3 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับการตลาดบนโลกดิจิตอล

1.การใช้งบประมาณที่บานปลาย

จากความเข้าใจผิดของผู้ประกอบการ ว่าการใช้เงินโฆษณามากเท่าไหร่ จะยิ่งมีรายได้กลับมามากขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการใช้งบประมาณในการโฆษณา ควรคำนึงและวิเคราะห์ให้ถูกต้อง ว่าเราควรใช้การโฆษณาผ่านช่องทางไหนมากที่สุดและให้ผลตอบรับที่ดีที่สุด และควรกำหนดงบประมาณในสัดส่วนต่างๆให้เหมาะสมกับแต่ละช่องทางที่เราเลือกลงทุน และอีกปัญหาหนึ่งที่มักจะพบเจอ คือการที่ผู้ประกอบการไม่ได้วางแผน และการไม่ได้วิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงคือใครกันแน่ เมื่อทำการยิงโฆษณาไปบนโลกออนไลน์ เราจึงเล็งไปยังเป้าหมายที่ผิดตั้งแต่ต้น ทำให้การใช้โฆษณาถูกใช้ไปในทางที่ผิดด้วยเช่นเดียวกัน

ตัวอย่าง เช่น

หากเราต้องการทำการตลาดสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ที่เปิดในใจกลางเมือง เป็นร้านอาหารสุขภาพสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ แต่เราไม่ได้ทำการวิเคราะห์ลักษณะของลูกค้าก่อน ทำให้ค้นพบว่าเวลาที่เราซื้อโฆษณาบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Facebook หรือ Google เองก็ตาม เรายิงโฆษณาแบบกว้าง โดยละเลยไปว่ากลุ่มลูกค้าของเรามีความสนใจอะไร ลักษณะพิเศษอย่างไรบ้าง หรือใช้ช่องทางไหนในการสื่อสาร

การที่เราคิดเพียงด้านเดียว ว่าใส่เงินยิ่งเยอะเท่าไหร่ เราจะยิ่งได้ยอดขายกลับขึ้นมา เมื่อลงสนามจริง การที่ไม่ได้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายก่อน จะทำให้โฆษณาถูกยิงไปถึงกลุ่มที่ไม่ใช่ ยิ่งยิงไปมากเท่าไหร่หรือกระจายไปมากเท่าไหร่ งบประมาณจะถูกใช้ไปมากขึ้นเท่านั้น แต่ผลลัพธ์คือ ไม่ได้อะไรคืนกลับมา จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมงบประมาณจึงบานปลายเพราะเกิดจาการไม่ได้วางแผนและไม่ได้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียดนั่นเอง

 

2.การผลิตคอนเทนท์ที่เกินความจำเป็น

เมื่อพูดถึงการตลาดผ่านคอนเทนท์แล้ว ทุกคนอาจจะคิดว่าต้องผลิตคอนเทนท์จำนวนมากๆออกมา เพื่อทำให้กระจายสู่วงกว้าง และมีคนเห็นมากที่สุด เพื่อที่จะทำให้เกิด Engagement หรือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้เราจะผลิตคอนเทนท์ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่หากปราศจากคุณภาพที่ดี ก็ไม่สามารถที่จะเจาะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้

เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่เราควรทำก่อนผลิตคอนเทนท์ เราควรคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าที่แท้จริงว่าเขามีปัญหาอะไร ต้องการวิธีแก้ไขหรือความหวังว่าอยากจะแก้ไขปัญหาอย่างไรบ้างคอนเทนท์ของเรามีหน้าที่ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เราจึงต้องกลับมาคำนวณและคำนึงถึง Value หรือคุณค่าที่เราสามารถมอบให้ลูกค้าผ่านคอนเทนท์ ให้มากกว่าเน้นจำนวนของคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว

หากจำนวนของคอนเทนท์มีมาก แต่คุณภาพมีน้อยก็ไม่ได้ทำให้เป็นที่รู้จักได้ เปรียบเสมือนร้านอาหารที่มีอาหารหลายอย่างแต่ไม่มีเมนูเด็ดให้จดจำเลยสักจานเราก็จะกลายเป็นเพียงตัวเลือก แต่จะไม่มีวันเป็นอันดับหนึ่งในใจของลูกค้า แต่หากเราผลิตคอนเทนท์ในจำนวนที่พอดี และคุณภาพที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าก็เปรียบเสมือนการปรุงอาหารจานโปรดและเด็ดให้กับลูกค้า โดยมีส่วนผสมที่ลูกค้าต้องการ พร้อมมอบคุณประโยชน์ผ่านส่วนประกอบต่างๆของจานในจำนวนที่พอดี เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาที่ลูกค้าบริโภคเข้าไปจะไม่อิ่มเกินไป หรือไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามันน้อยเกินไป

 

สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นคือลูกค้าจะกลับมาอีกด้วยความสบายใจ และอยากจะแบ่งปันต่อว่าคอนเทนท์ของเรานั้นดีจริง ถึงวันนั้นคอนเทนต์ที่ผลิตออกมาจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ขยะคอนเทนต์หรือ Content Flood ที่ท่วมล้นผ่านช่องทางของลูกค้า แต่คอนเทนต์ที่เราผลิตออกมา จะเป็นคอนเทนต์ที่โดดเด่น คุณค่า และได้ผลลัพธ์ที่ลูกค้าตั้งตารอ

 

3.การทำเหมือนคนอื่น

สิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์นั้นมันคือความสำเร็จที่เกิดขึ้นรวดเร็วสำหรับธุรกิจต่างๆและหากใครที่ต้องการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งบนโลกดิจิตอลเราจะเคยได้ยินคำที่หลายๆคนพูดว่าก็ให้ไปดูของคนโน้นไปให้ไปดูของคนนี้แล้วลองทำตามดูสิน่าจะเป็นทางลัดที่ง่ายที่สุด แต่ความเป็นจริงแล้วแต่ละธุรกิจ จะมีแผนและกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่เป้าหมาย และทรัพยากรพร้อมระบบที่มีอยู่

สิ่งที่เราควรทำคือเราควรกลับมามองย้อนดู 8 ส่วนของการประกอบเกมส์กลยุทธ์ของธุรกิจบนโลกดิจิตอลขึ้นใหม่ดังต่อไปนี้

3.1 เป้าหมาย

เป้าหมายที่เราต้องการ สำหรับการทำการตลาดบนโลกดิจิตอล คืออะไร เราต้องการยอดขาย หรือเราต้องการชื่อเสียง หากเราอยู่ในจุดที่เพิ่งเริ่มต้นและสายป่านไม่ได้ยาวพอ เราต้องการ Cash Cycle มาหมุนเวียน เราต้องโฟกัสที่ยอดขาย แต่ต้องอย่า Hard Sell จนทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความไม่จริงใจจากเรา เพราะบนโลกดิจิตอลที่ดูเหมือนมายา ลูกค้ามีความกระหายความจริงหรือ real มากกว่าสิ่งที่ปรุงแต่งอยู่เสมอ การตั้งเป้าหมายจะช่วยทำให้เราชัดเจนมากขึ้นว่าเราต้องดำเนินแผนการไปทางไหน

 

3.2 รายละเอียดลักษณะของลูกค้า

ลักษณะของลูกค้าบวกกับการเดินทางของลูกค้าบนโลกอออนไลน์ จะเป็นตัวชี้วัดว่าเราต้องลงทุนไปในช่องทางไหน และ สร้างคอนเทนต์ในรูปแบบไหนให้ดีขึ้น และถูกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

 

3.3 จุดยืนของเรา

Brand ของเรายืนอยู่ตรงในบนโลกออนไลน์สำหรับลูกค้า เพื่อที่เราจะได้มีต้นฉบับ ของคำว่า Mood and Tone ของแบรนด์ ทำให้เกิดการสร้างภาพจำที่ดีกับลูกค้า ได้อย่างสมํ่าเสมอ

 

3.4 Content Marketing

คุณต้องการสื่อสารอย่างไร ใช้การออกแบบแบบไหน ให้ลูกค้ารู้สึกถึงคุณค่ามากที่สุด

 

3.5 Channel ช่องทาง

เราจะไปช่องทางไหน คงไม่ใช่ทุกช่องทางที่มีบนโลกออนไลน์ แต่เป็นช่องทางที่ลูกค้าใช้อยู่จริงๆ

 

3.6 วิธีการลงโฆษฃณา

ตรงนี้จะเชื่อมกับข้อ 1 ที่เราพูดถึงเรื่องของการโฆษณาไปค่ะ

 

3.7 การวัด KPI

เราใช้อะไรเป็นมาตรฐานในการวัดผลที่เกิดขึ้น อย่าวัดเพียง Engagement แต่จงเลือกวัดจำนวนคนที่สอบถาม สนใจ ตัดสินใจซื้อ เพื่อคัดกรองจำนวนลูกค้าที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต

 

3.8 ทีม Digital Marketing 

จงตัดสินใจให้ดี เพราะการเติบโตและการแข่งขันบนโลกออนไลน์เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สำหรับธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้น คุณคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างทีมที่ดีคุณต้องเข้าใจทุกอย่างแต่ไม่จำเป็นต้องทำเป็นทุกอย่าง คุณเข้าใจเพื่อที่วันหนึ่งที่คุณอยากจะขยายทีมการสอนงานจะไม่ใช้สิ่งที่ยากอีกต่อไป การ Outsource ก็จะทำได้อย่างฉลาด และผิดพลาดน้อยที่สุด และหากวันหนึ่งที่ทีมขยายใหญ่ ต้องใช้ทั้งทีมของคุณและทีม Outsource คุณต้องเป็นจุดเริ่มต้นของทุกทีมเช่นกัน มีหลายองค์กรที่อยากสร้างทีม Digital Marketing แต่ตัวเองยังไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับ Digital Marketing นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เปราะบางที่สุดที่สามารถนำไปสู่ความผิดพลาดของแผนได้

ทีมเป็นส่วนประกอบสุดท้าย จาก 8 ส่วนประกอบแต่กลับเป็นส่วนประกอบที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเป้าหมาย

PPC กับ SEO ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี
5 เครื่องมือสำหรับ Social Listening Process