3 สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ก่อนสร้างคอนเทนต์เพื่อขายบนโลกดิจิทัล

Strategy-Content-Marketing

ส่วนประกอบขั้นพื้นฐานสำหรับการวางกลยุทธ์การตลาดบนโลกดิจิทัลประกอบไปด้วย

  • เรื่องของตัวเรา (Branding)
  • ตัวเขา (Customers)
  • สารที่ต้องการสื่อ ( Content )
  • ช่องทางที่ต้องการสื่อออกไป ( Channel)
  • ตัวเร่งสารให้สื่อได้ไว ( Advertising )
  • การประเมิณ และ ปรับปรุงทำให้สื่อทำงานการสื่อสารได้ดีขึ้น ( KPI and Monitoring)

 

Strategy-Content-Marketing-2

มาถึงตรงนี้เราจะคิดถึง หลักการ Marketing 101

แต่ขั้นตอนที่มักจะทำให้เกิดผลลัพธ์หรือลงเหวได้มากที่สุดคือขั้นตอนการสื่อสารที่เราต้องการสื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้รับสารในรูปแบบที่พวกเขาอยากได้รับ ที่ในยุคดิจิทัล เราเรียกว่า Content Marketing นั้นเอง

ณ ปัจจุบัน เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ให้มากที่สุด เพราะเมื่อเราเข้ามาสู่ยุค Personalisation แล้วลูกค้าต่างมีความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่เหมือนกัน

การแบ่งแยกกลุ่มเป้าหมายเริ่มถูกแบ่งออกมาละเอียดมากขึ้น ต่างคนต่างมีความต้องการไม่เหมือนกัน

 

หากลุ่มลูกค้า

ในช่วงเริ่มต้นการทำการตลาด . . .หากมีใครถามเราว่าลูกค้าของเราคือใคร?
เราอาจจะรีบตอบได้ว่าคนที่อยู่บริเวณแถวห้างร้านนี้ คนที่อยู่ในเมือง เพศ อายุ

 

ในช่วงต่อมา เป็นการระบุรายละเอียดลูกค้าว่ามีข้อมูลพื้นฐานอย่างไร
ใครเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ความชอบไลฟ์สไตล์ พฤติกรรมการซื้อ ความสนใจ
และดูเหมือนว่าการวิเคราะห์ลูกค้าจะถูกแตกประเด็นออกมาให้ลึกขึ้นเรื่อยๆตามยุคตามสมัย

 

สำหรับในบทความนี้เราจะขอแบ่งปันวิธีการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าให้ลึกเพื่อนำผลลัพธ์มาเป็นไอเดียการสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับใจลูกค้ามากที่สุด เรียกว่ายิงไปแล้วได้ผลลัพธ์ความสัมพันธ์เชิงบวกมากกว่าลบอย่างแน่นอน

เริ่มจาก

 

1.เป้าหมาย

เป้าหมายของชีวิตลูกค้าเกี่ยวอะไรกับคอนเทนต์ ต้องบอกว่าเป็นการเกี่ยวข้องอย่างตรง
เนื่องจากเป้าหมายของลูกค้าสามารถกลายเป็นส่วนของผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้จากการใช้บริการของเรา
ซึ่งสามารถใส่ผลลัพธ์ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์ที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราใส่ใจและรู้ใจเขามากที่สุด

ลูกค้าจะชอบแบรนด์ที่ใส่ใจในรายละเอียดของพวกเขารับรู้ไปถึงเป้าหมายในทุกๆด้านของชีวิต

รู้จักความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นธุรกิจรีสอร์ท ติดทะเลเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และตีโจทย์เบื้องต้นว่ากลุ่มลูกค้าคือ

เจ้าของธุรกิจวัย 30 ยังไม่มีครอบครัว หาเวลาให้ตัวเองได้พัก ใช้ facility ทุกอย่างในรีสอร์ท

มาถึงตรงนี้เราอาจจะบอกว่าถ้าเช่นนั้นคอนเทนต์ของเราเราจะสื่อสารออกไปว่า facility ของเรามีครบครัน มีห้องขนาดใหญ่เพียงพอที่จะพักผ่อนอย่างสบาย ก็ไม่ผิดอะไร

เพียงแต่อย่าลืมว่า สิ่งที่เรากำลังนำเสนออยู่นั้นคู่แข่งก็สามารถนำเสนอได้เช่นเดียวกัน เผลอๆ ไม่ใช่เพียงคู่แข่งละแวกเดียวกันที่เราต้องเผชิญ แต่อาจจะต้องแข่งกับคู่แข่งต่างพื้นที่อื่นด้วย

 

แต่หากเราวิเคราะห์ต่อว่า เป้าหมายของเขาคือการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งต้องแลกมาด้วยเวลาส่วนตัว ไม่มีวันหยุดพักและเริ่มเหนื่อยล้า แต่ตอนนี้เริ่มมีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น

เราคงสะท้อนเป้าหมายของลูกค้ากลับมาว่ากว่าจะถึงเป้าหมายเขาต้องตัดสินใจและเผชิญหลายต่อหลายสิ่งที่เป็นความท้าทาย และความยากลำบาก … และสมองที่ต้องใช้เพื่อคิดไอเดีย การตัดสินใจด้วยตนเองตลอดเวลา

นอนหลับไม่สนิท และต้องดูแลรักษาตัวเองอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องการหาจุดสมดุล หาสถานที่ที่เขาจะพักได้ทั้งสมอง จิตใจ กาย และหยุดพักความคิด

ไม่ต้องตัดสินใจอะไรใดๆเลย เพื่อให้ได้มีเวลานั่งตกผลึก มีสมาธิในการพักผ่อน มีเวลานั่งอ่านหนังสือกลยุทธ์ธุรกิจที่ต้องการ แบบไม่มีอะไรมารบกวน

เรียกว่าเขาจะได้ Rest & Relax and Refresh New Drive & Energy กลับไป

 

ในเนื้อความคอนเทนต์ก็จะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขากำลังคิด และ เป็นอยู่ เช่น

“หากครึ่งปีที่ผ่านมาคุณกำลังผลักดัน และ กดดันตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ งานบริหาร การตัดสินใจที่ที่ต้องใช้พลังความคิดมหาศาล กับโปรเจคที่ใช้เวลาลุยมากว่าครึ่งปี …

และคุณเริ่มรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกาย จิตใจ และสมอง อยากพักผ่อนแบบไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจเราขอนำเสนอแพคเกจ “ Rest,Relax,and Recharge Oasis”

การพักผ่อน 3 วัน 2 คืนพร้อมแพคเกจ ……​

ที่จะทำให้คุณได้ พักและมีความได้ใช้ชีวิตแบบbalance ปรับสมดุล เติมแรงกายแรงใจ

ผ่านกิจกรรม…. ตัวอย่างกิจกรรมที่เรามี ที่จะตอบโจทย์เป้าหมายของพวกเขาได้”

….

เพียงแค่ สำรองที่พักกับเราได้ที่….

วันพักผ่อนแบบ Full Recharge พลังงานทั้งหมดก็เริ่มได้ง่ายๆแล้ว

 

2.ความกลัว  

ความกลัวในที่นี้เราจะพูดถึงว่า ลูกค้ากลัวอะไรถึงไม่กล้าตัดสินใจมาซื้อสินค้า หรือ บริการจากเรา

ความกลัวเหล่านั้นจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราสามารถเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับfunctionของสินค้าและบริการของเราที่สามารถช่วยลูกค้าขจัดความกลัวของพวกเขาไป

ลดความกลัวที่เกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น

ธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับ software สำหรับการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้าหรือ CRM Software

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่กลัวก่อนที่จะตัดสินใจใช้บริการคือความกลัวเรื่อง…

  1. ราคาที่สูงจนเกินไป ไม่ได้ตอบแทนที่คุ้มกับการลงทุน
  2. ระบบที่ใช้ยากเกินไปสำหรับพนักงาน แทนที่จะลดงานกลับเพิ่มงานให้แก่ผู้ใช้งาน
  3. ความผิดพลาดของระบบ หรือความยุ่งยากระหว่างการใช้งาน
  4. กลัวว่าจะไม่มีคนมาคอยดูแลระหว่างการใช้งาน

 

ทั้งหมดนี้คือความกลัวและกังวลของลูกค้า เมื่อนำมาเชื่อมต่อกับคอนเทนต์ของเราเราจะได้คอนเทนต์ในรูปแบบการถ่ายทอดที่เราเข้าใจปัญหาและสิ่งที่ลูกค้าเคยเผชิญมามากที่สุด

 

ตัวอย่างเช่น

หากคุณกังวลใจว่าระบบของเราจะใช้ยากเหมือนที่คุณเจอทำให้ทีมงานของคุณไม่อยากใช้และเสียทุนทรัพย์และเวลาไปเปล่าๆ

ต้องบอกว่าระบบของเราใช้ง่ายเหมือนการใช้โปรแกรมไลน์แชท ที่ใครๆก็ใช้ได้ มีขั้นตอนที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน พร้อมระบบ เทรนนิ่งไว้ support ทุกส่วนงาน

ระบบใช้ง่าย ราคาตรงคุณภาพ บริการเทรนนิ่งและพร้อมสนับสนุน ทุกปัญหา เพื่อการเติบโตของธุรกิจท่านผ่านระบบ ABC CRM

ขอคำปรึกษาฟรี หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.abccrm.co

inbox มาได้ที่

line@..

 

เรียกได้ว่าเราลดความกังวลของลูกค้าไปได้ในเรื่องของความยาก เพราะเราได้ยกตัวอย่างระบบที่ง่ายและใครๆก็ใช้ได้ขึ้นมาเปรียบเทียบเป็นที่เรียบร้อย

แต่หากวันนี้ content ของเราสื่อสารไปว่า ระบบของเรามีฟังก์ชันการใช้งานที่รวบรวม dashboard crm, personalized data, tracking และอีกมากมาย ( ที่เป็นภาษาเทคนิค )

ท้ายที่สุดแล้ว เราจะทำให้ยากและซับซ้อนขึ้นไปอีก กลับกลายเป็นว่าคอนเทนต์ที่เราเขียนมา ไม่ได้ดึงดูดให้คนเข้ามา แต่กลับผลักออกไปให้ห่างไกล

 

3.ความเข้าใจผิดที่เคยมีมา

ความเข้าใจผิดที่เคยมีมาของลูกค้า จะทำให้เราสามารถขยายความเกี่ยวกับ Brand Story และ จุดแตกต่างของธุรกิจเราได้ผ่านคอนเทนต์​

ซึ่งเราสามารถหยิบยกประเด็นนี้มาสร้างเป็นคอนเทนต์ที่ให้ความรู้เพื่อสร้าง แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ดีเลยทีเดียว

Brand Story

เช่น ความเข้าใจผิดของการใช้ระบบ CRM ที่เคยมีมา คือ

  1. ลูกค้าส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า ระบบ CRM จะเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ๆเท่านั้น เพราะมีราคาแพงต้องลงทุนสูง
  2. ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าธุรกิจของเขาต้องการระบบ CRM รู้แค่ว่ามีปัญหาการดูแล และ บันทึกข้อมูลของลูกค้าแต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรดี
  3. ลูกค้ารุ่นก่อนจะเข้าใจว่าการเก็บข้อมูลลูกค้าบนกระดาษและสมุดมีความปลอดภัยมากกว่าการเก็บไว้ในระบบ

 

ความเข้าใจผิด 3 ข้อนี้เป็นความเข้าใจผิดที่เราสามารถให้ความรู้ใหม่ได้หมดเลย และหากเราเรียงเป็นบทๆไป เราจะสามารถสร้างเป็น Free-Ebook

ให้ลูกค้าสามารถนำไปอ่านและปรับใช้ได้อีกด้วยเรียกว่าสร้างแต้มบวกให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระดับดีเลย

 

หากเรียงออกมาเราจะได้คอนเทนต์ทั้งหมด 3 ตอนเช่น

  1. 3 ความเชื่อผิดๆ ที่ผู้ประกอบการมีต่อระบบการจัดการข้อมูลลูกค้า
  2. 5 ขั้นตอนการจัดระบบข้อมูล และ การดูแลลูกค้าแบบประหยัดเวลาบวกได้ยอดขายจากการซื้อซํ้า
  3. 10 วิธีการถ่ายโอนข้อมูลลูกค้าจากยุคออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ ได้แบบประหยัดงบ

 

3 สิ่งที่พูดมาขั้นตนเป็นส่วนประกอบหลักสำคัญที่เราควรวิเคราะห์ให้เข้าใจก่อนที่จะผลิตคอนเทนต์ออกมาเพราะแต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็น เป้าหมาย ความกลัว และ ความเข้าใจผิดที่มีมาของลูกค้า

หากถูกนำมาใส่ในคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเพื่อขายหรือเพื่อให้ความรู้แล้ว จะเป็นจุดเด่นที่ช่วยสะท้อนให้ลูกค้ารับรู้ถึงความเชี่ยวชาญ น่าเชื่อถือและใส่ใจของเรามากขึ้น

Founder/CEO of STEPS ACADEMY (Digital Marketing Academy of Thailand)

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล