google พร้อมเน้นหนักเรื่องของ SEO ( Search Engine Optimization) ดูบ้าง เพราะเป็นอีกช่องทางที่ลูกค้าสุดคุณภาพ พร้อมความต้องการเกือบร้อยเปอร์เซ็นกำลังมองหาสินค้า หรือ บริการจากคุณอยู่

 

2.เชื่อมต่อช่องทางพันธมิตร อย่าง Instagram

หลายๆท่านคงทราบดีว่า Instagram เป็นอีกหนึ่งช่องทางในเครือข่ายของเฟสบุ๊ค จึงไม่แปลกที่หลังจาก Instagram ถูกเฟสบุ๊คซื้อไป ก็เริ่มมีฟังก์ชั่นหลากหลายให้ทั้ง Users ได้เล่น และให้ทั้งนักโฆษณาได้มีพื้นที่ในการโฆษณาอีกด้วย จากการรายงานข่าวของทาง Bangkok Post 

ได้กล่าวไว้ว่าในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมาประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีเปอร์เซ็นในการเติบโตในจำนวนผู้ใช้ Instagram มากที่สุดในประเทศภาคพื้นอาเซียน ถึง 17.7% และจะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องสูงไปจนถึงปี 2021ด้วยจำนวนผู้ใช้ถึง 16.4 ล้านคน นับว่าเป็นการเติบโตที่เร็วและสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ใช้ Instagram เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา

และในช่วงมิถุนายนที่ผ่านมา Instagram ก็ได้ปรับโฉมใหม่อัพเดทฟังก์ชันให้การใช้ Instagram เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำ Social Commerce มีความน่าสนใจมากขึ้นโดยเริ่มต้นจาก

Instagram-Topic-Channel
ภาพจาก https://thepreviewapp.com/topic-channels-instagram-explore-page-work-use/

Instagram Topic Channel ที่เริ่มมีการ Classify ประเภทของคอนเทนต์ที่น่าจะตรงกับความสนใจและพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยเชื่อมโยงจากการใช้ Hashtag ของคอนเทนต์ต่างๆก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับสิ่งที่ตัวเองสนใจมากขึ้น ใช้เวลานานมากขึ้นในการสัมผัสคอนเทนต์ที่ตรงใจผ่านช่องทาง instagram  

Video Chat Function ที่เอื้ออำนวยไปถึงการสื่อสารผ่านวิดีโอได้เป็นที่เรียบร้อย เรียกว่าพยายามใส่ความ Human to Human ให้ ผู้ใช้รู้สึกว่าทีนี้เป็น secret place มากขึ้นสำหรับพวกเขา เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมาผู้ใช้ Social Media รุ่นใหม่ต่างปลีกตัวเองหันมาใช้ช่องทางอื่นๆที่ไม่ใช่เฟสบุ๊คมากขึ้นเนื่องจากพวกเขารู้สึกว่าพื้นที่ส่วนตัวบนเฟสบุ๊คมีกลุ่มคนที่เขาไม่อยากให้เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตคือผู้ปกครองนั้นเอง Instagram กับ twitter จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้

IGTV
ภาพจาก https://www.gsmarena.com/igtv_is_a_vertical_video_platform_from_instagram_to_go_against_youtube-news-31787.php

IGTV , Ask Question Function  ก็เป็นอีกสองฟังก์ชั่นที่ดึงเวลาของ Users ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ได้มากกว่าคอนเทนต์ที่อยู่ใน เฟสบุ๊คด้วยซํ้าไป จึงไม่แปลกว่าทำไมธุรกิจที่หันมาจับ Instagram ก่อนหน้านี้จึงได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของเฟสบุ๊คไม่มากเท่าไหร่ เพราะ instagram ก็ยังมีช่องว่างให้ธุรกิจเติบโตด้วยงบประมาณไม่เยอะมากเท่าเฟสบุ๊คอยู่ และมีความเป็น Personalized มากกว่าจึงทำให้เกิด Quality Engagement หรือความสัมพันธ์เชิงคุณภาพระหว่างผู้ติดตาม ลูกค้า และแบรนด์ได้ดีกว่าเฟสบุ๊ค ณ ปัจจุบัน

ประกอบการฟังก์ชั่น IG Shop Cart ที่สามารถให้ลูกค้ากดเลือกซื้อสินค้าจากโพสต์คอนเทนต์ได้เลย และสำหรับการช้อปปิ้งผ่าน IG Stories ก็กำลังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราน่าจะได้เห็นฟังก์ชันเหล่านี้เร็วๆนี้แน่นอนค่ะ

 

