เริ่มธุรกิจบนโลกออนไลน์จากช่องทางไหนที่ปังที่สุด ?!?

เริ่มธุรกิจบนโลกออนไลน์จากช่องทางไหนที่ปังที่สุด ?!?

เอ็มมี่เชื่อว่าเวลาคนที่อยากจะเริ่มทำการตลาดออนไลน์ และ อยากจะทำให้ประสบความสำเร็จนั้นย่อมอยากจะเลือกก้าวแรกให้ถูก และ ให้บูมไปเลย
เวลาที่เอ็มมี่ได้เข้าไปวางแผนการตลาดให้บริษัทไทย หลายๆบริษัท สิ่งที่น่าสนใจคือ สินค้าของบ้านเรามีความแตกต่างจากสินค้า ประเทศอื่นๆ ทีมงาน เจ้าของ และ นักการตลาดต่างก็มีความเชื่ออย่างแรงกล้าในแบรนด์ แต่ยังไม่รู้ ว่าจะเริ่มต้นทำการตลาดจากตรงไหน ให้เหมาะที่สุด บางคนเจ็บมาจากการ Sales ในโลก offline
เมื่อ 7 ปีที่แล้วตัวเอ็มมี่เองก็เคยทำการตลาดแบบ ออฟไลน์ดูเช่นกันค่ะ ออก booth ออก event นำสินค้าไปลงนิตยสาร และเริ่มคิดจะทุ่มทุนไปกับการทำงาน event แต่ความเป็นจริงแล้วลืมหนึ่งไปเลยว่า ต้นทุนที่เรามีอยู่ และ เป้าหมายที่เราต้องเดินก้าวแรกนั้นคืออะไร

เลยเริ่มกลับมาตั้งคำถามว่าเราต้องการอะไร ณ ตอนนี้
1.การเป็นที่รู้จัก
2.ยอดขาย

และเรามีทรัพยากรอะไรอยู่บ้าง
1.ต้นทุนงบการทำการตลาดที่มีอยู่อย่างจำกัด
2.พื้นที่บนโลกออนไลน์ที่สามารถใช้ได้เลยโดยไม่ใช้ต้นทุนอะไร

และ 7 ปีที่แล้ว พอเริ่มต้นอะไรก็ดูง่าย เราเริ่มทำการตลาดให้บริษัทที่เอ็มมี่ทำงานอยู่ได้ โดยปราศจากการวางแผนการตลาดออนไลน์ และปราศจากคำว่า Content ถ่ายรูปสินค้า แบบง่ายๆ ก็จบ มี sales content ก็จบ

แต่ตอนนี้ การแข่งขันที่สูงขึ้น ถ้าเราดูใน ฝั่งอเมริกา คำว่า Digital Marketing ของเขาไม่ได้มีแค่ SocialMedia เพียงอย่างเดียวค่ะ

เขามีการวางกลยุทธ์ และ มีาร optimize email marketing มีการใช้พื้นที่บนโลกออนไลน์อย่างเต็มที่ คอนเทนต์ 1 คอนเทนต์ไม่ใช่การเขียนเพียงอย่างเดียวแต่สามารถ นำไปแปลเป็น Sales Kit ให้ Sales Team ได้ นำคอนเทนต์ไปใช้ต่อถึง PR ได้ แต่บ้านเราส่วนใหญ่มาถึงก็จะเอาเลย Blogger Influencer Net Idol

ถามว่ามีงบไหม ก็อาจจะยังไม่ถึง บางคนมี แต่ไม่รู้ว่าใช้ช่องทางเบื้องต้นจะทำการขายได้หรือเปล่า เอาเป็นว่าเริ่มต้นจากช่องทางต่อไปนี้ค่ะ

1.ช่องทางที่เสียทรัพย์น้อยแต่สร้างยอดมหาศาล

ช่องทางที่เรามีต้นทุนอยู่แล้ว เริ่มจากทางนั้นก่อนทางที่เสียเงินน้อยที่สุด คือ social media

2.คอนเทนต์ ที่คุณเสียต้นทุนแค่เวลา

3.คอนเทนต์ ประเภทรูปภาพ

ใช้ smart phone ถ่ายเอง จะใช้ แอพ vsco cam , phonto ไว้แต่งภาพ บวกตัวอักษรก็ง่าย
หรือจะใช้ canva ก็ไม่ยากเช่นกัน

4.สร้างผู้ติดตามกัน

สำหรับพื้นที่ออนไลน์ไหนที่ยังไม่มีผู้ติดตาม ทำการ invite กลุ่มเป้าหมายที่แฝงอยู่ในกลุ่มเพื่อนเลย
หากคิดว่ายังไม่ใช่ อันนี้ต้องอาศัยก็ set ตัวกลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรก โดยการผลิตคอนเทนต์คุณภาพ และแชร์ เข้า profile
เข้าตาม facebook group , กระทู้ต่างๆแล้วค่ะ หรือ เรียกว่าแหล่งชุมชนในโลกออนไลน์

5.สร้างพลังแข็งแกร่งบนโลกออนไลน์

เมื่อเริ่มมีผู้ติดตามแล้ว หากอยากได้พลังแข็งแกร่งบนโลกออนไลน์ จงทำคอนเทนต์เชิงคุณภาพซะ
และให้เกิดการแชร์ต่ออย่างหนักหน่วง และคุณจะได้กลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพกลับมา

6.อย่าลืมสร้างยอดขายด้วยการผสม sales + non sales content

7.เมื่อเริ่มมียอดขาย ก็ไปต่อช่องทางอื่นได้เลย

ไม่ว่าจะเป็น social media อื่นๆที่กลุ่มเป้าหมายอยู่
เว็บไซต์ เสริมพื้นที่ของคุณ เสริมร้านค้าของคุณ เสริม SEO จะใช้เว็บไซต์ก็ให้ไปในทิศทางเดียวกับแบรนด์ของคุณ อย่าคิดว่ามันยากหรือซับซ้อน ต่อให้มี social media ก็ต้องมีเว็บไซต์อยู่ดี ทำไมต้องมีลองไปอ่านบทความที่บอกว่า 10 ข้อดีในการมีเว็บไซต์ดูค่ะ จะใช้อะไรก็ได้หากอยากทำเอง
wix.com
wordpress.com
readyplanet
itopplus
หรือจะให้คนเขียนเว็บทำให้ก็ได้ เอาตามงบและคุณภาพเลย แต่เวลาทำควรให้เว็บอยู่ได้อย่างน้อย 3 ปีนะคะ
และทำเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุด อย่าหยุดแค่มีแต่รายละเอียด ทำให้คนซื้อของจากเว็บเราได้ด้วย

8.ตอนเริ่มขายได้อย่าลืมเตรียมเรื่องการขนส่ง

การดูแลลูกค้า การตอบลูกค้า การเช็คความสุขของลูกค้าหลังจากได้รับสินค้าแล้ว

9.อย่า อย่าคิดจะหยุด อย่าหยุด feed คอนเทนต์

ถ้าคุณหยุดคุณจะมีความเสี่ยงว่าอาจจะพ่ายให้กับคู่แข่งที่ขึ้นเป็นดอกเห็นก็เป็นได้

10.สร้างระบบ membership เลย

หรือสร้างพื้นที่ให้ลูกค้าเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์กันในเว็บ ถ้าใครไปถึงระดับ Ecommerce หรือ market place ได้ก็ดีค่ะเพราะระบบจะทำงานให้คุณเอง

11.อย่าลืมสร้างทีม

มีทีมรองรับการซื้อขายบ้างก็ดีกว่าไม่มีนะคะคุณคงไม่ได้อยากสร้างตลาดบนโลกออนไลน์และมีเวลาน้อยลงใช่ไหมคะ

ชนใดไม่มีทักษะ Digital Marketing ชนนั้นอาจจะเสียโอกาสกว่า 10 โอกาสภายในพริบตาเดียว
ต้องวัดผลอะไรบ้าง? ในวันที่คุณมีเว็บไซต์ E-Commerce ของตัวเองเป็นครั้งแรก