Checklist – Do and Don’t สิ่งที่ควรทำและข้อที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำ SEO [Infographic]

checklist-do-dont-seo

คุณกำลังมองหา Checklist ดีๆในการทำ SEO อยู่รึเปล่า?

หากคำตอบของคุณคือ “ใช่” แสดงว่าคุณกำลังอ่านถูกบทความแล้ว บทความนี้จะช่วยบอกให้คุณรู้ว่า สิ่งใดควรปฏิบัติและสิ่งไหนควรหลีกเลี่ยงในการทำ SEO (Search Engine Optimization) โดยบทความนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่สูงขึ้นในการค้นหา แต่ที่สำคัญ เมื่อคุณรู้แล้วว่าควรทำสิ่งใดบ้างอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกันก็คือ คุณควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงสิ่งใดบ้าง เพราะอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ติดในหน้าแรกของการค้นหาหรือในบางกรณีเว็บไซต์ของคุณอาจถูกแบนได้

ซึ่งข้อควรปฏิบัติและข้อที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

 

Do : ข้อควรปฏิบัติในการทำ SEO

  1. การใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  2. การเขียน Meta Tags ที่เหมาะสม
  3. การใส่ Internal links 
  4. ใช้รูปภาพเพื่อยกระดับคอนเทนต์ของคุณ
  5. User – Friendly content
  6. การใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะกับโทรศัพท์มือถือ
  7. การทำ Site mapping

1.Do : การใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์

Google ได้ช่วยเหลือผู้ใช้งานทุกคนด้วยการนำเสนอเครื่องมือต่างๆอย่าง Keyword Planner, Google Analytics, Google Console ซึ่งก่อนที่คุณจะเริ่มต้นสร้างคอนเทนต์ คุณควรทำการศึกษาค้นหา Keyword หรือคำหลัก โดยการใช้คำที่มีคะแนน Keyword difficulty score (คำที่ยากต่อการทำความเข้าใจ) ต่ำจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นจากคู่แข่ง

keyword-difficulty-and-search-results
ภาพจาก : https://robpowellbizblog.com/keyword-difficulty-scores/

 

นอกจากนี้คุณควรลองใช้เครื่องมือ SEO อื่นๆ อย่าง Google Analytics ที่ใช้ในการวิเคราะห์เว็บไซต์ที่หลายๆท่านรู้จักและเคยผ่านตากันมาบ้าง เครื่องมือนี้ได้ครอบคลุมในหลายๆด้านการทำ SEO โดยสามารถบอกได้ว่าจุดใดบ้างที่เป็นตัวฉุดรั้งเว็บไซต์ของคุณในการขึ้นไปอันดับต้นๆของการค้นหา 

ตัวอย่าง 

หากคุณต้องการให้หน้าเว็บไซต์ของคุณมีผู้ใช้งานเข้ามาอ่านคอนเทนต์และคลิกต่อไปที่หน้าลงทะเบียน แต่ผลลัพธ์ที่เกิดคืออัตรา Bounce rate สูงถึง 80% แปลว่าผู้ใช้งานกว่า 80% ไม่ได้คลิกต่อไปที่หน้าลงทะเบียนแต่กดออกจากหน้าเว็บไซต์ไปก่อน หากคุณต้องการให้ผู้อ่านคลิกไปที่หน้าลงทะเบียนคุณอาจใส่ Call to action หรือประโยคเชิญชวนให้คลิก ทำให้อัตรา Bounce rate ลดลงได้ค่ะ

2.Do : การเขียน Meta Tags ที่เหมาะสม

Google ให้เสรีในการเขียนอธิบายถึงเว็บไซต์ของคุณ ที่มีการจำกัดคำอยู่ที่ 55 คำ ดังนั้นคุณควรเขียน Meta Tags ที่กระชับ และตรงต่อสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารไปยังผู้ชม โดยในส่วนของ Meta Tags เป็นเหมือนกระบอกเสียงที่บอกเล่าถึงแบรนด์คุณและช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ให้เข้ามาที่เว็บไซต์ ดังนั้นคุณควรเลือก 55 คำเหล่านั้นอย่างชาญฉลาดที่เฉพาะเจาะจงและหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำหรือการใช้คำที่ยาวเกินไป

meta-tags.png

 

3.Do : การใช้  Internal links 

การทำ Internal Links คือการที่เราเชื่อมลิงก์จากหน้า A ไปยังหน้า B โดยที่ยังอยู่ภายในเว็บไซต์ของเราซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ชมเกิดความสนใจและเดินทางอยู่ภายในเว็บไซต์ของเราได้นานขึ้นทำให้ระบบของ Google มองว่าเว็บไซต์ของเรามีคอนเทนต์คุณภาพและใช้งานง่าย ส่งผลให้คะแนน SEO ของเว็บไซต์คุณสูงขึ้น

ตัวอย่าง

คอนเทนต์นี้เราพูดถึงเรื่องเทรนด์ช่องทาง Twitter ในปี 2020 หากเราต้องการใช้ Internal Links เราควรเลือกลิงก์ภายในเว็บไซต์และหัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์นี้อย่าง “เคล็ดลับการใช้ช่องทาง Twitter ให้ตอบโจทย์ลูกค้า” ทำให้ผู้อ่านกดคลิกเข้าไปอ่านต่อในคอนเทนต์ถัดไป ส่งผลให้ระยะเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์ของเราเพิ่มขึ้นค่ะ

internal-link

 

4.Do : ใช้รูปภาพเพื่อยกระดับคอนเทนต์ของคุณ

การใช้รูปภาพ ภาพถ่าย กราฟิก เพื่อปรับปรุงคุณภาพคอนเทนต์ของคุณ สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นในการปรับลำดับการแสดงผลของเว็บไซต์บนเครื่องมือการค้นหา ซึ่งโดยปกติแล้ว Google ไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ในรูปภาพ แต่ Google สามารถทำความเข้าใจรูปภาพได้จาก Alt Text และคำที่คุณเพิ่มเข้าไปในรูปภาพ นอกจากนี้คุณยังสามารถใส่คำอธิบายแบบยาวได้เพื่ออธิบายภาพของคุณ

image-alt-tag-seo
ภาพจาก : https://www.bluecorona.com/blog/image-seo-alt-tags-title-tags-in-between/

 

5.Do : User – Friendly content

การสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ดังนั้นพยายามที่จะทำให้ผู้อ่านของคุณมีประสบการณ์การท่องเว็บไซต์ที่ดี  เมื่อผู้อ่านต้องการค้นหาข้อมูลบางอย่างที่เฉพาะเจาะจง พวกเขาคาดหวังว่าคอนเทนต์นั้นจะมีความเกี่ยวข้อง และตรงกับสิ่งที่เขามองหาและหากในทางกลับกัน คอนเทนต์ของคุณไม่ได้ตรงกับสิ่งที่พวกเขามองหาก็จะทำให้อัตรา Bounce rate สูงขึ้นค่ะ

ตัวอย่าง

  • หัวเรื่องมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาที่อยู่ในคอนเทนต์
  • มีการเรียบเรียงย่อหน้าเนื้อหาให้อ่านง่าย สบายตา
  • มีการยกตัวอย่างและการสรุปเนื้อหา 
  • การใช้รูปภาพ กราฟิกอธิบายประกอบ
  • ขนาดไฟล์รูปภาพที่เหมาะสมทำให้หน้าเว็บโหลดเร็ว

 

6.Do : การใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะกับโทรศัพท์มือถือ

ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนมากใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องเว็บไซต์มากกว่าพีซี  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับการแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้เรื่องประสบการณ์ของผู้ใช้งานยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการจัดลำดับการค้นหาจาก Google ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีเป็นกุญแจสำคัญและคุณควรให้ความสำคัญสูงสุด

pc-mobile

 

7.Do : การทำ Site Mapping

การทำ Site Mapping หรือการทำแผนผังเว็บไซต์เป็นส่วนสำคัญของ SEO การจัดทำแผนผังเว็บไซต์ของคุณทำให้ Google สามารถสำรวจข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้นรวมถึงการจัดหมวดหมู่คอนเทนต์ของคุณตามเกณฑ์การค้นหาของผู้ใช้เว็บไซต์ 

site-mapping

 

Don’t : ข้อควรหลีกเลี่ยงในการทำ SEO

  1. การคัดลอกข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น
  2. การใช้ External links ที่มากเกินไป
  3. คอนเทนต์ที่มีแต่ตัวอักษร
  4. การลิงก์ไปยังเว็บไซต์ผิดกฏหมาย

1.Don’t : การคัดลอกข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น

เว็บสไปเดอร์ เป็นระบบจาก Google ที่หน้าที่เข้าไปเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆจากเว็บไซต์ของคุณ และทำการสำรวจทุกๆข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตซึ่งหมายความหากคุณคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น Google สามารถเจอได้อย่างง่ายดายและมีความเป็นไปได้ที่ Google จะถือว่าเป็นสแปมและลบออกจากผลของการค้นหา ดังนั้นหากคุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่สูงขึ้นในการค้นหาคุณควรสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เป็นออริจินัลของแบรนด์คุณเอง

 

2.Don’t : การใช้ External links ที่มากเกินไป

การใช้ External links หรือการใช้ลิงก์ภายนอกซึ่งเป็นเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่ของเราเป็นจำนวนมากเกินไปอาจส่งผลต่อ SEO ของคุณ Google มีสิทธิ์ที่จะประกาศลิงก์ขาออกที่ไม่เกี่ยวข้องให้เป็นสแปม หากผู้ใช้พบลิงก์ที่ไม่มีประโยชน์หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก็อาจทำให้เพิ่มอัตราการเกิด Bounce rate ดังนั้นคุณควรจำกัดในการเลือกลิงก์ที่เกี่ยวข้องและใช้คำที่เฉพาะเจาะจง

ตัวอย่าง

หากคุณกำลังเขียนคอนเทนต์รีวิวเครื่องสำอางค์จำนวน 20 ชิ้น แต่ระหว่างเนื้อหาคุณใส่ลิงก์ไปยังหน้าเว็บไซต์ขายเครื่องสำอางค์ทุกชิ้น จะส่งผลต่อประสบการณ์การอ่านของผู้ชม ทำให้บางคนอาจกดลิงก์ออกไปดูสินค้าและไม่กลับมาอ่านรีวิวคุณอีก หรือกดออกจากเว็บไซต์ของคุณทันทีเพราะรู้สึกว่ามีลิงก์ที่ไม่เกี่ยวกับการรีวิวจำนวนมาก ดังนั้นการใส่ External links คุณจะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากเกินไปจะส่งผลให้ผู้อ่านใช้เวลาอยู่ในหน้าเว็บไซต์นานขึ้นค่ะ

External-Link

ภาพจาก : http://www.amazonseoteam.com/2019/02/14/context-for-outbound-links-for-seo/external-link/

3.Don’t : คอนเทนต์ที่มีแต่ข้อความ

การใช้แต่ข้อความในคอนเทนต์สามารถสร้างความเบื่อหน่ายให้แก่ผู้อ่านได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้ตัวอักษรนะคะ แต่พยายามสร้างสรรค์คอนเทนต์โดยการเพิ่ม รูปภาพ กราฟิก หรือ Quotes ลงไป ซึ่งจะช่วยส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้ค่ะ

ตัวอย่าง รูปข้างล่างนี้แบบไหนน่าสนใจกว่าคะ ระหว่างหน้าที่มีกราฟิก หรือ หน้าที่มีแต่ข้อความ 

seo

 

4.Don’t : การลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม

คุณควรระมัดระวังในการเชื่อมโยงคอนเทนต์ของคุณไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เพราะพวกเขาอาจมีคอนเทนต์ที่มีรูปภาพหรือเนื้อหาไม่เหมาะสมในสายตาของ Google เช่น เว็บไซต์การพนัน เว็บไซต์ดูภาพยนตร์ออนไลน์ผิดลิขสิทธิ์ สิ่งนี้อาจส่งผลต่อเว็บไซต์ของคุณและทำให้อันดับของคุณตกลงได้ค่ะ 

 

สรุป

Checklist การทำ SEO ในข้างต้นเป็นสิ่งที่คุณควรให้ความสนใจ แต่ก็ไม่สามารถละเลยกับข้อที่คุณควรหลีกเลี่ยง เพราะหาก Google พบมันก็สามารถลงโทษเว็บไซต์ของคุณโดยการแบนเว็บไซต์ของคุณตลอดไป โดย Checklist ชุดนี้คุณสามารถนำไปใช้ในการดูแลตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณได้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยค่ะ 🙂

 

Infographic : Checklist – Do’s and Don’ts SEO

checklist-seo-steps

แหล่งข้อมูล
https://data-flair.training/blogs/seo-tips/
https://robpowellbizblog.com/keyword-difficulty-scores
/https://moz.com/learn/seo/internal-link

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
รวมเทคนิคการสืบค้นข้อมูลด้วย Google ชีวิตง่ายขึ้น เมื่อค้นหาอะไรก็เจอ!