#Branding

วิธีการปรับกลยุทธ์ธุรกิจ SME ให้ทันโลกและตอบโจทย์กับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

sme-business-strategies-during-covid-19


การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ยังคงวิกฤติ และ ต้องคอยจับตาดูอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจประเมินแล้วว่า เราอาจจะต้องอยู่กับความไม่แน่นอน และการเปิด- ปิด Lockdown ไปอีกนาน โดยการล็อคดาวน์รอบที่สี่ของประเทศไทยในครั้งนี้ หลาย ๆ แบรนด์คงมีบทเรียน และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันมาบ้างในการปรับตัวเข้าหาลูกค้า รวมทั้งการหากลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อความอยู่รอด โดยในวันนี้ STEPS Academy จะมาแนะนำวิธีการปรับธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ทุกท่านนำไปใช้ในการทำการตลาดออนไลน์ โดยจะแบ่งเป็นประเภทธุรกิจ 2 แบบ นั่นก็คือ

1.ธุรกิจ SME ที่กำลังทำ Digital Marketing อยู่แล้ว และต้องการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง

2.ธุรกิจ SME ที่ “ยังไม่ได้ปรับตัว” แต่ต้องการมองหาโอกาสในการปรับตัวเข้าสู่ Digital Marketing

ซึ่งธุรกิจประเภทธุรกิจทั้ง 2 แบบจะมีวิธีในการปรับตัวอย่างไรนั้น เรามาเริ่มกันที่ ธุรกิจ SME ที่กำลังทำ Digital Marketing อยู่แล้ว กันดีกว่าครับ โดยวิธีแรกเป็นวิธีที่จะช่วยให้ธุรกิจเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่และลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งธุรกิจมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีแรกคือการ…

 

1.ใช้ Local SEO เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่

 

วิกฤต Covid-19 ทั้ง 3 รอบที่ผ่านมา ผู้อ่านทุกท่านคงทราบแล้วว่า การเดินทางในแต่ละวันมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เพราะเหตุนี้จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ จากเดิมที่มักจะเดินทางไปตามสถานที่ที่ตนเองมักจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการอยู่เป็นประจำ ก็หันมาซื้อสินค้า และ ใช้บริการในสถานที่ใกล้เคียงกับที่อยู่อาศัยของตนเองแทน เราจะเห็นได้ว่าพฤติกรรมในการซื้อสินค้า และใ ช้บริการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก 

ผู้เขียนได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในหัวข้อนี้จึงอยากจะแนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านทราบถึงวิธีการใช้ Local SEO เพื่อที่จะสามารถพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจ โดยลำดับแรกผู้เขียนแนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านจะเป็น 

 

วิธีการทำการตลาดออนไลน์สำหรับ ธุรกิจ SME ที่ “กำลังปรับตัว” ในการทำ Digital Marketing 

1.1 ใส่ Keyword สถานที่ตั้งของธุรกิจ

ลองตรวจสอบเนื้อหาของคอนเทนต์ที่ธุรกิจกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน หรืออาจจะเป็นเนื้อหาของคอนเทนต์ที่เคยทำในอดีต ลองสำรวจดูว่าเราสามารถเพิ่มเติมคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยได้หรือไม่ 

ยกตัวอย่างเช่น 

หากธุรกิจของเราเป็นร้านอาหารไทยที่ตั้งอยู่บริเวณพระราม 5 จากเดิมเราอาจสื่อสารว่าเราเป็น ‘ ร้านอาหารไทย ’ ซึ่งเราอาจจะเพิ่มเติมคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยเข้าไปในเนื้อหาประมาณว่า

 ‘ ร้านอาหารไทยพระราม 5 ‘ 

วิธีนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคที่อยู่บริเวณพระราม 5 หรือบริเวณที่ใกล้เคียงสามารถค้นหาธุรกิจของเราเจอได้ง่ายและไวขึ้น 

ภาพจาก https://www.captivatelocal.com

 

1.2 ระบุเส้นทางในการมาหน้าร้านให้ถูกต้อง

ทุกธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีช่องทางออนไลน์อยู่ทั้งหมดกี่แพลตฟอร์ม และทุกแพลตฟอร์มระบุข้อมูลเส้นทางในการมาที่ร้านแล้วหรือยัง หากระบุแล้ว ข้อมูลถูกต้องหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเสียเวลาในการเดินทาง 

เพียงแค่เราระบุคีย์เวิร์ดสถานที่ที่ตั้งของธุรกิจ กับระบุข้อมูลเส้นทางในการเดินทางมาที่ร้านก็สามารถทำให้ธุรกิจของเราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อีกด้วย

 

ภาพจาก https://sevenpeakssoftware.com/

ในหัวข้อถัดไป ผู้เขียนจะแนะนำวิธีที่จะช่วยส่งเสริมให้การทำการตลาดของธุรกิจในช่วงวิกฤติมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งก็คือการ….

 

2.ใช้ Email Marketing ในการกระตุ้นยอดขาย

 

 

ถึงแม้ว่าการทำ Email Marketing อาจจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่สักเท่าไรในปัจจุบัน แต่ต้องยอมรับเลยว่าในช่วงที่สถานการณ์ Covid-19 ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน Email Marketing คือหนึ่งในทางเลือกที่จะสามารถช่วยกอบกู้สถานการณ์ของธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้ และยังช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้มากยิ่งขึ้น

อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้านี้ว่า พฤติกรรมการซื้อสินค้าหรือใช้บริการของผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก ผู้บริโภคมักจะหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อเจอสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้แล้ว ก็ไม่ลังเลที่จะตัดสินใจที่จะกลายมาเป็นหนึ่งในลูกค้าของธุรกิจ ฟังดูแล้วอาจเหมือนกับว่าเพียงแค่ธุรกิจสามารถทำให้ผู้บริโภคค้นหาเจอและมีสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์พวกเขาได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่วิธีดังกล่าวเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจเท่านั้น หากต้องการจะให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพ เราควรคำนึงว่าหลังจากผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือใช้บริการแล้ว จะต้องทำอย่างไรพวกเขาถึงจะประทับใจในธุรกิจของเรา และกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการธุรกิจของเราซ้ำอีกครั้้ง 

วิธีการทำ Email Marketing ที่ผู้เขียนจะแนะนำผู้อ่านทุกท่านในหัวข้อนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น แต่ยังช่วยให้ผู้บริโภคหรือลูกค้ารู้สึกประทับใจในตัวธุรกิจ และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นลูกค้าประจำของธุรกิจเราในอนาคตอีกด้วย ซึ่งวิธีแรกที่ผู้เขียนจะแนะนำคือการ 

 

2.1 ส่งโปรโมชันหรือข้อเสนอพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย

หากเป็นการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว การเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ แต่การมีข้อมูลของลูกค้าและไม่ได้นำมาปรับใช้กับธุรกิจให้เกิดประโยชน์คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

หากธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากการนำอีเมลที่เป็นหนึ่งในข้อมูลของลูกค้ามาประยุกต์ใช้ในการส่งโปรโมชันหรือยื่นข้อเสนอพิเศษที่เป็นประโยชน์กับพวกเขา ไม่ใช่เพียงแต่จะได้รับความประทับใจเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้ธุรกิจมีโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถบริหารความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและลูกค้าให้มีความใกล้ชิดกันจนสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ให้พวกเขากลายเป็นลูกค้าประจำในอนาคต

 

ภาพจาก https://i.pinimg.com

วิธีนี้จะช่วยส่งเสริมวิธีแรกที่ผู้เขียนได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ เพราะถ้าหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังหลีกเลี่ยงการเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ การเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียงย่อมเป็นสิ่งที่คุณมักทำเป็นประจำในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่จะดีกว่าไหมถ้าหากร้านที่คุณมักจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการเป็นประจำยื่นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณ แน่นอนว่าคงยากที่ใครจะปฏิเสธใช่ไหมครับ 

หลังจากผู้อ่านทุกท่านได้ทราบแล้วว่าต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และเพิ่มยอดขายอย่างไรในช่วงสถานการณ์ Covid-19 ลำดับต่อมาเรามาดูกันดีกว่าครับว่าถ้าหากธุรกิจสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้แล้ว มีวิธีอะไรบ้างที่จะสามารถช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับธุรกิจจนสามารถดึงดูดให้พวกเขามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการ โดยวิธีต่อไปคือการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการ…

 

3.สร้าง Infographic เพื่อให้ข้อมูลและดึงดูดความสนใจ 

เพราะอะไรหลายธุรกิจเมื่อสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้แล้ว กลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจหรือสร้างรายได้ได้ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ธุรกิจวางแผนไว้คือ ความน่าสนใจของคอนเทนต์ที่ไม่สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ 

เนื้อหาที่ดีถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการคอนเทนต์ แต่สิ่งที่สำคัญไปไม่น้อยไปกว่ากันคือเรื่องของการเรียบเรียงเนื้อหาเพื่อสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจ และการตกแต่งรูปภาพให้ดูน่าสนใจ เพราะเหตุนี้จึงทำให้หลายธุรกิจในปัจจุบันเริ่มหันมาทำคอนเทนต์ในรูปแบบ Infographic เพราะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน และทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสารได้อย่างง่ายดาย 

ตัวอย่าง Infographic รูปแบบต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย

ในหัวข้อนี้ หากธุรกิจของคุณกำลังพบปัญหาเกี่ยวกับการหาวิธีเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ผู้เขียนจะขอแนะนำเครื่องมือที่ใช้สำหรับการทำ Infographic ในการทำคอนเทนต์เพื่อให้ผลงานออกมาน่าสนใจ และสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้ ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมเครื่องมือทั้งหมดเอาไว้แล้ว ที่สำคัญเครื่องมือทั้งหมดสามารถใช้ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ละเครื่องมือที่ผู้เขียนรวบรวมมาจะมีอะไรบ้างนั้น ผู้อ่านทุกท่านสามารถดูได้จากด้านล่างนี้เลยครับ 

 

1.Canva 

ภาพจาก https://www.canva.com

 

 

2.Visme

ภาพจาก https://www.predictiveanalyticstoday.com

 

3.Visual.ly

ภาพจาก https://visual.ly.com

 

4.Photopea

ภาพจาก https://www.filehorse.com/

 

 

5.Pixlr

ภาพจาก https://pixlr.com

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับเครื่องมือที่ผู้เขียนได้รวบรวมมาแนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านในหัวข้อนี้ น่าสนใจทั้งนั้นเลยใช่ไหมครับ หลังจากนี้การทำคอนเทนต์ให้มีความน่าสนใจคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับธุรกิจอีกต่อไป เพราะไม่ว่าใครก็สามารถทำ Infographic สวย ๆ กันได้แล้ว

สำหรับหัวข้อถัดไป จะเป็นหนึ่งในวิธีที่เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น และยังเป็นวิธีที่สามารถเพิ่มฐานลูกค้าให้กับธุรกิจ ซึ่งหัวข้อถัดไปคือการ…

 

4.หาพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโต

ปัจจุบัน หลายธุรกิจกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า การทำธุรกิจจะสามารถดำเนินได้อย่างราบรื่น ซึ่งความไม่แน่นอนในเรื่องดังกล่าวทำให้ธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ แต่ผู้อ่านทราบกันไหมครับว่าการมีพันธมิตรทางธุรกิจจะสามารถผลักดันให้ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นได้อย่างไร 

นอกจากนี้ การจะเลือกพันธมิตรทางธุรกิจจะมีเกณฑ์อะไรบ้างในการเลือก เพราะไม่ใช่ว่าเราจะสามารถเลือกธุรกิจรูปแบบไหนก็ตามมาเป็นพันธมิตรก็ได้ หากผู้อ่านทุกท่านกำลังสงสัย เรามาเริ่มต้นกันที่ประโยชน์ของการมีพันธมิตรทางธุรกิจกันก่อนเลยดีกว่าครับ ซึ่งประโยชน์ของการมีพันธมิตรทางธุรกิจคือ..

