Facebook Offline Conversions Tracking วิธีที่จะทำให้คุณรู้ว่า Facebook Ads ได้ผลกับการขายหน้าร้านหรือไม่

Facebook Offline Conversions Tracking วิธีที่จะทำให้คุณรู้ว่า Facebook Ads ได้ผลกับการขายหน้าร้านหรือไม่

การวัดผลลัพธ์จากการทำการตลาดออนไลน์ เป็นเรื่องสำคัญที่นักการตลาดจะต้องทำ เพื่อประเมินว่า แคมเปญการตลาดที่เรากำลังทำอยู่นั้น ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ (ROI) และ กลยุทธ์ที่เราใช้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายตามที่ได้วางแผนหรือเปล่า รวมทั้งการทำโฆษณาบน Facebook นั้นจำเป็นต้องวัดผลด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีการพิจารณาเพื่อวัดผลลัพธ์ ไม่ได้มีแค่การเก็บข้อมูล ที่ยอดกดไลก์ หรือจำนวนการคลิกลิงก์ แต่การวิเคราะห์ยอด Conversion ในส่วนอื่น ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น

  • ยอดคลิกโฆษณามายัง Landing Page
  • การหยิบสินค้าใส่ตะกร้า แม้ยังไม่ได้ชำระเงิน
  • ยอดขายจากการซื้อสินค้าและบริการ

ตัวอย่างที่กล่าวไปข้างต้นจะเป็นวิธีการวัดผล Conversion Rate แบบออนไลน์ด้วยการใช้ Facebook Pixel ในการติดตามกลุ่มเป้าหมาย และดูรายงานผลจากทางหลังบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการวัดผล Conversion Rate แบบ Offline ว่าโฆษณาบน Facebook นั้นมีผลต่อการชอปปิงที่หน้าร้านหรือไม่ และ Facebook Ads ของเรานั้นได้ผลมาก-น้อยเพียงใด นักการตลาดก็สามารถนำเทคนิคไปใช้เพื่อหาผลลัพธ์ด้วยเช่นกัน โดยในวันนี้ เราจะไปดูกันว่า วิธีการวิเคราะห์ผลลัพธ์จากการติดตาม Facebook Offline Conversions เป็นอย่างไร และ สอนการติดตั้งแบบ Step-by-Step กันค่ะ

Facebook Offline Conversion คืออะไร?

 

Facebook Offline Conversions ช่วยให้นักการตลาดสามารถทราบได้ว่า คนที่เห็น Facebook Ad หรือคนที่คลิก Ad บนหน้าแอปฯ เป็นคนเดียวกันกับที่ซื้อสินค้าที่หน้าร้านหรือไม่

Facebook Offline Conversions ช่วยให้นักการตลาดสามารถทราบได้ว่า คนที่เห็น Facebook Ad หรือคนที่คลิก Ad บนหน้าแอปฯ เป็นคนเดียวกันกับที่ซื้อสินค้าที่หน้าร้านหรือไม่ ด้วยการอัปโหลดยอดขายใน Facebook และยอดขายหน้าร้านมา Match กัน เพื่อดูว่ายอด Conversion Rate จากโฆษณาออนไลน์นั้น ๆ มีผลต่อการซื้อของที่หน้าร้านเป็นจำนวนเท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์ และได้ผลตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่

ตัวอย่างการติดตามลูกค้าที่ชำระเงินจากการซื้อของหน้าร้าน ว่าเป็นคนเดียวกันกับคนที่เห็น Facebook หรือไม่

  • การอัปโหลดข้อมูลทั่วไปของลูกค้า ในกรณีที่เป็นสมาชิกของแบรนด์ อย่างชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และ ระบบการชำระสินค้า เพื่อจับคู่กันกับ User ของผู้ที่ใช้ Facebook ว่ามีข้อมูลตรงกันหรือไม่
  • Facebook สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าได้ว่าคนที่คลิก Ad และคนที่ซื้อของผ่านร้านค้าตรงกันหรือไม่ ถ้าใช่ ก็แสดงว่า Facebook Ad มีผลต่อการชอปปิงในรูปแบบออฟไลน์ด้วยเช่นกัน
  • ข้อจำกัดของ Facebook Offline Conversions Tracking ข้อมูลจะอยู่ภายในเวลาไม่เกิน 28 วัน

ข้อดีจากการติดตาม Offline Conversions บน Facebook

 

การติดตาม Offline Conversions บน Facebook
ภาพจาก https://medium.com
  1. ช่วยให้นักการตลาดสามารถวัดผลลัพธ์ในการทำแคมเปญ ว่าประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่
  2. ช่วยในการวางกลยุทธ์การตลาดให้ดีขึ้นทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์
  3. ช่วยให้การทำ Facebook Ad Campaign มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถิติน่ารู้จาก Hubspot

  • 81 % ของนักชอปจะทำการค้นหาข้อมูลของแบรนด์ หรือสินค้าที่ต้องการซื้อ ก่อนตัดสินใจชำระเงิน
  • 90 % ของผู้ที่ซื้อสินค้า และบริการหน้าร้านในสหรัฐอเมริกา ที่ทำการค้นหาข้อมูลออนไลน์แล้วจะตัดสินใจซื้อสินค้าที่หน้าร้าน ซึ่งมีเพียง 10 % เท่านั้นที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าในเว็บไซต์ หรือจากในแอปพลิเคชัน
  • Research Online, Buy Offline เผยว่า 82% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนมักหาข้อมูลของสินค้าที่ต้องการจะซื้อในร้านขายของนั้น ๆ ก่อนตัดสินใจชำระเงิน

สถิติที่ได้กล่าวมานี้ ชี้ให้เห็นว่าโฆษณาออนไลน์มีผลกับยอด Conversion ออฟไลน์ด้วยเช่นกัน ดังนั้น Facebook จึงได้สร้าง Facebook Conversions API ขึ้นมาควบคู่กับตัว Pixel เพื่อช่วยให้นักการตลาดพัฒนาแคมเปญโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Facebook Conversions API คืออะไร

 

Facebook Conversions API เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่จะช่วยแชร์ข้อมูลบางอย่างส่งไปยังกลุ่มเป้าหมาย
ภาพจาก https://marketingland.com

Facebook Conversions API เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่จะช่วยแชร์ข้อมูลบางอย่างส่งไปยังกลุ่มเป้าหมาย เช่น ตัวโฆษณา Event บนเว็บไซต์โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือบนเบราว์เซอร์ อย่าง Cookies ซึ่งเจ้าเครื่องมือนี้สามารถแชร์ Data ไปยัง Facebook ได้โดยตรงเพื่อติดตาม (Tracking) การกระทำของผู้ใช้ Facebook เช่น การค้นหาสถานที่ การจ่ายเงินแบบ Affiliate Payment การกด Subscribe หรือการเปลี่ยนแปลง Conversion บางอย่าง

 

วิธีการติดตั้ง Facebook Offline Conversions

การติดตั้ง Facebook Offline Conversions สามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่

1  ติดตั้งผ่าน Offline Event Manager ผ่านเครื่องมือ Business Manager

2  ติดตั้งผ่าน Partner ของ Facebook เช่น Leadsbridge Integrations

3  ติดตั้ง Facebook API

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่คุณควรทราบก่อนที่จะเริ่มติดตั้ง Facebook Offline Conversions มีดังต่อไปนี้

  1.   มีข้อมูลลูกค้าจากระบบ Offline Event 

ก่อนที่จะเริ่มใช้เครื่องมือ Offline Event คุณจะต้องมีข้อมูลลูกค้า และ ข้อมูล Conversion ต่าง ๆ เช่น การนัดหมาย การซื้อสินค้า และการโทรติดต่อ เพื่ออัปโหลดข้อมูลมายังระบบ CRM ในรูปแบบของ Text หรือ CSV File ในกรณีที่ไม่มีไฟล์เก็บข้อมูล คุณสามารถคัดลอกข้อมูลเหล่านั้นมาใส่ได้เลย ซึ่งข้อมูลสำคัญที่จะนำมาใช้ก็คือ

