E-Commerce Trend of 2017 : เมื่อเทรนด์ E-Commerce เปลี่ยน ธุรกิจของเราก็ต้องปรับตัวให้มากกว่าคำว่า “ทัน”

เมื่อเทรนด์ E-Commerce เปลี่ยน ธุรกิจของเราก็ต้องปรับตัวให้มากกว่าคำว่า “ทัน”

เป็นอีกประเด็นสำคัญ จากหนึ่งใน Instructor Team ของ DMA (Digital Marketing Academy) ของเรา ที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกว่าปัจจุบันเทรนด์ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ธุรกิจที่อยู่รอดคือธุรกิจที่ปรับตัวทัน เราจึงหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาสัมภาษณ์คุณวี สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ (ผู้ก่อตั้ง สถาบัน V COMMERCE ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์และที่ปรึกษาการทำ E-commerce ให้กับผู้ประกอบการไทยมากกว่า 4,000 คน) ถึงเทรนด์ E-Commerce และ การทำ Digital Marketing ในปี 2017 เพื่อเป็นประโยชน์กับนักการตลาดและผู้ประกอบการ ยุคดิจิตอล  กระผมทีมคอนเทนต์ของ STEPS จึงขอเป็นตัวแทนถ่ายทอดบทสัมภาษณ์ผ่านบทความนี้นะครับ

 

Trend E-Commerce ในประเทศไทย ปี 2017 เป็นอย่างไรบ้างครับ ??

  • สำหรับเทรนด์ในปี 2017 นี้ คงหนีไม่พ้นการขายของออนไลน์บน Facebook ครับ เนื่องจากปัจจุบันคนไทยกว่าครึ่งประเทศมีการใช้ Facebook กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นในคอมพิวเตอร์ หรือในสมาร์ทโฟน เรียกได้ว่าเราจะพลาดช่องทางนี้ไปไม่ได้เลย อีกทั้ง Facebook ยังมีการปรับวิธีทำโฆษณาหลายอย่างที่ช่วยในการทำธุรกิจของเรา เช่น การตั้งค่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การปรับฟังก์ชันต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การทำโฆษณาของเราให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในปี 2017 นี้ จะมีการใช้ Facebook Live เข้ามามากขึ้น เพราะคนสมัยนี้ชอบความจริง ความสด Facebook Live จึงเป็นอีกช่องทางที่เป็นเทรนด์ในปี 2017 เรียกได้ว่า ใครไม่ทำไม่ได้เลยครับ
  • ขออธิบายถึง Facebook Live นิดนึงนะครับ สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน Facebook Live คือการถ่ายทอดสดวิดีโอผ่าน Facebook ซึ่งเราสามารถแสดงความคิดเห็นตอบโต้กันได้ระหว่างการถ่ายทอดสด ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชม อีกทั้งยังสามารถถามตอบปัญหากันได้โดยทันที ซึ่งช่วยเพิ่ม Engagement ในเพจของเราอีกด้วย เป็นอีกฟังก์ชันที่มาแรงมากๆครับ
  • นอกจาก Facebook แล้ว ในปี 2017 นี้ จะมีการใช้ Line@ มาช่วยเติมเต็มในการทำธุรกิจของเรามากขึ้น จุดเด่นของ Line@ คือ การที่เราสามารถสะสมลูกค้าของเราได้ และเราสามารถส่งข้อมูลที่อยากจะสื่อสารกับลูกค้าได้ทีเดียวพร้อมกัน ผ่านการ Boardcast Message สำหรับเทรนด์การใช้ Line@ ในปี 2017 นี้ จะมีการเพิ่มลูกเล่นในการส่งข้อมูลถึงลูกค้า มากขึ้น ตัวอย่างเช่น Boardcast Message เป็นคูปอง หรือส่วนลด ทำให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มากขึ้นครับ ซึ่งดีกว่าการที่เราส่งแต่ข้อมูลสินค้าอย่างเดียว อาจจะทำให้ลูกค้าเบื่อ

 

ธุรกิจประเภทไหน ที่หลีกเลี่ยงการทำ Digital Marketing ไม่ได้เลยครับ ??

  • ธุรกิจที่หลีกเลี่ยงการทำ Digital Marketing ไม่ได้เลย คือ ธุรกิจประเภทค้าปลีก ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ซื้อขายโดยตรงครับ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ที่พัก เครื่องสำอาง อาหารเสริม อุปกรณ์ไอที Gadget ต่างๆ
  • การทำ Digital Marketing นั้นจะเน้นไปที่การกระตุ้นทำให้ลูกค้าเกิดความต้องการสินค้าหรือบริการของเราครับ เกิดความอยากได้ แล้วตัดสินใจซื้อในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการมาซื้อที่ห้างสรรพสินค้า หรือมาซื้อที่ร้านของเรา
  • สำหรับคนที่ไม่มีหน้าร้าน ซื้อขายผ่านออนไลน์เพียงช่องทางเดียว ก็ยิ่งจำเป็นต้องทำ Digital Marketing เลยครับ เพราะเรามีแค่ช่องทางเดียว
  • สรุปง่ายๆนะครับ ธุรกิจที่หลีกเลี่ยงการทำ Digital Marketing ไม่ได้ ก็คือ ธุรกิจแบบ B to C หรือค้าปลีก ยังคงจำเป็นที่ต้องทำอยู่ครับ

 

เทรนด์ กลยุทธ์ Digital Marketing ในปี 2017 เป็นอย่างไรบ้างครับ ??

  • จะเป็นปีที่มีการใช้ Re-targeting เยอะขึ้นมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Platform บน Google หรือบน Facebook เพราะปัจจุบันการแข่งขันสูง ต้นทุนต่อไลค์ ต่อคลิก สูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การวางกลยุทธ์ในการขาย การ motivate คนเดิมๆที่มีความสนใจคอนเทนต์ของเราอยู่แล้วจึงสำคัญมากในเทรนด์วันข้างหน้า แล้วก็การรักษาฐานข้อมูลของลูกค้าเหล่านี้ เอาไว้ใน Line@ หรือ เก็บ E-mail เพื่อมาใช้ในการทำโฆษณาต่อเนื่องในการแบ่งกลุ่มลูกค้า เป็นเทรนด์ที่เราหนีไม่ได้แน่นอนในปีหน้าครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ 3 คำถาม ที่เป็นประโยชน์มากๆสำหรับการทำ E-Commerce ในปี 2017 ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาดหรือผู้ประกอบการ หวังว่าจะนำความรู้ที่ได้รับจากบทความนี้ ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และอย่าลืมนะครับ “เมื่อเทรนด์ E-Commerce เปลี่ยน ธุรกิจของเราก็ต้องปรับตัวให้ทัน”

เทรนด์ของ Content Marketing ในปี 2017
คอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์เครื่องแรก ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช