เจาะตลาด “LGBT” กับ 10 ตัวอย่างจากแบรนด์ดัง ตลาดที่หลายธุรกิจไม่ควรมองข้าม

case-study-lgbt-marketing-campaign

คุณรู้หรือไม่ว่า?

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีกลุ่ม LGBT สูงที่สุดอันดับ 4 ของเอเชีย

หรือเทียบเป็นจำนวนประชากรแล้ว มีมากถึง 4 ล้านคน!!

LGBT คืออะไร?

สำหรับคนที่อาจจะยังไม่รู้จัก LGBT คืออักษรย่อของ Lesbian, Gay, Bisexual และ Transgender หรือที่เราเรียกว่า กลุ่มเพศทางเลือก ที่มีความหลากหลายทางเพศนั่นเองค่ะ

จากข้อมูลของ LGBT-Capital.com บอกเอาไว้ว่า ประชากร LGBT ทั่วโลกมีทั้งหมด 483 ล้านคน ซึ่งในเอเชียนั้นมีทั้งหมด 288 ล้านคน หรือ 60% จากทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งไทยเป็นอันดับ 4 มีจำนวน LGBT มากถึง 4 ล้านคน ขอบอกก่อนเลยว่า จำนวนนี้เป็นแค่จำนวนคนที่เปิดเผยเท่านั้นนะคะ นั่นหมายถึงยังไม่รวมจำนวนคนอีกมากมายที่ไม่ได้ระบุเอาไว้อีกด้วย (เยอะมากๆเลยใช่ไหมล่ะ)

อีกทั้งทาง LGBT-Capital.com ยังได้ระบุเอาไว้อีกว่า ประชากร LGBT ในไทยนั้นมีอัตรารายได้รวมสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 1.7 ล้านล้านบาท ในปี 2559 ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ค่อนข้างสูง และน่าสนใจมากๆ ลูกค้าสายเปย์ขนาดนี้ อย่าพลาดเชียวนะคะ

นอกจากจำนวนคนเยอะ มีกำลังซื้อสูงแล้ว กลุ่ม LGBT ยังมีความภักดีต่อแบรนด์สูงมาก โดยเฉพาะแบรนด์ที่ให้การสนับสนุน อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่ส่วนใหญ่มักจะไม่มีบุตร ทำให้พร้อมใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความสุขได้ไม่มีกังวล จึงเป็นกลุ่มตลาดที่หลายๆธุรกิจ มองข้ามไปไม่ได้เลยค่ะ

 

เสริมเทคนิคเพิ่มเติม “ทำการตลาดกับกลุ่ม LGBT” จะต้อง…

  • Simple    : การนำเสนอจะต้องเข้าใจง่ายเข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก
  • Private    : สร้างกิจกรรมกลุ่มกับคนที่เหมือนๆกัน ให้รู้สึกเป็นส่วนตัว ที่จะกล้าแสดงออกความเป็นตัวเองออกมา
  • Equality  : สร้างความเท่าเทียม เสมอภาค ในการร่วมกิจกรรม รวมถึงโอกาสในเลือก ตัดสินใจต่อสินค้าและบริการ
  • Classy     : สินค้า บริการ สถานที่ ให้ความรู้สึกดูดี มีรสนิยม 
  • Truth      : สื่อสารอย่างจริงใจ น่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ
  • Respect  : แสดงออกอย่างเคารพ และให้เกียรติ ทุกเพศ ทุกวัย เท่าเทียมต่อผู้บริโภคทุกคน 

แต่ก็อย่างที่รู้กัน สำหรับตลาดในบ้านเราแล้ว ยังถือว่าให้ความสำคัญกับกลุ่มคนในส่วนนี้ค่อนข้างน้อยอยู่ วันนี้เราจึงจะพาไปดูการตลาดของแบรนด์ดังในต่างประเทศ ที่สนับสนุนกลุ่ม LGBT กันอย่างเปิดเผย และแข่งขันกันอย่างคึกคัก กับแคมเปญที่สนับสนุนการเฉลิมฉลอง LGBT Pride Month ที่จัดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เรามาดูกันค่ะว่า มีแบรนด์ดังไหนบ้างที่ทำการตลาด และพวกเขาทำออกมาในรูปแบบไหนกัน ไปรับชมกันค่ะ

 

1.H&M

case-study-lgbt-marketing-campaign case-study-lgbt-marketing-campaign

เสื้อยืด เสื้อครอป บอดี้สูท รองเท้าแตะ ที่เห็นในภาพ และสินค้าอื่นๆอีกหลายประเภท เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่น “Love For All” ของ H&M ที่ปล่อยออกมาเพื่อสนับสนุนกลุ่ม LGBT หรือความรักทุกรูปแบบในโลก โดยรายได้ 10% ของยอดขายทั่วโลก จะถูกบริจาคให้กับแคมเปญ Free & Equal ของสหประชาชาติ

นอกจากสินค้าดังกล่าวที่เป็นเหมือนตัวแทนสนับสนุนแล้ว ยังมีคำพูดของ Sara Spännar ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสารระดับโลกของ H&M ได้กล่าวเอาไว้ว่า “H&M มุ่งมั่นที่จะเป็นเสมือนกระจกของสังคม เป็นตัวกลางที่สนับสนุน ‘Love for All’ หรือความรักทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ ยืนขึ้นเพื่อสิทธิของคนที่จะรักใครก็ตามที่พวกเขาต้องการ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครหรืออยู่ที่ไหน” “เราภูมิใจที่จะสนับสนุนความเสมอภาคของ LGBTQI ต่อไป โดยการเฉลิมฉลองความรักและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อสิทธิเท่าเทียม และความหลากหลายเหล่านี้” 

 

2.MAC Cosmetics

case-study-lgbt-marketing-campaign

เครื่องสำอาง MAC ได้ให้การสนับสนุนกลุ่ม LGBT มาเป็นเวลานานผ่านลิปสติกรุ่นหนึ่งที่ชื่อว่า Viva Glam แต่สำหรับเดือนพิเศษของชาวสีรุ้งนี้ MAC ได้ปล่อยคอลเลกชัน #MACLOVESPRIDE ออกมาใหม่ ที่มีทั้งบลัชออน, กลิตเตอร์, ลิปสติก, อายแชโดว์ มากันเป็นพาเหรดสีสายรุ้งให้เลือกสรรเลยทีเดียวค่ะ 

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น ซื้อลิปสติกใดๆ ในช่วงเดือนมิถุนายน (เดือนของชาว LGBT) จะได้รับลิปสติก MAC’s limited-edition Pride cap เป็นของขวัญไปด้วย รวมถึงถ้าใช้จ่ายมูลค่า $25 หรือมากกว่านั้น จะได้รับกระเป๋าเครื่องสำอางค์ MAC Loves Pride ไปฟรีอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่า การตลาดจัดเต็มสำหรับ LGBT จริงๆค่ะ

นอกจากที่กล่าวไปแล้ว ฤดูร้อนที่ผ่านมา MAC ยังให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อกลุ่ม LGBT มากกว่า 20 กิจกรรมทั้งกับ L.A. Pride และ WorldPride NYC อีกทั้งกำลังจะร่วมมือจัดกิจกรรมกับเซเลบ และนักร้องชื่อดังในกลุ่ม LGBT อย่างนักร้อง Troye Sivan และ Aquaria ผู้ชนะการแข่งขันรายการ Drag Race อีกด้วยค่ะ

ยังไม่หมดนะคะ MAC Cosmetics กำลังจะบริจาค 500,000 ดอลลาร์ให้กับองค์กร GLAAD ที่สนับสนุน LGBT ด้วย ในอีกสองปีข้างหน้า เพื่อเป็นเกียรติแก่วันครบรอบ 25 ปีของลิปสติกรุ่น Viva Glam ของแบรนด์อีกด้วยค่ะ 

 

3.Fossil

case-study-lgbt-marketing-campaign

แบรนด์ Fossil ได้ปล่อยนาฬิกาข้อมือรุ่น Limited Edition ที่จัดทำขึ้นสำหรับ Pride Month หรือเดือนของกลุ่ม LGBT โดยเฉพาะ เราสามารถเลือกสีของสายนาฬิกา และหน้าปัดให้เป็นสีรุ้งในแบบที่ต้องการได้ โดย Fossil ได้เปิดตัวนาฬิกา Pride Boutique Collection นี้ร่วมกับองค์กร LGBTQ + Youth Service Organization และสมาคม Hetrick-Martin โดยกำไรทั้งหมด 100% จากคอลเลคชั่นนี้จะถูกบริจาคให้การกุศลทั้งหมดค่ะ นอกจากนี้แบรนด์ยังให้โอกาสลูกค้าได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมดังกล่าวบนหน้าเพจของ Fossil ได้ ด้วยการแชร์ภาพถ่ายนาฬิการุ่น Pride month บนโซเชียลมีเดียด้วยแฮชแท็ก #LoveInColor และ #MakeTimeForGood ค่ะ

 

4.Starbucks

case-study-lgbt-marketing-campaign

ทางแบรนด์ Starbuck ได้เฉลิมฉลองให้กับ Pride Month ด้วยถ้วย Limited Edition ลายเรนโบว์สีสดใส พร้อมข้อความง่ายๆ อย่าง LOVE ดังแสดงในภาพ โดยแคมเปญในครั้งนี้ Starbuck จับมือกับมูลนิธิ Born This Way ของเลดี้กาก้า ระดมเงินบริจาคสูงถึง $250,000 เพื่อช่วยองค์กรด้านสุขภาพจิตและสนับสนุนองค์กรต่างๆทั่วประเทศที่ช่วยเหลือชุมชนและสังคม LGBT ค่ะ

 

5.Bubly

case-study-lgbt-marketing-campaign

แบรนด์ที่กำลังทำการตลาดกลุ่ม LGBT อย่างแบรนด์น้ำอัดลม bubly ได้เข้าร่วมแคมเปญโดยปล่อยสินค้ารุ่นพิเศษ All-Love Pride Pack ที่มีสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นรส cherrybubly สีแดง, orangebubly สีส้ม, mangobubly สีเหลือง, limebubly สีเขียว, justbubly สีฟ้า และ blackberrybubly สีม่วง รวมกันในแพ็คแล้วเป็นสีรุ้งสวยงามตามรูปเลยค่ะ

นอกจากแบรนด์จะปล่อยสินค้าตัวนี้ออกมาแล้ว ยังแสดงการสนับสนุนชัดเจนโดยเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับมูลนิธิ Stonewall ซึ่งสนับสนุนกลุ่ม LGBT โดยตรง ที่ช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม และทุนการศึกษาให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ค่ะ

 

6.Disney

case-study-lgbt-marketing-campaign case-study-lgbt-marketing-campaign

“Disney Rainbow Collection” ได้ปล่อยรายการสินค้าสีรุ้งออกมามากถึง 50 รายการ ไม่ว่าจะเป็นที่คาดผม, เสื้อยืด, สร้อยข้อมือ, กระเป๋า และอื่นๆอีกหลายรายการ โดย 10% ของรายได้จากคอลเลคชั่นนี้ จะส่งมอบให้ GLSEN ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือนักเรียนกลุ่ม LGBT ค่ะ

นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังจัด Magical Pride ที่ Disneyland ณ กรุงปารีส เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความรักของกลุ่ม LGBT รวมถึงเพื่อนและครอบครัวของพวกเขาในวันที่ 1 มิถุนายน 2019 ที่ผ่านมา

case-study-lgbt-marketing-campaign

 

7. Absolut

case-study-lgbt-marketing-campaign

Absolut เป็นแบรนด์หนึ่งที่สนับสนุน LGBT อย่างแข็งขันตลอดมา และเป็นแบรนด์แรกที่ออกแบบขวดบรรจุภัณฑ์ที่มีลวดลายเป็นธงสีรุ้ง นอกจากนี้ทาง Absolut ได้ร่วมมือกับช่างภาพ David Lachapelle และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง GLAAD ทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนและรณรงค์ให้เกิดการยอมรับต่อกลุ่ม LGBT ทั่วโลกค่ะ

 

8.IKEA

case-study-lgbt-marketing-campaign

IKEA เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของกลุ่ม LGBT มาก่อน โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2537 ทาง IKEA เคยใช้คู่ชายรักชาย นำเสนอออกสู่สาธารณะผ่านโฆษณาของพวกเขามาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้มีหรือที่แบรนด์ IKEA จะพลาด จึงได้เปิดตัวกระเป๋าช้อปปิ้งสีรุ้งรุ่นพิเศษราคา 3.99 เหรียญสหรัฐออกมา โดยผลกำไร 100% ใช้สนับสนุนมูลนิธิรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนทั้งหมดค่ะ 

case-study-lgbt-marketing-campaign

ภาพแคมเปญโฆษณาชายรักชายของ IKEA ในปี 2537

นอกเหนือไปจากนี้ Rafael Fantauzzi ผู้จัดการของ IKEA ในสหรัฐอเมริกา ยังได้ประกาศการเป็นหุ้นส่วนกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนในเดือนแห่งชาวสีรุ้ง (Pride Month) ในครั้งนี้ด้วยค่ะ

 

9.Harry’s

case-study-lgbt-marketing-campaign

บริษัทมีดโกนยอดนิยมได้เปิดตัวชุดสินค้า Shave with Pride Limited Edition พร้อมกล่องให้ความรู้สึกขี้เล่น สีสันสดใส ออกแบบโดยนักวาดภาพประกอบ José Roda ชุดสินค้าประกอบด้วยตลับใบมีดที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมจากเยอรมัน เจลโฟมโกนหนวด ฝาครอบใบมีด และด้ามจับสีสายรุ้งที่ไม่ซ้ำใคร

ทางแบรนด์มอบผลกำไร 100% จากชุดดังกล่าวให้กับ The Trevor Project นอกจากนี้ยังบริจาคเงินจำนวน 200,000 ดอลลาร์เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย

 

10.TOMS

case-study-lgbt-marketing-campaign

คอลเลคชั่นใหม่สำหรับปี 2019 “TOMS Unity Collection” ที่ประกอบไปด้วยแว่นตากันแดดสีเหลืองทองพร้อมเลนส์ไล่โทนสีรุ้ง และรองเท้าทรงคลาสสิคของแบรนด์ ที่ตกแต่งด้วยอักษรคำขวัญสีรุ้ง เช่น “Human” “Shine” “Love” และ “Happy” ซึ่งแคมเปญในครั้งนี้ทางแบรนด์ TOM ได้บริจาครองเท้า และดูแลเรื่องสายตาให้กับคนไร้บ้านฟรี และบริจาคให้กับกลุ่มองค์กร LGBTQ ที่ดูแลกลุ่ม LGBT โดยเฉพาะด้วย

เป็นยังไงกันบ้างล่ะคะ แข่งขันกันคึกคักอย่างที่บอกไปตอนต้นหรือเปล่า ตัวอย่างเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการตลาดที่รองรับกลุ่ม LGBT เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีโอกาสทางการตลาดอีกมากมายที่สามารถทำได้ ไม่ใช่แค่ธุรกิจแฟชั่น หลายๆธุรกิจ อย่างการท่องเที่ยวในไทยก็เริ่มตีตลาด สำหรับกลุ่ม LGBT โดยเฉพาะ ที่ดึงดูดทั้งคนในประเทศ และต่างประเทศ สร้างรายได้ให้ธุรกิจและให้ประเทศเราได้ดีมากๆค่ะ และถ้าดูจากจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปีนี้ บอกได้คำเดียวว่า ตลาด LGBT จะไม่ใช่ตลาด Niche อีกต่อไป และอาจจะเป็นกลุ่มตลาดที่สร้างรายได้ให้ธุรกิจอย่างมหาศาลในอนาคตก็เป็นได้ค่ะ

ที่มา

https://vidooly.com/blog/big-brands-marketing-lgbt-support/

https://www.apa.org/topics/lgbt/

https://www.newsweek.com/these-30-brands-are-celebrating-pride-giving-back-lgbt-community-1441707

https://gaycenter.org/about/lgbtq/

https://www.thebangkokinsight.com/41361/

https://www.thairath.co.th/news/business/market-business/1185927

https://www.brandingchamp.com/

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
8 ทักษะในยุคดิจิทัลที่คุณต้องปรับตัว!! หากอยากประสบความสำเร็จในปี 2020 [Infographic]
เตรียมรับมือ!! 10 อาชีพที่อาจจะถูก "AI" แทนที่ ในอนาคตอันใกล้