3.ใช้ Twitter บ้าง ติดจรวดการ Interact กับลูกค้าบ้าง

จากสถิติของ Statista จำนวนผู้ใช้ ทวิตเตอร์ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2014-2019 จะมีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ก้าวกระโดดเช่นเดียวกับ Line หรือ Instagram แต่เจนเนอร์เรชั่นรุ่นใหม่ก็เข้าไปร่วมเป็นสมาชิกของ Twitter ไปที่เรียบร้อยด้วยจำนวนประมาณกว่า 4 ล้านแอคเค้าสำหรับการใช้ Twitter ในประเทศไทย

กรณีศึกษาของธุรกิจในสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว คือธุรกิจ อาหารเช้าแบบ Fastfood ที่ชื่อว่า Wendy’s  ที่ใช้ Twitter เป็นตัวตั้งตัวตีความกวนของทีมแอดมิน ในการตอบคำถามลูกค้าวัยรุ่นได้เป็นอย่างดีจนถึงดูดให้วัยรุ่นมารับประทานที่ Wendy’s ด้วยความสนุกและเอ็นจอยทุกช่วงเวลาที่ มีการ Tweet โต้ตอบคำถามกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

Twitter ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คนรุ่นใหม่ปลีกตัวการใช้ โซเชี่ยลมีเดียที่ต้องการพื้นที่ที่ปราศจากผู้ปกครอง ออกมา ตัวเลือกที่เหลือตอนนี้ก็น่าจะเป็น Twitter มาเป็นอันดับหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย

twitter
ภาพจาก http://mediashift.org/2017/10/remix-teaching-ethicalreporting-140-characters/twitter-from-pixabay/

แต่สำหรับการใช้ Twitter จะเหมาะกับธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ในช่วงวัยรุ่นประมาณอายุ 18-24 ปีเทคนิคในการใช้ Twitter ให้เกิดผลไม่แตกต่างกับการใช้ Instagram แต่ต้องเพิ่มความ Dynamic มากกว่าปกติ แน่นอนว่ากลุ่มผู้ใช้มอง Twitter เป็นแหล่งการกระจายข่าว และ ช่องทางในการ Interact ซึ่งกันและกันอย่างรวดเร็ว หากคุณคิดว่าพร้อมแล้วในการสร้างรากฐานผ่าน Twitter อย่าลืมเรื่องจุดประสงค์ในการใช้ว่าอาจจะไม่ใช้เพื่อเรื่อง Social Commerce เหมือน Instagram กับ Facebook แต่น่าจะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการสร้างสายสัมพันธ์ความสนิทระหว่างแบรนด์คุณกับลูกค้ารุ่นใหม่ให้แน่นแฟ้นกันเร็วและมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

4.การใช้ SEO ให้ถูกหลักสำหรับธุรกิจ

ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ เพราะถึงแม้ว่าเวลาที่คนไทยใช้ไปกับเฟสบุ๊คจะถูกกินเวลาไปอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน แต่ยังคงมีช่วงเวลาอื่นๆที่เราก็คนหาข้อมูลที่เราต้องการผ่าน Google Search มากกว่า Facebook Search ลักษณะการค้นหาในแต่ละช่องทางก็จะมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การค้นหาผ่าน  Google ของคนส่วนใหญ่จะเป็นการค้นหาปัญหาที่ต้องการคำตอบที่แท้จริง จึงเป็นตัวคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการแล้วชั้นเยี่ยม ส่วนการค้นหาในเฟสบุ๊คคือการใช้ชื่อแบรนด์มาค้นหาเพื่อทำความรู้จักแบรนด์นั้นๆ ผ่าน Business fan page มากขึ้น

เพราะฉะนั้นแล้ว การใช้ SEO ให้ถูกหลักจึงไม่ควรเกิดขึ้นแค่ในช่องทางใดช่องทางหนึ่งแต่ควรใช้ให้ได้ผลลัพธ์ ทั้ง Social media และ Search engine สำหรับหลักการใช้ SEO ให้เกิดผลลัพธ์สามารถอ่านผ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ Experience สร้างประสบการณ์บนเว็บไซต์ให้ผู้บริโภคจดจำไม่มีวันลืม

 

5.เชื่อมโยงช่องทางแต่ละช่องทางเข้าหากัน

นอกจากการเลือกใช้ช่องทางต่างๆ ที่ไม่ใช่เฟสบุ๊คแล้ว เราสามารถเชื่อมต่อช่องทางต่างๆให้เอื้ออำนวยต่อเวลา โอกาส และรายได้ให้กับธุรกิจของเราอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการ Connect คอนเทนต์จาก Twitter เข้าสู่เว็บไซต์ เพื่อเปิดประตูอีกช่องทางในการสร้าง Traffic ในเว็บไซต์ และเชื่อมกับการทำโฆษณาของเฟสบุ๊คโดยการติด Pixel และนำ Data Base เหล่านั้นมาทำเป็น Custom Audience ที่มีการกรองความสนใจผ่านช่องทาง Twitter เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรียกได้ว่านอกจากการเปิดช่องทางเพิ่ม ช่องทางใหม่ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังได้การคัดกรอง และ ดึงดูด กลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจมากกว่า 30-50% ให้มากขึ้นในทุกๆวันอีกด้วย