 

4.1.1 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ

การมีพันธมิตรทางธุรกิจจะสามารถทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพในการแข่งขันกับคู่แข่งมากยิ่งขึ้น เพราะพันธมิตรทางธุรกิจจะช่วยส่งเสริมความสามารถและความรู้ในการทำธุรกิจให้แก่กันและกัน ทำให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันและไม่ตกเป็นรองคู่แข่ง 

ภาพจาก https://www.cademix.org

 

 

4.1.2 ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ 

การมีพันธมิตรทางธุรกิจจะช่วยเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสที่ธุรกิจจะมีฐานลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนซึ่งกันและกันจนเกิดการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การตัดสินใจของผู้บริโภคใช้ระยะเวลาไม่นาน เพราะธุรกิจได้รับการยืนยันจากพันธมิตรธุรกิจจนสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคได้ 

เมื่อผู้อ่านทุกท่านรู้แล้วว่าการมีพันธมิตรทางธุรกิจมีประโยชน์อย่าง ถัดมาเรามาดูกันดีกว่าครับว่าหากต้องการจะเลือกพันธมิตรทางธุรกิจเราควรตัดสินใจจากอะไรบ้าง 

 

4.2.1 รูปแบบของธุรกิจต้องความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน

เพราะอะไรรูปแบบของธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องมีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เพราะถ้าหากรูปแบบของธุรกิจแตกต่างกันมากจนเกินไปอาจไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ธุรกิจได้วางแผนไว้ ผู้อ่านทุกท่านลองนึกภาพตามนะครับ หากธุรกิจของเราเป็นธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ การมีพันธมิตรทางธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารคงจะสามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าการมีพันธมิตรทางธุรกิจเป็นธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นใช่ไหมครับ เพราะการมีพันธมิตรเป็นผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารจะสามารถส่งเสริมรูปแบบการดำเนินธุรกิจของเราได้มากกว่า และช่วยให้ธุรกิจของเราเป็นไปตามที่ได้วางแผนเอาไว้   

 

4.2.2 ต้องมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน  

การที่ธุรกิจของเราและพันธมิตรมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันย่อมส่งผลให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนและเติบโตไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากเป้าหมายของทั้งสองธุรกิจไม่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะส่งผลให้การร่วมมือกันทำธุรกิจไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ยกตัวอย่างเช่น หากผู้อ่านตั้งเป้าหมายโดยต้องการให้ธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ของตนกลายเป็นเบอร์ 1 ของประเทศไทย การหาพันธมิตรที่เป็นผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารที่ต้องการเป็นธุรกิจส่งออกวัตถุดิบเบอร์ 1 ของประเทศไทยย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจของเรามากกว่า เพราะธุรกิจของเราต้องการวัตถุดิบที่ดีที่สุดเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังสามารถมั่นใจได้ว่าหากพันธมิตรของเราต้องการที่จะเป็นเบอร์ 1 ของประเทศไทย เขาจะต้องใส่ใจรายละเอียดและกระบวนการผลิตทุกอย่างอย่างแน่นอน อีกทั้งธุรกิจของเขาก็ต้องการร้านอาหารที่สามารถนำวัตถุดิบไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนเกิดการพูดถึงในทางที่ดีด้วยเช่นกัน

ภาพจาก https://www.trecom.pl

เห็นไหมครับว่าการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกันและมีเป้าหมายในการทำธุรกิจเป็นไปในทิศทางเดียวกันจะสามารถผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้มากขนาดไหน และยิ่งในช่วงสถานการณ์ Covid-19 ในปัจจุบันแล้ว การที่ธุรกิจสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันย่อมทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงมากขึ้นแน่นอน

จบกันไปแล้วครับกับวิธีต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ ธุรกิจ SME ที่กำลังทำ Digital Marketing อยู่แล้ว สามารถอยู่รอดในสถานการณ์ Covid-19  

ถัดมาเรามาดูวิธีที่จะสามารถช่วยให้ ธุรกิจ SME ที่ “ยังไม่ได้ปรับตัว” แต่ต้องการมองหาโอกาสในการปรับตัวเข้าสู่ Digital Marketing สามารถอยู่รอดในสถานการณ์ Covid-19 กันดีกว่าครับ เริ่มต้นที่วิธีแรกซึ่งเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนทัศนติและมุมมอง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยวิธีแรกจะเป็น

 

วิธีการทำการตลาดออนไลน์สำหรับ  ธุรกิจ SME ที่ “ยังไม่ได้ปรับตัว” 

1.ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเข้าสู่โลกของ Digital Marketing 

สำหรับธุรกิจ SME ที่ยังไม่ได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่าตัดสินใจได้ค่อนข้างเสี่ยง เพราะด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างที่ผู้อ่านทราบกัน การทำธุรกิจโดยมีเพียงแค่หน้าร้านเพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนิยมซื้อสินค้าและใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ 

ธุรกิจที่ยังไม่ได้ปรับตัวจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้หรือไม่ และการทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์มีข้อดีอย่างไร ทำไมธุรกิจส่วนใหญ่ถึงปรับเปลี่ยนมาทำธุรกิจในรูปแบบนี้กัน 

ในหัวข้อนี้ผู้เขียนจะอธิบายให้ผู้อ่านทุกท่านทราบว่าเพราะอะไรธุรกิจ SME ถึงควรปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเข้าสู่โลกของ Digital Marketing นั่นเป็นเพราะ 

 

1.1 สามารถดำเนินธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา 

หากทุกวันนี้ธุรกิจของเราต้องเปิดกิจการตลอดทั้งสัปดาห์จนทำให้คุณไม่สามารถเดินทางไปทำธุระที่ไหนได้ และยังต้องคอยลุ้นอีกว่าเมื่อไรจะมีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการ แน่นอนว่าคงเป็นการทำธุรกิจในช่วงสถานการณ์ Covid-19 ที่ส่งผลต่อธุรกิจและจิตใจไม่ใช่น้อย 

สำหรับวิธีที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ก็คือการทำธุรกิจด้วยรูปแบบ Digital Marketing อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไป เพราะจะช่วยให้เราสามารถดำเนินธุรกิจจากที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่บนรถ บนที่นอน หรือแม้กระทั่งกำลังรับประทานอาหารอยู่นอกบ้าน ก็สามารถติดต่อ พูดคุย และทำธุรกิจกับลูกค้าได้ อีกทั้งยังไม่ต้องมาคอยนั่งเฝ้าหรือลุ้นว่าเมื่อไรจะมีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการ เพราะบนโลกออนไลน์เราสามารถนำสินค้าหรือบริการของเราไปสู่สายตาผู้คนนับล้านได้ง่าย ๆ ไม่เพียงแต่สามารถนำเสนอให้ผู้คนเห็น แต่ผู้คนยังสามารถค้นหาเราจากที่ไหนก็ได้เช่นกัน 

ภาพจาก https://goodordering.com/

ในหัวข้อถัดไปจะเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ในปัจจุบันทำให้ธุรกิจและผู้บริโภคไม่สามารถที่จะเจอกันได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการ…

2.มีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ

หากจะปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สามารถเข้าสู่โลกของ Digital Marketing สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้อยู่เสมอคือ ธุรกิจที่ทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียจำเป็นที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคอยู่เสมอ เพราะการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคจะช่วยให้ธุรกิจได้รับความน่าเชื่อถือและความประทับใจ อีกทั้งสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้ธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจผ่านหน้าร้านส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้มากเท่าแต่ก่อน จึงทำให้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางเดียวที่จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภค และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับพวกเขาได้ 

ผู้อ่านอาจจะกำลังสงสัยว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคที่ผู้เขียนได้กล่าวไปต้องทำอย่างไร และต้องทำมากน้อยแค่ไหน จริง ๆ แล้วการจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่ในครั้งนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำวิธีการมีปฏิสัมพันธ์รูปแบบที่ง่ายที่สุด ซึ่งวิธีนั้นคือการ

 

2.1 แท็กข้อความพูดคุยภายในโพสต์กับผู้บริโภค 

เพียงแค่การแท็กข้อความพูดคุยภายในโพสต์กับผู้บริโภค ก็สามารถทำให้ธุรกิจกับผู้บริโภคได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันแล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ การแท็กข้อความพูดคุยกับผู้บริโภคจะช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าธุรกิจของเราเป็นมิตรกับพวกเขา สามารถพูดคุยและสอบถามได้ คำถามที่ว่าแล้วธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์มากน้อยแค่ไหน ผู้เขียนแนะนำว่ายิ่งเกิดการพูดคุยหรือสอบถามมากเท่าไร โอกาสในการปิดขายก็จะมีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น 

ภาพจาก https://blog.hootsuite.com

หลังจากเราทราบแล้วว่าต้องทำอย่างไรถึงจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้ หัวข้อถัดไปเรามาเรียนรู้ถึงวิธีที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค พร้อมกับสร้างการรับรู้แบรนด์ไปในคราวเดียวกันดีกว่าครับ ซึ่งวิธีนั้นคือการ…

 

3.ติด Hashtag เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ให้ดีที่สุด 

การติดแฮชแท็ก(Hashtag) จะสามารถช่วยให้การทำธุรกิจมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้อย่างไร เคยตั้งคำถามกันไหมครับ 

ทุกธุรกิจสามารถใช้วิธีการติดแฮชแท็กเพื่อการทำกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียได้ อาจจะใช้ในกรณีที่ต้องการสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์โดยการติดแฮชแท็กที่กำลังเป็นกระแสอยู่ใน ณ ขณะนั้น เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้คน หรือมุ่งเน้นไปที่การสร้างการรับรู้แบรนด์เพื่อให้ผู้คนรับรู้ 

ส่วนอีกวิธีหนึ่ง อาจจะเลือกใช้การติดแฮชแท็กเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งวิธีนี้ทางผู้เขียนได้เตรียมตัวอย่างมาเพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตามรูปภาพด้านล่างนี้ ซึ่งตัวอย่างที่นำมาเสนอในหัวข้อนี้จะเกี่ยวกับแคมเปญหนึ่งของบริษัท Burger King ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีชื่อเสียง เป็นแคมเปญที่เกิดขึ้นช่วงสถานการณ์ Covid-19 ที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์ของแคมเปญคือต้องการช่วยเหลือร้านอาหารขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 เพียงแค่โพสต์รูปอาหารที่เป็นเมนูเด็ดของร้าน พร้อมติดแฮชแท็ก #WhopperAndFriends ทาง Burger King ก็จะแชร์โพสต์ที่ติดแฮชแท็กบน Instagram ของธุรกิจ ซึ่งวิธีนี้ถือตอบโจทย์แคมเปญที่ต้องการช่วยเหลือเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้คนอีกมากมายด้วย 

ภาพจาก https://www.brandinginasia.com

สำหรับหัวข้อถัดไปจะเป็นการนำทั้ง 3 วิธีที่ผู้เขียนได้กล่าวไปข้างต้นมาประยุกต์ใช้รวมกันจนเกิดเป็นวิธีใหม่ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจได้ผลลัพธืที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยวิธีดังกล่าวคือการ….

 

4.เขียน Blog เพื่อโปรโมตธุรกิจ

การทำบล็อกหรือการเขียนบทความที่เป็นประโยชน์ลงในเว็บไซต์จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับธุรกิจ อีกทั้งยังสามารถทำให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ได้เขียนลงไปในคอนเทนต์ ทำให้พวกเขารู้จักธุรกิจของเรามากยิ่งขึ้น และถ้าหากธุรกิจของเราสามารถเพิ่มจำนวนบล็อกหรือบทความมากเท่าไร ก็จะสามารถทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปตัดสินใจในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการธุรกิจของเราได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นอกเหนือจากการช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจอีกด้วย

ภาพจาก https://www.sonimix.com

ผู้เขียนแนะนำว่า สำหรับธุรกิจ SME ที่เพิ่งเริ่มปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเป็นรูปแบบ Digital Marketing ควรที่จะมีคอนเทนต์ในรูปแบบบล็อกหรือบทความ เพราะเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำ Digital Marketing ที่สามารถทำได้ง่าย และได้ผลลัพธ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการรับรู้ การเพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค รวมถึงไปการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ 

 

สรุป

จบไปแล้วครับกับบทความ วิธีการปรับกลยุทธ์ธุรกิจ SME ให้ทันโลกและตอบโจทย์กับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ผู้อ่านทุกท่านคงได้รับรู้ถึงปัญหาและวิธีการดำเนินธุรกิจให้สามารถเอาตัวรอดในช่วงสถานการณ์ Covid-19 กันแล้วใช่ไหมครับ 

ผู้เขียนต้องการแนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านรับรู้ถึงความสำคัญของการปรับรูปแบบธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจ SME สามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ Covid-19 ได้อย่างมั่นใจ และไม่พลาดโอกาสในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น 

เนื้อหาในบทความ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจ SME ที่กำลังทำ Digital Marketing อยู่แล้ว หรือธุรกิจ SME ที่ยังไม่ได้ปรับตัวได้นำไปปรับใช้กับธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่ธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจ SME ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน

 

อ้างอิง

https://www.wordstream.com

https://www.oberlo.com

 

10 ไอเดียธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ Startup

ทำธุรกิจออนไลน์ที่บ้าน


การทำการตลาดยุคดิจิทัล จะต้องใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ ความต้องการของกลุ่มลูกค้า หากธุรกิจที่ไม่ปรับตัวเข้ามาทำ Digital Marketing หรือใช้เครื่องมือทางการตลาดเข้าช่วยในการทำแคมเปญในอนาคต ก็อาจจะอยู่ในสนามการแข่งขันยากขึ้น และ อาจจะต้องปิดตัวลงไป ในทางกลับกัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สามารถกลายเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบางธุรกิจที่มีไอเดียใหม่ ๆ และ ใช้กลยุทธ์ได้เหมาะสมกับพฤติกรรมการซื้อสินค้า และ บริการของลูกค้าในยุคดิจิทัลให้เติบเติบโตต่อไปได้ 

หากคุณกำลังมองหาธุรกิจเป็นของตัวเองที่สามารถสามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน หรือธุรกิจที่มีต้นทุนไม่สูงมากนัก เพื่อสร้างรายได้หลัก หรือเพิ่มรายได้เสริม STEPS Academy ขอแนะนำ 10 ไอเดียการทำธุรกิจจากที่บ้านให้ผู้อ่าน เพื่อที่จะสามารถสร้างรายได้จากที่บ้านค่ะ 

 

1. การขายสินค้า Handmade

การสร้างสรรค์งานแฮนด์เมดนั้นสามารถทำได้หลายอย่าง โดยสำหรับคนที่มีฝีมือเฉพาะทางในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การทำเทียนหอม งานศิลปะ งานเย็บปักถักร้อย รวมเป็นถึงความสามารถในการทำอาหาร หรือทำขนมก็เช่นเดียวกัน  ลองนึกดูดี ๆ นะคะ ว่าเรามีความสามารถเหล่านี้ซ่อนอยู่บ้างหรือเปล่า 

หากคุณเริ่มมีไอเดียแล้ว สามารถเริ่มได้จากการลิสต์จดออกมา และค่อย ๆ ทำการหาข้อมูลเพิ่มเติม หาไอเดียเพิ่ม เพื่อนำไปต่อยอดได้มากขึ้นได้ อีกทั้งในปัจจุบัน เราสามารถวางขายสินค้าแฮนด์เมดที่เราทำเองนั้นได้ทางออฟไลน์ และ ออนไลน์ ตามเว็บไซต์ Marketplace ต่าง ๆ ที่เราสามารถฝากลงสินค้าทำมือของเราวางขายได้ ทำให้เพิ่มโอกาสในการประสบความเสร็จในการทำธุรกิจของเรามากขี้นไปด้วย

ขายของแฮนด์เมด
ภาพจาก : https://www.cratejoy.com

 

2. การซื้อขายสินค้าปริมาณมาก ผ่านช่องออนไลน์ด้วยราคาส่ง 

ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า การที่เราซื้อในปริมาณมากนั้น ราคาเฉลี่ยต่อตัวแล้วนั้นราคาจะลดลง ซึ่งเราสามารถทำกำไรได้จากค่าส่วนต่างของเราที่ทำการขายปลีกไป สำหรับแหล่งที่ซื้อขายสินค้าในปริมาณมาก ๆ และ ราคาต้นทุนไม่สูงมากนักนั้น สามารถซื้อได้ใน Marketplace จากต่างประเทศอย่าง Alibaba และ Handshake โดยคุณมองเห็นโอกาสสินค้าที่กำลังเป็นกระแส หรือ เห็นว่าสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดคุณก็สามารถใช้วิธีนี้ในการสร้างเม็ดเงินให้กับคุณได้เช่นกัน

ซื้อของราคาส่ง
ภาพจาก : https://www.handshake.com

 

3. การทำ Subscription Box รายเดือน

Subscription Box เป็นบริการส่งมอบสินค้าที่เราต้องการ หรือสิ่งที่เราต้องซื้อในแต่ละเดือน ตลอดจนมาส่งที่หน้าประตูบ้านคุณ ที่ให้ผู้ใช้สมัครเป็นสมาชิกรายเดือน เพื่อที่จะสุ่มรับสินค้าที่เราอาจจะต้องการ หรือเราอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่าเราต้องการสินค้าชิ้นนั้น โดยคาดเดาจากการเก็บข้อมูลพฤติกรรมของเรา ซึ่งจัดเป็นบริการที่นำเสนอสินค้าให้ตรงใจ ยิ่งไปกว่านั้น การทำธุรกิจในลักษณะนี้แทนที่จะเป็นขายสินค้าธรรมดา แต่การทำ Subsciption Box รายเดือน เป็นวิธีที่ให้ความสำคัญกับการมอบคุณค่า และประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้สมัครสมาชิก เป็นอีกหนึ่งบริการที่เหมาะสำหรับคนไม่มีเวลาในการออกไปจับจ่ายซื้อของไม่ว่าเป็นอย่างมาก โดยคุณก็สามารถเริ่มธุรกิจโมเดลรูปแบบนี้ได้

การทำ subscription box
ภาพจาก : Google Trends

 

จากรูปด้านบน จาก Google Trend แสดงให้เห็นว่าการทำ Subscription Box  นั้น กำลังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้

โดยการทำ Subscription Box สามารถทำกับสินค้าได้หลายอย่าง เช่น

  • เครื่องสำอาง
  • เสื้อผ้า
  • เครื่องประดับแฟชั่น
  • แผ่นเสียง หรือ Vinyl
  • หนังสือ
  • อุปกรณ์เครื่องครัว
  • อาหาร และ ขนม
การทำ subscription box
ภาพจาก : https://www.birchbox.com

 

จากภาพด้านบนเป็นตัวอย่างการทำ Subscription Box ของ Brichbox ที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะสมัครสมาชิกในรูปแบบรายเดือน สามเดือน หรือรายปี เพื่อรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม 

 

4. การสอนพิเศษ ติวหนังสือออนไลน์

การสอนออนไลน์ที่บ้านก็สามารถสร้างเม็ดเงินให้คุณได้ โดยการสอนในรูปแบบนี้จัดเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่หลายคนทำได้แบบที่ไม่ควรที่จะมองข้าม หากคุณมีความรู้ ความสามารถด้านใดด้านนึง ที่พอที่ถ่ายทอดหรือ แบ่งปันสิ่งที่คุณรู้ได้ให้กับผู้อื่นได้ โดยไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านภาษา ด้านวิชาการอย่างวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ รวมถึงด้านความสามารถพิเศษอย่างงานศิลปะ ดนตรี หรือแม้งานทำมือต่าง ๆ อีกทั้งในปัจจุบัน  Edtech หรือกเว็บเพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเข้าถึงผู้เรียนนั้น ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เพิ่มโอกาสที่ดีในประสบความสำเร็จกับการแบ่งปันความรู้จากการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ที่บ้านคุณ

สอนออนไลน์
ภาพจาก : https://www.teachaway.com/

 

5. งานฟรีแลนซ์ 

ปัจจุบันเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว ทำให้เกิดโอกาสในธุรกิจงานบริการที่อาศัยทักษะเฉพาะทางในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น กราฟิคดีไซน์ งานออกแบบเว็บไซต์ งานแปล งานตัดต่อคลิปวีดีโอ งานด้านการให้คำปรึกษาเฉพาะทาง เช่น ด้านการตลาด การเงิน การจัดการ โดยตัวอย่างที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ล้วนมาจากทักษะ ความสามารถของแต่ละบุคคล ที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพได้ในอนาคตในการริเริ่มธุรกิจที่สามารถทำได้จากที่บ้านที่คุณอาจคาดไม่ถึงได้เช่นกัน 

เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลื่ยนแปลงไป ทุกเพศทุกวัยนั้น สามารถเข้าถึงออนไลน์กันได้มากขึ้น ทำให้การทำสื่อมีเดีย รวมไปถึงการโฆษณาแนะนำสินค้าที่ต้องมีบทบาททางช่องทางออนไลน์มากขึ้น สายงานเหล่านี้จึงจำเป็นมากในการเป็นส่วหนึ่งที่จะทำให้หลายธุรกิจประสบความสำเร็จบนช่องทางออนไลน์

งานฟรีแลนซ์ออนไลน์
ภาพจาก : https://www.upwork.com

 

จากภาพด้านบน เป็นตัวอย่างเว็บไซต์ Freelance Marketplace ที่ทำให้คุณสามารถหางานทักษะเฉพาะทางที่คุณถนัดเลือกทำได้

6. การขาย Digital Product ผ่านทางช่องทางออนไลน์

แน่นอนว่าในยุคนี้ใคร ๆ ก็สามารถกลายเป็นพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์กันได้อย่างง่าย ๆ อีกหนึ่งประเภทของสินค้าที่เราสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้นั้น คือ Digital Product หรือสินค้าที่สามารถซื้อขายได้บนโลกออนไลน์เท่านั้น โดยประเภทของสินค้าประเภทนี้ยกตัวอย่างเช่น

  • งานกราฟิคต่าง ๆ การทำโลโก้ ไอค่อน ฟอนต์ 
  • หลักสูตรคอร์สเรียนออนไลน์ 
  • รูปภาพ วีดีโอ ที่สามารถให้ผู้อื่นทำไปต่อยอดในงานได้
  • E-Book หนังสือในรูปแบบออนไลน์
  • Template สำหรับการทำเรซูเม่ หรือสไลด์สำหรับการทำ Presentation 
  • Research หรือ แหล่งความรู้ออนไลน์
ขาย Templete
ภาพจาก : https://lifeismessyandbrilliant.com

 

จากตัวอย่างภาพด้านบนนั้น เป็นตัวอย่างการขาย Template ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ Lifeismessyandbrilliant 

 

7. การสร้างคอนเทนต์ทางช่องทางออนไลน์

การทำการตลาดผ่านผู้นำความคิด หรือ Influencer บุคคลที่มีบทบาทสำคัญบนโลกออนไลน์ และ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่หลายแบรนด์กำลังให้ความสำคัญในปัจจุบัน โดยการทำตลาดในรูปแบบนี้จะเป็นการโปรโมทสินค้า และ บริการของแบรนด์ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ ของ Influencer 

ดังนั้น จำนวนผู้ติดตามจึงเป็นตัวแปรสำคัญในการเป็น Influencer โดย 3 สิ่งที่คุณจะสามารถสร้างรายได้ ในกรณีที่คุณมีจำนวนผู้ติดตามจำนวนมาก ๆ มีดังนี้ :

  • Brand Sponsorship – ได้รับเงินจากแบรนด์เมื่อโปรโมทของสินค้า หรือบริการของแบรนด์ หรือที่เราเรียกกันว่า การทำการตลาดผ่าน Influencer (Influencer Marketing)
  • Affiliate Marketing – การโปรโมทสินค้า หรือบริการของแบรนด์โดยที่ได้รับค่าคอมมิชชั่นจากแบรนด์เมื่อเกิดยอดขายจากการโปรโมทของเรา
  • การขายสินค้าออนไลน์ – การผลิตสินค้า หรือบริการที่เป็นของเราเองไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ Digital Product
ตัวอย่าง Influencer
ภาพจาก : Instagram

 

8. เริ่มต้นทำธุรกิจที่เกี่ยวกับสิ่งพิมพ์แบบ On-Demand

การทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์แบบ On-Demand เป็นอีกรูปแบบธุรกิจที่อนุญาตให้ลูกค้าสามารถออกแบบสิ่งพิมพ์ หรือลวดลายต่าง ๆ ที่ต้องการลงบนสินค้าตามความชอบ หรือ ตามที่ลูกค้าต้องการได้ หรือที่เรียกกันว่าการทำ Personalized Markering โดยสินค้าที่สามารถนำมาทำธุรกิจในรูปแบบนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับต่าง ๆ ของใช้ในบ้าน เช่น แก้ว ผ้าเช็ดตัว หมอน รวมถึงอุปการณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหูฟัง หรือ ลำโพงก็สามารถออกแบบในลักษณะนี้ได้ 

personalized marketing
ภาพจาก : https://www.printful.com
personalized marketing
ภาพจาก : https://www.printful.com

 

9. การซื้อกิจการร้านค้าออนไลน์ที่มีอยู่แล้ว

สำหรับผู้ที่ไม่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ตั้งแต่ศูนย์ แต่สนใจที่จะนำธุรกิจสินค้า และ บริการ ที่มีอยู่แล้ว มาต่อยอด หรือ เห็นโอกาสที่จะพัฒนาธุรกิจให้ดีมากยิ่งขึ้น การซื้อกิจการ หรือร้านค้าที่มีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์ม Marketplace อย่าง Exchange นั้น เป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับคุณค่ะ โดยเว็บไซต์ Exchange นี้ จะรวบรวมร้านค้าออนไลน์ที่เจ้าของที่มีความต้องที่จะขาย โดยคุณสามารถดูรายชื่อธุรกิจที่ต้องการที่จะเสนอขายได้บนเว็บไซต์ จากนั้นหากเจอธุรกิจที่สนใจ สามารถส่งข้อความเป็นหาผู้ขาย และ ทำการตกลงกัน รวมถึงชำระเงินบนเพล็ตฟอร์มเหมือนซื้อออนไลน์ของปกติได้เลยค่ะ จากนั้นผู้ขายจะโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของให้หลังการชำระเงิน โดยราคาเสนอขายในแต่ละธุรกิจนั้นจะแตกต่างกันไปตามสินค้าที่ให้บริการ

ซื้อกิจการออนไลน์
ภาพจาก : https://exchangemarketplace.com

 

จากภาพด้านบน เป็นตัวอย่างจากเว็บไซต์ Exchange Marketplace ที่ให้คุณเข้าไปเลือกซื้อกิจการ หรือสามารถร่วมเป็นเจ้าของได้ 

10. การทำธุรกิจแบบ Dropship Model

สำหรับธุรกิจที่สามารถทำได้เองจากที่บ้านในรูปแแบบสุดท้ายนี้ เราเรียกว่าธุรกิจนี้ว่า Dropship หรือ ธุรกิจที่คุณจะมีบทบาทในการเป็นตัวกลางระหว่างการซื้อจากทางฝั่งผู้ขาย Supplier เพื่อขายให้กับลูกค้า End User และ ยิ่งไปกว่านั้นเราสามารถที่จะตั้งราคาเองได้ ซึ่งเราก็จะได้รายได้จากค่าส่วนต่าง 

โมเดลธุรกิจลักษณะนี้เป็นธุรกิจที่ใช้ต้นทุนไม่สูงมาก เนื่องจากเราไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการ Stock สินค้าเอง โดยเราจะทำการสั่งซื้อผ่าน Supplier ได้ก็ต่อเมื่อลูกค้า End User ได้ทำการคำสั่งซื้อชำระสินค้าเป็นเรียบร้อยแล้ว

dropship model
ภาพจาก : https://au.oberlo.com

 

ซื้อของออนไลน์
ภาพจาก : https://www.aliexpress.com

 

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากได้ที่อ่านไปทั้งหมด 10 ไอเดียในการสร้างธุรกิจด้วยตัวเองจากที่บ้าน คุณผู้อ่านเริ่มมีไอเดีย หรือเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจด้วยตัวของคุณเองแล้วบ้างหรือยังคะ ?

มาลองดูกันค่ะ เราเชื่อว่าคุณเองนั้นก็มีทักษะความสามารถที่ซ่อนอยู่ หรือ หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองมองหาจากสิ่งที่เรามีใกล้ ๆ ตัวก่อน หรือ สิ่งที่กำลังสนใจอยู่ในช่วงนี้ก็ได้เช่นกัน 

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยจุดประกายความคิดใหม่ ๆ ของคุณผู้อ่านทุกคนในการนำไปต่อยอดในเกิดประโยชน์ในการทำธุรกิจของคุณให้ประสบความสำเร็จในอนาคตได้ค่ะ

 

อ้างอิง

https://au.oberlo.com

 

 

 

ถอดกลยุทธ์การทำ LinkedIn Marketing จาก 3 แบรนด์โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่

สร้างการรับรู้แบรนด์ให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมาย

บทสัมภาษณ์สุดพิเศษเกี่ยวกับเคล็ดลับในการทำ LinkedIn Marketing จาก 3 บริษัทยักษ์ใหญ่มานำเสนอให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านไปพร้อมกัน ว่าแต่ละคนมีเคล็ดลับ หรือทัศนคติอย่างไรในการดำเนินธุรกิจด้วย LinkedIn ให้ประสบความสำเร็จ

Insights: เทรนด์การตลาดดิจิทัลสำหรับครึ่งปีหลัง 2021

Insights: เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2021 สำหรับครึ่งปีหลัง 2021

แนะนำเทรนด์การตลาดที่น่าจับตามองในครึ่งปีหลัง 2021 เพื่อเป็นทิศทางให้กับแบรนด์ที่กำลังทำธุรกิจออนไลน์ไปต่อยอดแคมเปญการตลาด

รวม 9 แคมเปญจากแบรนด์ดังที่สนับสนุน LGBTQ

รวม 9 แคมเปญจากแบรนด์ดังที่สนับสนุน LGBTQ

แนะนำตัวอย่างแบรนด์ที่สร้างแคมเปญการตลาดดี ๆ ที่สนับสนุนเพศทางเลือก หรือ LGBTQ+ ให้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของความหลากหลายทางเพศ และแรงขับเคลื่อนทางสังคมในเชิงบวก

ASMR Marketing: ธุรกิจประเภทไหน ควรใช้หลักการ ASMR

ASMR Markeitng ธุรกิจประเภทไหน ควรใช้หลักการ ASMR

ASMR เป็นหลักการที่นักการตลาด และ แบรนด์สามารถนำไปใช้ในการทำโฆษณา หรือคอนเทนต์ต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดีระหว่างการรับชม การได้ฟังเสียง และ เกิดการตัดสินใจในการซื้อสินค้าจากเราได้ง่ายขึ้น

Customers Experience คืออะไร และ แตกต่างจาก UX, UI อย่างไร

Customers Experience คืออะไร และแตกต่างจาก UX, UI อย่างไร

Customer Experience (CX) คือ ประสบการณ์ของลูกค้า รวมถึงความสัมพันธ์ที่ลูกค้ามีต่อองค์กรธุรกิจ
โดยการสร้างประสบการณ์ของลูกค้านั้น เริ่มต้นตั้งแต่การใช้ Data มาวิเคราะห์ และ ทำความเข้าใจความต้องการในสิ่งที่ลูกค้ามองหา เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ในเชิงบวกที่ดีที่สุด แบบรายบุคคล

5 เหตุผลทำไมมนุษย์ถึงชอบฟังเรื่องเล่าที่ใช้หลัก “Storytelling”

5 เหตุผลทำไมมนุษย์ถึงชอบฟังเรื่องเล่าที่ใช้หลัก “Storytelling”

Storytelling เป็นหลักการที่น่าสนใจสำหรับ Content Marketing และ เป็นหลักการที่หลายแบรนด์นำเอามาใช้ เพื่อทำให้ผู้ฟังสามารถจดจำ และ มีความรู้สึกผูกพันธ์กับแบรนด์มากยิ่งขึ้น

ทำโฆษณาบน Google Ads อย่างไร ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

ทำโฆษณาบน Google Ads อย่างไร ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

แนะนำวิธีปรับกลยุทธ์การยิงโฆษณาบน Google Ads เพื่อให้นักการตลาด ผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการที่กำลังมองหาวิธีการทำการตลาดเพื่อรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้สินค้า และบริการของเรายังคงสามารถขายได้ และเติบโตต่อไปได้ในอนาคต

Digital Marketing Bootcamp โครงการพัฒนา นักการตลาดยุคดิจิตัลรุ่นใหม่ให้กับประเทศไทย

Digital Marketing Bootcamp โครงการพัฒนา นักการตลาดยุคดิจิตัลรุ่นใหม่ให้กับประเทศไทย

STEPS Academy ได้จัดโครงการ
Digital Marketing Bootcamp ขึ้นเพื่อเป็น ‘สะพาน’ ที่จะพัฒนาน้อง ๆ นักศึกษาฝึกงาน ให้มีประสบการณ์ พร้อมทำงาน และตรงกับความต้องการขององค์กรได้ในอนาคต