Virtual Reality สร้างประสบการณ์เสมือนจริงผ่านการตลาดยุคใหม่

“เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า การตลาดก็ต้องก้าวตาม”

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ Virtual Reality (VR) กันมาบ้างแล้ว ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ในการรับชมภาพเสมือนจริง ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ไปอยู่ในที่แห่งนั้นจริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างจากการรับชมผ่านหน้าจอแบบสองมิติธรรมดา VR จึงเป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับผู้ที่ได้รับชม หลายธุรกิจจึงเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับการตลาด เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ น่าจดจำ และเพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น อีกทั้งความนิยมของเทคโนโลยีดังกล่าวก็กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า ใครเริ่มก่อนได้เปรียบในตลาดแน่นอนค่ะ

สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ VR

  • จำนวนผู้ใช้งาน VR ในปี 2018 มีถึง 171 ล้านคน ซึ่งสูงขึ้นมามากจากปี 2014 ถึง 855 เท่า จากที่มีผู้ใช้เพียงแค่ 200,000 คน 
  • 62% ของผู้บริโภคกล่าวว่า พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมกับแบรนด์ (Engage) มากกว่า เมื่อได้สัมผัสประสบการณ์ผ่าน VR
  • 71% ของผู้บริโภค เชื่อว่าแบรนด์ที่มีการใช้ VR จะเป็นแบรนด์ที่มีความคิดก้าวหน้าเสมอ 

อย่างที่กล่าวไปว่า ตอนนี้หลายธุรกิจเริ่มนำ VR มาปรับใช้กับการตลาดของตนเอง เพื่อสร้างความน่าจดจำและการมีส่วนร่วมที่ดีระหว่างแบรนด์และลูกค้า ในวันนี้จึงนำตัวอย่างการใช้ VR กับการตลาดของแบรนด์ต่างประเทศมานำเสนอ เพื่อเป็นไอเดียให้กับธุรกิจของไทยเราในอนาคต ให้สามารถนำมาปรับใช้ได้ค่ะ

All Nippon Airways : สัมผัสห้องโดยสารสุดหรู ‘The Room’ ผ่าน VR

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality หนึ่งสายงานธุรกิจที่นิยมใช้การตลาดรูปแบบนี้เลยก็คือ ธุรกิจสายการบิน และแน่นอนว่าสายการบิน All Nippon Airways (ANA) ก็ไม่พลาดที่จะใช้เทคโนโลยีนี้ด้วยเช่นกัน

สายการบิน ANA ใช้เทคโนโลยี VR นี้ในการโปรโมทเที่ยวบิน 777-300ER โดยพาชมห้องโดยสาร Business Class ที่เรียกว่า ‘The Room’ ซึ่งเป็นห้องโดยสารเสมือนจริง 

‘The Room’ นี้ถูกเปิดตัวในงานจัดแสดงระดับโลกในกรุงลอนดอน และกรุงโตเกียว ความพิเศษของ VR ในครั้งนี้คือ ผู้เข้าร่วมงานทุกคนสามารถเข้าชมห้องโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ และยังได้สัมผัสฟีเจอร์พิเศษ รวมถึงความสะดวกสบายของห้องโดยสาร ผู้ที่สวมแว่น VR สามารถเปิด ปิด ประตูห้อง หรือช่องต่างๆรอบที่นั่ง สามารถปรับสภาพแสงไฟ และทดลองรับชมภาพยนตร์บนเครื่องบินผ่าน VR นี้ เรียกได้ว่า เหมือนได้สัมผัสสถานที่จริง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปไกลเลยล่ะค่ะ

และแน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้ เป็นประโยชน์กับทางสายการบินมาก เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสได้ลองขึ้นเที่ยวบินนี้และได้สัมผัสห้องโดยสารใหม่จริงๆได้ การให้ผู้ชมสัมผัสผ่าน VR จึงเป็นวิธีการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญยังสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับพวกเขาด้วย