conncet-social-media

การเชื่อมต่อระหว่าง Instagram กับ Bot Messenger ก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่เราสามารถสร้างการเดินทางของ Social Commerce ของลูกค้าได้อย่างราบรื่น ตรงนี้เราของแนะนำให้ลองไปศึกษา Third Party Platform สำหรับการสร้างแชทบอทได้ที่ Manychat , Chatfuel และช่องทางอื่นๆที่เป็นตัวเลือกในตลาดอีกมากมายค่ะ

สำหรับวิธีการรับมือข้อที่ 5 นี้ถือว่านอกจากจะเป็นการเปิดประตูหลายๆบานแล้ว เราต้องรู้จักสร้างสะพานส่งต่อ ขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น จากช่องทางหนึ่งไปอีกช่องทางหนึ่งด้วย

 

6.สร้างคอนเทนต์คุณภาพเฉพาะกลุ่ม ….

การสร้างคอนเทนต์คุณภาพ เป็นประโยคสุดจำเป็นและคลาสสิคที่ไม่ว่าคุณจะหาแหล่งความรู้จากที่ไหนคุณก็จะเจอเกี่ยวกับความรู้ how to ในการสร้างคอนเทนต์เพราะเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้อยู่แล้วไม่ว่าช่องทางจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน

แต่การสร้างคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มเป็นเรื่องที่หลายๆท่านอาจจะยังไม่เคยได้ลองวางแผนมาก่อน

ความหมายก็คือ การสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าแบบ Deep information หรือข้อมูลเชิงลึก Insight และการตอบโจทย์คอนเทนต์เฉพาะกลุ่มลูกค้านั้นๆ จริงๆ ไม่ใช่การตอบคำถามผ่านคอนเทนต์แบบทั่วไป

ตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น

ธุรกิจโรงพยาบาล มีการสร้างคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานระดับผู้จัดการที่มีการใช้ความคิดเยอะ อาจมีผลต่อการทำงานของสมองที่หนักเกินไป มีสาเหตุให้เกิดโรคภัยดังต่อไปนี้ภายใน 5 ปี …. และเราสามารถหาวิธีป้องกันให้โรคเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นพร้อมยังได้ผลลัพธ์ต่อความสำเร็จในหน้าที่การงานของเราอีกด้วยโดยการปฏิบัติตามดังข้อต่อไปนี้

สังเกตุว่าจะมีการใช้คำระบุกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างละเอียด เฉพาะเจาะจง มากกว่าใช้คำว่ากลุ่มคนวัยทำงาน

มีการระบุรายละเอียดถึงอาการ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้อ่านในโลกออนไลน์รู้สึกเชื่อมโยงกับคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น และแบรนด์ก็สามารถกลายเป็น Top of mind ของลูกค้าได้ง่ายขึ้นด้วย สำหรับเนื้อหาของคอนเทนต์จะขอเขียนบทความแบ่งปันความรู้เพิ่มเติมในบทต่อๆไปค่ะ

 

7.เริ่มต้นวางกลยุทธ์ซะ

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ทุกครั้งที่เอ็มมี่มีโอกาสสอนในคลาส @digital marketing specialist certification กลยุทธ์เป็นส่วนที่ธุรกิจส่วนใหญ่ขาด เพราะกลัวว่า หากเริ่มต้นวางกลยุทธ์ก่อนเลือกช่องทางเลยจะเป็นการเสียเวลา ตามเทรนด์ไม่ทันถึงตรงนี้อยากบอกให้รู้ว่า

เทรนด์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกนี้อาจจะเหมาะหรือไม่เหมาะกับธุรกิจของเราขึ้นอยู่กับการนำมาประยุกต์ใช้

แต่หากเราไม่ได้วางกลยุทธ์ก่อน เราจะขาดเป้าหมาย ทิศทางและแผนการในการทำงานแบบยั่งยืน เราจะได้ผลลัพธ์เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ลองเริ่มต้นถามตัวเองกันใหม่อีกทีค่ะว่า การทำการตลาดออนไลน์ในยุคของการเปลี่ยนแปลงรายวัน ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง หากการใช้แผนเดิม กับช่องทางเดิมๆเพียงอย่างเดียวไม่ได้สร้างผลลัพธ์อะไรแต่กลับดึงรั้งให้เราเดินช้าลง เราอาจจะต้องเริ่มมองหากลยุทธ์ใหม่ๆ ก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไปนะคะ

 

Founder/CEO of STEPS ACADEMY (Digital Marketing Academy of Thailand)

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล