4 คำถามสำคัญ!! ที่คุณต้องตอบ ก่อนทำการตลาดบนช่องทางอีเมล

4-question-before-start-email-marketing

เนื่องจากช่องทางอีเมลในปี 2020 นี้ จะเป็นช่องทางที่น่าจับตามองมากๆ โดยเฉพาะกับธุรกิจ B2B ที่อาศัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงผู้บริโภคในฝั่งธุรกิจนี้ มีพฤติกรรมในการรับข่าวสารผ่านช่องทางอีเมลมากขึ้น นั่นทำให้หลายๆธุรกิจที่เคยมองข้ามช่องทางทางการตลาดนี้ไป ต้องหันกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น พัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพ และสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะลงมือทำการตลาด ขายสินค้า หรือทำโฆษณาบนช่องทางอีเมล เราจำเป็นจะต้องมีการวางแผน และเข้าใจความต้องการ รวมถึงพฤติกรรมในการตัดสินใจของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อนำมาใช้ในการนำเสนอให้เกิดประสิทธิภาพค่ะ

ในวันนี้เราจึงสรุป 4 คำถามสำคัญ! ที่ทุกแบรนด์ควรตอบให้ได้ ก่อนจะทำการตลาดบนช่องทางอีเมล เพื่อเป็นการวิเคราะห์ทั้งแบรนด์เรา และลูกค้า เตรียมพร้อมว่าควรจะนำเสนออย่างไร ให้ดึงดูดใจ ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อยอดขายของธุรกิจต่อไปในที่สุดค่ะ

เราไปดูกันเลยค่ะว่า 4 คำถามสำคัญนี้มีอะไรบ้าง

คำถามที่ 1 : “Why Now?” “ทำไมต้อง ตอนนี้”

เพราะการส่งจดหมายบนช่องทางอีเมล มีโอกาสที่คนจะไม่เปิดอ่าน หรือลบอีเมลทิ้งได้ง่ายๆ ถ้าไม่ดึงดูดผู้อ่านมากพอ ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องดึงความสนใจผู้อ่านแบบทันทีทันใด ซึ่งแนวทางของวิธีการดึงความสนใจแบบทันทีทันใดนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราสามารถตอบคำถามสำคัญนี้ให้ได้ก่อน

ทำไมผู้ติดตามจึงต้องหยุดกิจกรรมที่พวกเขากำลังทำอยู่ 

แล้วหันมาให้ความสนใจกับอีเมลของเราในตอนนี้ด้วย?

เมื่อตั้งคำถามนี้ขึ้นมา หลายคนมักจะมุ่งเน้นคำตอบที่เอื้อต่อบริษัท ว่าสินค้าดีอย่างไร เป็นอย่างไร ถึงต้องซื้อแต่ลืมที่จะตอบคำถามในมุมมองของลูกค้า ว่าจริงๆแล้ว คำตอบแบบไหนที่ลูกค้าเห็นแล้ว รู้สึกอยากจะเปิดอีเมลในตอนนั้นแบบทันที 

คำตอบของ “Why Now” หรือ “ทำไมต้อง ตอนนี้” จึงจำเป็นต้องออกแบบให้สามารถกระตุ้นความสนใจของลูกค้าได้นั่นเอง

คำตอบของคำถามนี้ อาจจะเป็นอะไรที่ตรงไป ตรงมา เป็นข้อเสนอยอดนิยมที่ลูกค้าสนใจ เช่น…

  • Because it’s new (สินค้าใหม่)
  • Because it’s on sale (ลดราคา) 
  • Because it’s time-limited or time-sensitive… (จำกัดเวลา) 
  • Because it’s exclusive (สิทธิพิเศษ)

ด้านล่างเป็นตัวอย่างที่ดีจากแบรนด์ Kate Spade แบรนด์จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นชื่อดัง โดยอีเมลของพวกเขา สามารถตอบคำถาม “Why Now” หรือ “ทำไมต้อง ตอนนี้” เอา ไว้ในหัวเรื่องของอีเมลเลย

4-question-before-start-email-marketing

ที่มา : digitalmarketer.com

จากภาพตัวอย่าง จะเห็นว่าแบรนด์สามารถตอบคำถาม “Why now” ได้ค่อนข้างชัดเจน ด้วยเงื่อนไขของการลดราคาเหลือเพียง 99$ แถมยังจำกัดเวลาว่า มีเพียงวันนี้วันเดียวเท่านั้นด้วย ทำให้ลูกค้าคนไหนเห็นอีเมลนี้ ก็ย่อมเกิดความสนใจขึ้นมาทันทีที่เห็นนั่นเองค่ะ

 

คำถามที่ 2 : “Who Cares?” “ใคร ต้องให้ความสนใจบ้าง”

คำถามนี้ เพื่อเป็นการกำหนดว่า ใครที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการมีหรือไม่มีสินค้าและบริการของเรา

คำถามนี้เป็นส่วนช่วยในการทำให้ลูกค้ารับรู้ ว่าเราเข้าใจว่าพวกเขาคือใคร ต้องการอะไร เปรียบเหมือนเราเป็นเพื่อนที่คอยรับฟังในสิ่งที่พวกเขาพูด และพร้อมที่จะช่วยเหลือ

ส่วนใหญ่คำตอบนี้ มักจะวางไว้ก่อนเข้าหัวข้อ หรือ Headline ซึ่งมักจะอยู่ในลักษณะประโยคเหล่านี้

นักขายที่ต้องการเพิ่มจำนวนผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า (Lead) ต้องรู้”
“คนที่ควรให้ความสนใจ : ธุรกิจ Ecommerce  ที่ต้องการเพิ่มยอดขาย
ใครก็ตามที่ต้องการปรับการนอนหลับให้ดีขึ้น ฟังทางนี้” 

การระบุให้ชัดเจน ว่าใครควรให้ความสนใจบ้าง เป็นทางลัดในการดึงความสนใจกลุ่มเป้าหมาย เพราะเป็นการบอกว่าเรากำลังพูดถึงพวกเขา หรือกำลังพูดในเรื่องที่พวกเขาสนใจอยู่

ด้านล่างเป็นตัวอย่างอีเมลจาก DigitalMarketer ที่พวกเขามีการระบุอย่างชัดเจน ว่าผู้ที่จะเข้ามาอ่านอีเมลนี้คือกลุ่มของ เอเจนซี่ 

4-question-before-start-email-marketing

ที่มา : digitalmarketer.com

จากตัวอย่างก็จะเห็นว่า ทาง DigitalMarketer มีการเปิดเรื่องอีเมลด้วยคอมเมนต์ที่มาจากเอเจนซี่ก่อน พร้อมทั้งเสริมด้วยคำพูดที่ว่า “We hear you loud and clear” “เราได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจน” เป็นการระบุให้ผู้รับได้เห็นชัดเจนว่า อีเมลฉบับนี้เป็นการพูดถึงข้อมูลให้กับทางฝั่งเอเจนซี่โดยเฉพาะ 

ในกรณีตัวอย่างนี้ถือว่าได้รับผลดีทั้งสองฝ่าย ทาง Digital Marketer เอง ก็ได้ส่งอีเมลไปตรงกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นเอเจนซี่ ทางผู้รับซึ่งเป็นเอเจนซี่เอง ก็รู้สึกถึงความใส่ใจของแบรนด์ และมีโอกาสที่จะเพิ่มความเชื่อมั่นในแบรนด์ให้กับกลุ่มเอเจนซี่เพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตาม การระบุกลุ่มเป้าหมายผู้รับ ก็ไม่ควรเฉพาะเจาะจงมากจนเกินไป เช่น “ เรียนรองประธานฝ่ายการตลาด…” หรือ “เรียนรองผู้จัดการฝ่ายสื่อสารโฆษณา” เป็นต้น การกล่าวในลักษณะนี้ เป็นการจำกัดกลุ่มเป้าหมายที่แคบจนเกินไป เราจึงควรเอ่ยถึงอย่างพอดี มีความเจาะจงมากพอที่จะครอบคลุมคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย และไม่กว้างเกินไป จนเหมือนไม่ได้พูดถึงกลุ่มไหนโดยเฉพาะเลย

 

คำถามที่ 3 : “Why Should They Care?” “ทำไม พวกเขาต้องให้ความสนใจ”

หรือพูดเป็นประโยคคำถามเต็มๆเลยก็คือ “ทำไมผู้ติดตาม หรือผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า ถึงต้องสนใจข้อความในอีเมลของเราด้วย”

  • ถ้าคุณกำลังโปรโมทสินค้าหรือบริการอยู่ สินค้าหรือบริการของคุณนั้นสร้างประโยชน์ให้กับพวกเขาอย่างไร?
  • พวกเขาเป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ในช่วงก่อนและหลัง ใช้สินค้าหรือบริการของเรา?
  • สินค้าหรือบริการของเรา ช่วยให้แต่ละวันของพวกเขาดีขึ้น หรือง่ายขึ้นอย่างไร?

ความจริงที่ว่า ไม่มีลูกค้าคนไหน สนใจว่าคุณคือใคร บริษัทคุณเป็นยังไง หรือสินค้าคุณดีแค่ไหน นั้นจริงเสมอ เพราะพวกเขาสนใจเพียงว่า สินค้าหรือบริการของเรา เกี่ยวข้องกับพวกเขาหรือไม่ และมองหาเฉพาะอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตพวกเขา และแก้ปัญหาที่พบเจอได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญเลยก็คือ เราจะต้องมีการวิเคราะห์ลูกค้าก่อนว่า พวกเขามีปัญหาอะไร มีประสบการณ์แบบไหนมา และต้องการผลลัพธ์อะไร เพื่อที่เราจะสามารถสื่อสารออกไปได้ตรงความต้องการมากที่สุดค่ะ

เจาะลึกการวิเคราะห์ลูกค้าบนโลกออนไลน์ได้ที่

อีกหนึ่งในการนำเสนอสุดคลาสสิก และง่ายที่สุด ที่สามารถบอกว่าสินค้าเราตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างไร คือการแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ เป็นภาพ ก่อนและหลังใช้สินค้าหรือบริการ 

ภาพเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถืออย่างมาก โดยเฉพาะกับธุรกิจที่สามารถเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม อย่างธุรกิจความงาม ธุรกิจด้านสุภาพ การออกกำลังกาย ธุรกิจตกแต่งบ้าน เป็นต้น ดังตัวอย่างด้านล่าง ที่แสดงให้ผู้ชมเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เป็นการบอกประโยชน์ที่จะได้รับผ่านภาพเปรียบเทียบเพียงภาพเดียว

ดังตัวอย่างด้านล่างก็เป็นภาพเปรียบเทียบก่อนหลัง ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ใครเห็นเป็นต้องสนใจในสินค้าและบริการ โดยเฉพาะคนที่กำลังลดน้ำหนัก และฟิตร่างกาย อย่างแน่นอนค่ะ

4-question-before-start-email-marketing

ที่มา : digitalmarketer.com

อีกหนึ่งตัวอย่าง เป็นการแสดงภาพก่อนและหลังของบริการจากบริษัท KitchenRespray ที่รับสเปรย์สีเฟอร์นิเจอร์ให้กับห้องครัวของลูกค้า เป็นรูปภาพที่ตอบคำถามได้ในตัวเลยว่า ทำไมลูกค้าต้องรับบริการจากแบรนด์พวกเขา แค่เห็นภาพก็รู้แล้วว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปที่สวยงาม สะอาด และเก็บงานได้เรียบร้อย เป็นต้นค่ะ

4-question-before-start-email-marketing

ที่มา : kitchenrespray.com

หากคุณสามารถบรรยายประโยชน์ของสินค้าหรือบริการ ออกมาเป็นภาพได้ นั่นจะเป็นวิธีที่ทรงพลังมากๆ ที่จะสื่อให้ผู้ชมเห็นคุณค่า และโน้มน้าวใจผู้คนกับสิ่งที่เรานำเสนอได้ค่ะ

 

คำถามที่ 4 : “How Can You Prove It?” “คุณจะพิสูจน์ได้อย่างไร?”

ในคำถามที่ 3 เราได้วิเคราะห์ไปแล้วว่า ทำไมลูกค้าจึงต้องสนใจสินค้าและบริการของเรา สินค้าเราเป็นประโยชน์อย่างไร ช่วยอะไรลูกค้าได้บ้าง 

อย่างไรก็ตาม แค่เพียงเพราะเราบอกพวกเขาว่า สินค้าและบริการตอบโจทย์อย่างไร ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะเชื่อ

และนั่นนำมาสู่คำถามข้อสุดท้ายคือ “How Can You Prove It?” “คุณจะพิสูจน์ได้อย่างไร?”

ข้อนี้ก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะถ้าคุณไม่สามารถคลี่คลาย ความกังวล ความสงสัยต่อสินค้าและบริการได้ คุณอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อให้พวกเขายอมซื้อสินค้าของคุณ

ในส่วนนี้คุณจึงต้องนำเสนอตัวอย่างของลูกค้าคนอื่นๆ ที่เผชิญปัญหาเหมือนกันกับพวกเขา ว่าใช้สินค้าบริการแล้วรู้สึกอย่างไร ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการอย่างไร

โดยทั่วไปมักจะนำเสนอในรูปแบบของ…

 

Testimonials

เป็นรูปแบบการนำเสนอที่ให้ ลูกค้าหรือผู้ที่เคยใช้สินค้าหรือบริการ มาถ่ายทอด เล่าให้ฟังว่า สินค้าหรือบริการนั้นดีอย่างไร ให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร

อย่างที่ทราบกันดีว่า พฤติกรรมของคนในสมัยนี้ มักจะเชื่อลูกค้าคนอื่นๆ และไว้วางใจกลุ่มคนที่มีปัญหาแบบเดียวกัน ดังนั้นถ้าสินค้าของคุณดี มีคนชื่นชอบ ก็อย่าลืมที่จะเก็บความคิดเห็นดีๆจากลูกค้าเก่าเหล่านั้น มานำเสนอให้กับคนอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจได้ค่ะ

ตัวอย่าง Testimonial
วิดีโอด้านล่าง เป็นตัวอย่างของ Testimonial ที่มีการเล่าความรู้สึก ความคิดเห็น และสิ่งที่พวกเขาได้รับ หลังจากเรียนหลักสูตรของเรา ซึ่งเป็นสินค้าหรือบริการของแบรนด์นั่นเองค่ะ

 

Customer Stories

เหนือขึ้นไปกว่า Testimonial ที่ลูกค้าเพียงแค่บอกเล่าว่า สินค้าหรือบริการดีอย่างไร คือการนำเสนอเรื่องราวของลูกค้าเอง ตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทางของความสำเร็จ โดยมีสินค้าหรือบริการของเราเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ไปถึงจุดนั้น

รูปแบบการนำเสนอในลักษณะนี้ จะเข้าถึงใจคน และเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงสู่ความสำเร็จที่ชัดเจน รวมถึงมีผลต่อการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้รับชมคนอื่นๆได้ด้วยค่ะ

ตัวอย่าง Customer Stories
ด้านล่างเป็นวิดีโอเรื่องราวของนักเรียนที่เคยผ่านหลักสูตรของเรามา มีการนำไปใช้จริงจนเกิดประโยชน์กับธุรกิจ เป็นการถ่ายทอดที่มากกว่าบอกเล่าความรู้สึกหลังเรียน แต่ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงแทนค่ะ

 

Case Studies

คือรูปแบบกรณีศึกษาจากความสำเร็จของคุณเองที่เกิดขึ้น มีผลลัพธ์ที่เก็บข้อมูลไว้มาแสดงผล รูปแบบนี้มักจะใช้กับธุรกิจ B2B เพราะเป็นรูปแบบการนำเสนอที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้าธุรกิจ B2B ค่ะ

ตัวอย่าง Case Studies
ด้านล่างเป็นตัวอย่างการนำเสนอกรณีศึกษา ของบริษัทที่ชื่อว่า FRACTL ในการทำการตลาดให้กับ แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Sapio โดยแคมเปญนี้สร้างความสำเร็จ ในการเพิ่มยอดโหลดแอปขึ้นถึง 3,072% ทาง FRACTL จึงนำกรณีศึกษานี้มาถ่ายทอดลงในเว็บไซต์ โดยมีการใช้กราฟิก ไอคอนเข้ามาช่วยให้น่าอ่านมากขึ้น

ซึ่งกรณีศึกษาดังกล่าว ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท FRACTL ต่อความสำเร็จในการทำการตลาดให้กับธุรกิจต่างๆนั่นเองค่ะ

4-question-before-start-email-marketing

ที่มา : www.frac.tl

และทั้งหมดนี้ก็คือคำถามสำคัญ ที่จะสามารถสร้างแนวทางในการทำการตลาดในช่องทางอีเมลให้กับผู้อ่านทุกคนได้ 

สรุปอีกครั้ง 4 คำถามสำคัญนี้ประกอบไปด้วย

  1. “Why Now?”  👉  “ทำไมต้อง ตอนนี้”
  2. “Who Cares?” 👉 “ใคร ต้องให้ความสนใจบ้าง”
  3. “Why Should They Care?” 👉 “ทำไม พวกเขาต้องให้ความสนใจ”
  4. “How Can You Prove It?” 👉 “คุณจะพิสูจน์ได้อย่างไร?”

ไม่เพียงแต่ช่องทางอีเมล ทั้ง 4 คำถามนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการขายสินค้า การทำโฆษณาในช่องทางอื่นๆได้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการตรวจสอบอีกครั้งว่าสิ่งที่เราสื่อสารออกไป จะใช่ และตรงใจกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกคนนะคะ 🙂

📣 หากผู้อ่านท่านใดมีความประสงค์ ต้องการพัฒนาทักษะในการวางแผน รวมถึงเทคนิคในการทำ Content Marketing ที่สามารถเปลี่ยนจากคนที่ไม่รู้จักให้กลายเป็นลูกค้า ไปจนถึงซื้อซ้ำ และบอกต่อได้ ทั้งยังตอบโจทย์เป้าหมายธุรกิจ และโดนใจลูกค้าไปพร้อมๆ กันด้วย สามารถสมัครเรียนในหลักสูตรเจาะลึก Content Marketing ได้ตามลิงก์นี้ได้เลยนะคะ https://stepstraining.co/digital-content-marketing

 

ที่มา
https://www.digitalmarketer.com/blog/write-compelling-email-copy/

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล

Interesting Topics

5 ฟีเจอร์เด็ดของ LINE OA ช่วยให้คุณดูแลลูกค้าง่ายขึ้น “เพิ่มยอดซื้อซ้ำ” ให้ธุรกิจออนไลน์