 

Patron : Brand Storytelling ในรูปแบบ VR

example-virtual-reality-marketing

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการใช้ VR ที่น่าสนใจ ในการนำมาใช้เล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ โดย Patron เป็นแบรนด์จัดจำหน่ายเตกีล่า (Tequila) หรือเครื่องดื่มแลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง ซึ่งการนำเสนอผ่าน VR ครั้งนี้ พวกเขาผสมผสานระหว่างภาพถ่ายวิดีโอจริงและคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้าด้วยกัน เพื่อพาผู้ชมเข้าไปสัมผัสกับเรื่องราวของกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ตั้งแต่เริ่มต้นในฟาร์ม ไปจนถึงส่วนสุดท้ายที่ได้มาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราเห็น 

เป็นการฉีกกฎการเล่าเรื่องแบรนด์แบบเดิมออกไป เพราะเราจะได้รับรู้และสัมผัสเหมือนกับการเข้าไปเดินชมโรงงานจริงๆ ซึ่งการได้เห็นขั้นตอนและความพิถีพิถันของสินค้า เป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกถึงความใส่ใจของแบรนด์ และแน่นอนว่ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า รวมถึงสามารถสร้าง Brand Royalty ให้เกิดกับผู้รับชมได้อีกด้วยค่ะ

 

Volvo : ทดลองขับ XC90 SUV เสมือนจริงผ่าน VR

เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของวงการรถยนต์เลยทีเดียว สำหรับการเปิดตัวแอปพลิเคชันของ Volvo ที่รองรับการรับชมแบบ VR ผ่าน Google Cardboard โดยแคมเปญดังกล่าวนี้ถูกทำขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์เหมือนจริงของรถยนต์รุ่น XC90 SUV ของพวกเขาได้ โดยไม่ต้องมาที่ศูนย์จริง 

แม้จะมีเสียงตอบรับออกมาว่า ภาพที่รับชมผ่าน VR นี้จะคลุมเครือและบิดเบือนไปสักหน่อย แต่ถือเป็นการเริ่มต้นอย่างชาญฉลาดในการนำเทคโนโลยี VR มาใช้ อย่างน้อยผู้ชมก็ได้รับรู้ว่า Volvo นั้นเป็นแบรนด์ที่ล้ำสมัยและพัฒนาสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอด เป็นการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อแบรนด์ใหม่ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งถ้าวันหนึ่งเทคโนโลยีนี้จะนำมาใช้กับการทดลองขับได้จริงในอนาคต Volvo ก็ถือเป็นแบรนด์ที่ได้เปรียบ และอาจจะมีอิทธิพลในด้านนี้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ในอนาคตก็เป็นได้

 

Merrell : ทดลองสินค้า เดินเขาเสมือนจริงด้วย VR

เพื่อเปิดตัวรองเท้าเดินป่ารุ่นใหม่ของแบรนด์ Merrell พวกเขาจึงจัดแคมเปญกิจกรรมสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่าน VR ที่เรียกว่า Trailscape โดยกิจกรรมนี้เป็นการพาผู้เข้าชมไปยังสถานการณ์การปีนเขาที่อันตราย น่าตื่นเต้นเร้าใจ ที่พิเศษก็คือผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสเหมือนกับได้เดินเขาจริง มีการจับการเคลื่อนไหวของผู้เล่น เพื่อสร้างสถานการณ์ มีการจัดฉากสะพานแขวน ให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนจริงมากที่สุด 

และถ้ารับชมจากวิดีโอจะเห็นว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างก็ประทับใจกับการเล่นนี้ เป็นการปรับเปลี่ยนการทดลองสินค้าแบบเดิมๆ ได้ลองรองเท้าใหม่แล้ว ยังได้ความรู้สึกเหมือนนำไปใช้ในสถานการณ์จริงด้วย ทำให้หลายๆคน จดจำแบรนด์ได้เป็นอย่างดีจากกิจกรรมนี้เลยล่ะค่ะ

 

TopShop : นั่งชม Catwalk เสมือนจริงผ่าน VR

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมโด่งดังในต่างประเทศ กับการใช้ VR ในการทำการตลาด กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Topshop โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยเปิดโอกาสให้ผู้โชคดีที่เป็นลูกค้าของแบรนด์ได้รับชมการแสดงแฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่จัดขึ้นในช่วง London Fashion Week ซึ่งผู้โชคดีเหล่านี้จะได้สัมผัสประสบการณ์แบบ 360 องศา เหมือนกับเหล่า Celeb ที่นั่งชมติดขอบเวทีเลยค่ะ ซึ่งแน่นอนว่ามีผู้ให้ความสนใจกับกิจกรรมนี้เป็นอย่างมาก ถือเป็นการโปรโมทชั้นดีให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นค่ะ

 

VR สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง

  • ธุรกิจอสังหา    เป็นธุรกิจแรกๆที่จะได้ประโยชน์จากการใช้ VR ในอนาคต เพราะเราสามารถจำลองสถานการณ์ สถานที่จริงผ่าน VR ได้ โดยไม่ต้องเดินทางให้เสียเงินและเวลา
  • ท่องเที่ยว         :  จะดีกว่าแน่นอน ถ้าวันนี้ได้ลองสัมผัสประสบการณ์เหมือนได้ไปในสถานที่ต่างๆก่อน เหมือนเป็นการเรียกน้ำจิ้ม ให้ลูกค้ารู้สึกอย่างท่องเที่ยวมากขึ้น
  • ตกแต่งอาคาร  :  VR ในปัจจุบันนอกจากจะสามารถเห็นภาพจำลองเหมือนสถานการณ์จริงได้แล้วยังสามารถสร้างตัวเลือกให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมได้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับการตกแต่งอาคาร ตกแต่งภายใน ให้ปรับเปลี่ยนสีสัน สิ่งของตกแต่ง ให้เหมาะกับที่ต้องการได้
  • ภาพยนตร์       :  ในตอนนี้วงการภาพยนตร์เริ่มมีการรับชมแบบ 3D และ 4D แล้ว ในอนาคตความก้าวหน้าของ VR จะมาตอบโจทย์การรับชมแบบ 360 องศา เสริมความรู้สึกตื่นเต้น สมจริง ให้กับวงการภาพยนตร์ในอนาคตมากขึ้น
  • การศึกษา        :  เป็นโอกาสที่ดีมาก ถ้าในอนาคตการศึกษาจะรองรับ VR ให้เด็กๆได้เห็นสิ่งใหม่ๆผ่านประสบการณ์เสมือนจริง เป็นการเปิดกว้างการเรียนรู้ในห้องเรียนที่มากขึ้น และสมจริงมากขึ้นค่ะ

สำหรับบทความนี้ ทางทีมงานหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายธุรกิจ ให้เป็นไอเดียเล็กๆน้อยๆ นำไปต่อยอดหรือวางแผนการใช้ VR กับการการตลาดของตนเองในอนาคต เพราะอย่างไรก็แล้วแต่เทคโนโลยีนั้นก้าวไปข้างหน้าเสมอค่ะ แม้วันนี้อาจจะยังไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ถ้านวัตกรรมล้ำหน้าขึ้นไปอีกจนใช้ได้จริง แน่นอนว่าว่าใครเริ่มก่อน ก็มีชัยไปก่อนเช่นเดียวกันค่ะ

 

ที่มา

https://mbryonic.com/best-vr-marketing/

https://blog.hootsuite.com/vr-marketing/

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
Meta Skill ทักษะที่คนรุ่นใหม่ต้องมี เพื่อโอกาสในอาชีพที่ดีกว่าเดิม 
8 ทักษะในยุคดิจิทัลที่คุณต้องปรับตัว!! หากอยากประสบความสำเร็จในปี 2020 [Infographic]