  • The Event Time: ช่วงเวลาที่เกิด Offline Conversion
  • Event Name: ข้อมูล Conversion ที่ใช้จับคู่ใน Facebook Event เช่นการชำระสินค้า การสมัครสมาชิก การขำคำแนะนำปรึกษา การจองเวลา
  • Value: Value ของ Offline Conversion
  • The Currency: ค่าเงินที่ใช้ในการชำระสินค้า
  1.   มีบัญชีสำหรับ  Facebook Ad 

คุณจะต้องมีบัญชี Facebook Ad ก่อนติดตั้งเครื่องมือ Offline Conversion Tracking tool. หากคุณยังไม่มีบัญชี คลิกที่นี่ เพื่อสมัคร

  1.   มีบัญชี Facebook Business Manager 

คุณจะต้องมีบัญชี Facebook Business Manager เพื่อเข้าถึงบัญชีโฆษณา

จากนั้น คุณสามารถติดตั้งระบบได้ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ติดตั้ง Facebook Offline Conversions ด้วย Offline Event Manager

1.1  สร้าง Offline Event Set

เข้าไปที่เมนู Events Manager เพื่อเลือกแบรนด์ และแคมเปญที่ต้องการทำโฆษณา

1.2  คลิก Data Source เพื่อเลือก offline event set

 

คลิก Data Source เพื่อเลือก offline event set
ภาพจาก https://leadsbridge.com

 

1.3  ตั้งชื่อ Offline Event Set และเพิ่ม Description จากนั้น คลิกที่เมนู Create

 

 ตั้งชื่อ Offline Event Set และเพิ่ม Description จากนั้น คลิกที่เมนู Create
ภาพจาก https://leadsbridge.com

 

1.4   เลือกบัญชี Ad Accounts ที่ต้องการติดตั้ง จากนั้นเลือก People you want to grant permissions เพื่อเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการในการติดตามใน Event Set นั้น ๆ

จากนั้น คลิก Continue

 

ลือกบัญชี Ad Accounts ที่ต้องการติดตั้ง จากนั้นเลือก People you want to grant permissions เพื่อเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการในการติดตามใน Event Set
ภาพจาก https://leadsbridge.com

 

2  วิธีการอัปโหลดข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในรูปแบบออฟไลน์ (Offline Event Data)

2.1  คลิกที่เมนู Event Manager เพื่อเลือก Offline Event

 

วิธีการอัปโหลดข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในรูปแบบออฟไลน์ (Offline Event Data)
ภาพจาก https://leadsbridge.com

 

2.2  ตั้งชื่อ Offline Event Set ที่เราจะอัปโหลดข้อมูลลงไป

2.3  คลิกเลือก Upload Offline Events เพื่อถ่ายโอนข้อมูล

  1. เลือกไฟล์ที่ต้องการ ด้วยการกด  “Select file” เพื่อหาไฟล์ที่ต้องการจากคอมพิวเตอร์ของคุณ และกดเลือกเมนู  Next: Map Data เพื่อให้ Facebook สร้าง Data ใน Column Data Types
วิธีการอัปโหลดข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในรูปแบบออฟไลน์ (Offline Event Data)
ภาพจาก https://leadsbridge.com

 

  1. ตรวจสอบหาข้อผิดพลาดก่อนใช้งาน ด้วยการกด Data Table and Check for Errors เพื่อทำการแก้ไข และค้นหาข้อมูลที่หายไป หรือ ตรวจสอบ Map Data ก่อนใช้งานจริง
ตรวจสอบหาข้อผิดพลาดก่อนใช้งาน ด้วยการกด Data Table and Check for Errors เพื่อทำการแก้ไข และค้นหาข้อมูลที่หายไป หรือ ตรวจสอบ Map Data ก่อนใช้งานจริง

2.6  เลือก Next: Review เพื่อดูข้อมูลทั้งหมดที่ได้ดาวน์โหลดลงไปก่อนหน้า และดูคำแจ้งเตือนที่ Facebook แจ้งเอาไว้ให้เพื่อแก้ไข โดยคุณภาพของ Offline Events Data โดยรวมควรอยู่ที่ 80% ขั้นต่ำ

2.7  กด “Start Upload

2.8  ดูผลลัพธ์ด้วยการคลิกที่เมนู View our results  ซึ่ง Facebook จะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการประมวลผล จากนั้น คุณสามารถดูผลลัพธ์ได้จาก Ads Manager โดยคลิก Campaigns, Ad Sets,  เลือกคอลัมน์ที่ต้องการ และคลิก Offline Conversions เพื่อดูรายงาน

 

2. ติดตั้งผ่าน Partner ของ Facebook เช่น Leadsbridge Integrations

วิธีที่ 2 ที่คุณสามารถติดตั้ง Offline Conversion คือการใช้ Facebook Partner เพื่อช่วยให้คุณจุดขาย หรือจุดชำระเงิน (POS) และการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) โดยตรง ด้วยเครื่องมือ Offline Conversion ซึ่งเป็นเรื่องง่ายต่อการอัปโหลดข้อมูลออฟไลน์ผ่าน Facebook Partner

ข้อดีในการอัปโหลดข้อมูลโดยอัตโนมัติ ผ่าน Facebook Partner คือการลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการการอัปโหลดข้อมูล ด้วยการใช้ Conversion Sync เครื่องมือที่จะช่วยอัปโหลดข้อมูลของลูกค้าบน Facebook และติดตามการชำระเงินในรูปแบบ Offline ได้เพื่อหายอด Conversion

ตัวอย่าง Facebook Partner ที่สามารถสร้าง Offline Conversions: Leadsbridge

 

ติดตั้งผ่าน Partner ของ Facebook เช่น Leadsbridge Integrations
ภาพจาก https://leadsbridge.com

 

จากภาพด้านบน เราจะเห็นขั้นตอนการติดตามลูกค้าแบบออฟไลน์ด้วยการใช้ Leadsbridge กัน ซึ่ง อันดับแรกนั้นผู้ใช้งานจะเข้ามาใน Facebook แล้วเห็นโฆษณาก่อน

จากนั้น Leadsbridge จะทำงานด้วยการเชื่อมโยงกับ CRM และระบบ POS หรือ ระบบขายหน้าร้าน และ Facebook จะจับคู่ข้อมูลโฆษณาของแบรนด์ กับข้อมูลการซื้อของลูกค้า และแสดงผลลัพธ์ในรายงานของคุณ ซึ่งจะมีข้อมูลที่แสดงยอดขายออฟไลน์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากโฆษณา Facebook

3   ติดตั้ง Facebook Offline Conversions ด้วย API

 

ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้เกริ่นไปคร่าว ๆ เกี่ยวกับ  API กันไปแล้วนะคะ ว่านักการตลาดสามารถส่งยอดการขาย ข้อมูลการปรึกษาของลูกค้า และข้อมูลการโทรไปยัง API หรือไปยัง Partner Integration ได้ ซึ่งคุณต้องมี Facebook Business Messenger แอปพลิเคชัน  ระบบตัวจัดการธุรกิจ และโทเค็นที่ใช้ในการเข้าถึงระบบของผู้ใช้งาน

 

กรณีศึกษาที่ใช้ Facebook Offline Conversions

 

Case Study ที่ใช้ Facebook Offline Conversions
ภาพจาก https://leadsbridge.com

Netatmo เป็นบริษัทออกแบบ และขายกล้องที่ติดตั้งนอกอาคาร รวมทั้ง Smart Thermostats (เครื่องมือสำหรับใช้ควบคุมอุณหภูมิ) เครื่องตรวจจับคุณภาพอากาศ ได้ทดลองใช้ Facebook Offline Conversions เพื่อตรวจสอบว่าแคมเปญโฆษณาบน Facebook นั้นมีผลกับการขายสินค้าในร้านจริงหรือไม่ ด้วยการใช้ Offline Conversion APIโดยผลปรากฏว่า Match Rate ระหว่างผู้ที่เห็นโฆษณาบน Facebook และผู้ที่มาซื้อสินค้าที่ร้านตรงกันถึง  91% และ 80% ของลูกค้าที่สามารถสร้างยอดขายออฟไลน์นั้นมาจากประเทศแถบ Nordic

สรุป

 

ข้อมูลจาก:

https://leadsbridge.com/blog

Learning More

ใช้ประโยชน์จาก Data อย่างไร เพื่อให้ Influencer Marketing ได้ผล ROI ดีที่สุด
รู้จักกับ Influencer ทั้ง 12 ประเภท เพื่อทำการตลาดให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมาย