8 เทคนิคในการประโยชน์จาก Customer Data ในยุคดิจิทัล

ทคนิคในการประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในยุคดิจิทัล

 

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ายุคนี้คือยุคดิจิทัลที่ใครๆ ก็หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก รวมไปถึงฝั่งธุรกิจหรือผู้ประกอบการ ต่างก็หันมาใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาระบบการซื้อขาย และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที

หนึ่งในเทคโนโลยีที่เราจะพูดถึงในวันนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารต่อยอดธุรกิจได้ นั่นคือการใช้ประโยชน์จาก ข้อมูลลูกค้า (Customer Data) นั่นเองค่ะ

ข้อมูลของลูกค้าในโลกออนไลน์นั้น จะเกี่ยวข้องกับความสนใจ และพฤติกรรรมการบริโภคสินค้าผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งข้อมูลจากลูกค้าเปรียบเสมือนกับการมีขุมทรัพย์อยู่ในมือ เนื่องจากการที่เรามีข้อมูลเหล่านี้ สามารถบ่งชี้ได้ว่าปัจจุบัน ลักษณะการบริโภคสินค้าเป็นอย่างไรบ้าง พฤติกรรมและความสนใจของลูกค้าในปัจจุบันมีทิศทางเป็นแบบไหน สิ่งเหล่านี้ หากผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลมาใช้ได้ตรงจุด จะทำให้เกิดกลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ และเกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

และไม่ว่าผู้บริโภคยุคดิจิทัลจะทำอะไรผ่านมือถือ คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสาร  ก็จะต้องสร้างข้อมูลส่วนตัวพื่อเข้าถึงอุปกรณ์

นอกจากการที่ทุกคนต้องสร้างข้อมูลพื้นฐานเพื่อใช้ในโลกออนไลน์แล้ว ระบบคอมพิวเตอร์จะมีอัลกอริทึ่มสำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ด้วยเช่นกัน 

ข้อมูลสถิติจาก Shopify แสดงให้เห็นถึงการบริโภคสินค้าออนไลน์จากทั่วโลกตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน
ข้อมูลสถิติจาก Shopify แสดงให้เห็นถึงการบริโภคสินค้าออนไลน์จากทั่วโลกตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลจาก : https://www.shopify.com 

ข้อมูลสถิติจาก Shopify แสดงให้เห็นถึงการบริโภคสินค้าออนไลน์จากทั่วโลกตั้งแต่ปี  2014 จนถึงปัจจุบัน ที่สูงขึ้นในทุกๆปี และ Shopify ได้คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตในปีนี้ ว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในปี 2021

 

ผลสำรวจจาก Hootsuit ในปี 2020 เกี่ยวกับยอดผู้ใช้โซเชียลมีเดีย

ข้อมูลจาก : https://wearesocial.com/blog/2020

 

ทางฝั่ง Hootsuit ได้สรุปสถิติเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้แอปต่างๆ จากโทรศัพท์มือถือ ได้เปิดเผยว่าในปี 2020 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีอายุระหว่าง 16 – 64 ปี ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านโทรศัพท์โดยเฉลี่ยมากถึง 66%

จากข้อมูลสถิติเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่าโซเชียลมีเดีย สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคในการซื้อขายเป็นอย่างมาก ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วตามเทรนด์โลก ซึ่งผู้ประกอบการควรคำนึงถึง การปรับตัวของแบรนด์เพื่อให้เข้ากับยุคดิจิทัล และเลือกสรรกลยุทธ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง

หนึ่งในวิธีการต่อยอดธุรกิจที่ได้ผลลัพทธ์ที่ดีคือ การนำข้อมูลที่มีอยู่ในมือมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้แบรนด์เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าจริงๆ โดยที่นักการตลาดใช้ระบบเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า

ดังนั้น บทความนี้เราขอแนะนำ 8 วิธีในการนำข้อมูลจากลูกค้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในยุคดิจิทัล จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

 

1. Big Data คือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า

 

ข้อมูลลูกค้าคือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงกุล่มเป้าหมาย

 

หลายท่านคงมีข้อสงสัยว่าทำไมข้อมูลลูกค้า หรือ Big Data ถึงสำคัญมากต่อธุรกิจ แล้ววิธีการจัดการข้อมูลเหล่านี้เขาทำอย่างไรกัน บทความนี้ จะขอเริ่มอธิบายให้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับเทคนิคการนำข้อมูลมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการวางแผนทางการตลาดกันค่ะ

 

  • ทำไม การจัดการข้อมูลที่มีอยู่ในมือถึงสำคัญต่อแบรนด์ ?

ก่อนอื่นเลย คุณควรหาวิธีการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ให้เป็นระบบ เพราะนั่นคือขั้นตอนแรกของการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด ซึ่งผู้ประกอบการไม่ควรเพิกเฉยต่อการจัดการข้อมูลเหล่านี้

หากข้อมูลลูกค้าที่คุณมียังไม่ได้มีการจำแนกให้เป็นระเบียบ หรือคุณคิดว่าสิ่งนี้ไมจำเป็นต่อการสร้างธุรกิจคุณอาจพลาดโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้า

ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณเริ่มจัดระบบข้อมูลที่คุณมีให้เป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อช่วยให้คุณได้เข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภค รวมไปถึงการตอบสนองจากลูกค้า เมื่อได้ใช้สินค้าหรือบริการจากแบรนด์ไปแล้วค่ะ

  • ผู้ประกอบการสามารถจัดระเบียบ Big Data ที่มี ได้อย่างไรบ้าง?

การจัดระเบียบข้อมูล เพื่อนำมาต่อยอดในธุรกิจโดยทั่วไปแล้วจะมีวิธีการที่เรียกว่า  Data Science Process หรือ วิธีการนำข้อมูลที่เรามีอยู่ในมือมาจำแนกให้เป็นหมวดหมู่เพื่อทำการวิเคราะห์ และผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลที่ที่จำแนกเรียบร้อยแล้วมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ เพื่อวางแผนการตลาด โดยมี 5 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การเก็บข้อมูลจากลูกค้า ( Obtain data )
  2. การทำความสะอาดข้อมูล หรือ การจำแนกข้อมูลให้เป็นระบบมากขึ้น ( Scrub data )
  3. การวิเคราะห์ข้อมูล และค้นหาสิ่งที่น่าสนใจ (Explore data)
  4. การสร้างโมเดล เพื่อทำการคาดคะเนผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น (Model data)
  5. การแปลงข้อมูล เพื่อนำมาช่วยในการตัดสินใจวางกลยุทธ์ (Interpret data)

 

2. ลงทุนกับระบบ Analytic

 

กุญแจสำคัญในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของลูกค้าที่คุณมี คือ การลงทุนกับ Big Data Analytic หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยให้ธุรกิจต่อยอดไปได้ไกลขึ้น 

ในวงการธุรกิจขนาดใหญ่โดยส่วนมาก ให้ความสำคัญคัญของการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยจะใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อช่วยจัดเรียงข้อมูล และมีแผนกสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าโดยเฉพาะ เพื่อจัดการบริหารข้อมูลและนำมาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการตลาด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าขนาดธุรกิจของคุณอาจไม่ได้ใหญ่โต หรืออยู่ในระดับผู้ประกอบรายย่อย แต่ถ้าหากคุณตัดสินใจลงทุนกับระบบเพื่อวิเคราะห์ทิศทางการบริโภคสินค้าและบริการ อาจช่วยต่อยอดแผนการตลาดได้ดีขึ้น เหตุผลนั่นก็เพราะข้อมูลที่คุณมี สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างตรงจุดนั่นเองค่ะ

เรามาดูตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ข้อมูลลูกค้าในการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดกันค่ะ

 

  • Netflix ใช้ระบบข้อวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหากลุ่มเป้าหมายในการโฆษณา

 

Netflix เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ลูกค้าเคยทำการค้นหา นำมาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอภาพยนต์ประเภทดียวกัน
Netflix เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ลูกค้าเคยทำการค้นหา นำมาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอภาพยนต์ประเภทดียวกัน

 

สำหรับแบรนด์ในดวงใจของใครหลายๆคนอย่าง Netflix ที่ได้เก็บข้อมูลลูกค้าจากยอดผู้ติดตาม (Subscribe) ที่มีมากกว่า 100 ล้านคน มารวบรวมไว้ในระบบ เพื่อเป็นประตูสู่ช่องทางการโฆษณา

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิก Netflix คุณก็อาจจะพอทราบคร่าวๆ ใช่ไหมล่ะคะ ว่าบางครั้ง Netflix จะส่งอีเมลเพื่อแนะนำซีรีย์ยอดนิยมมาให้คุณได้เลือกชมหรือการแจ้งเตือนผ่านแอป ซึ่งซีรีย์หรือภาพยนต์ที่ Netflix ส่งมาให้คุณ อาจเป็นหนังเรื่องใหม่ล่าสุด หรืออาจจะเป็นประเภทหนังที่คุณเคยดูอยู่แล้ว เช่น หนังแอคชั่น หรือแนวคอมเมดี้

เหตุผลที่ Netflix ส่งหนังหรือซีรีย์แนวคล้ายๆกันมาให้ นั่นก็เพราะ ระบบอัลกอริทึ่มสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลได้เก็บประวัติการรับชมหนังของคุณเอาไว้ก่อนหน้านี้ หรือเก็บข้อมูลจากการที่คุณเคยค้นหาซีรีย์เพื่อรับชม เพื่อทำการประมวลผล และส่งซีรีย์ที่คุณชอบกลับไปให้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่คุณ อาจจะดูหนังที่ทาง Netflix นำเสนอค่ะ

 

  • ธนาคาร UOB ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำการบริหารความเสี่ยง

ธนาคาร  UOB ในประเทศสิงคโปร์ ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อป้องกันความเสี่ยงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้น  เนื่องจากธนาคาร UOB มีลูกค้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก และองค์กรนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเงิน ดังนั้น  UOB จึงใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดการบริหารความเสี่ยง โดยแรกเริ่มนั้น ธนาคารต้องใช้เวลาคำนวณหาความเสี่ยงประมาณ 18 ชั่วโมง แต่เมื่อธนาคารได้เริ่มใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูล

ผลลัพธ์ที่ได้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ดังนั้น UOB จำเป็นต้องหาวิธีเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานค่ะ

 

  • Amazon ใช้ระบบทำการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อต่อยอดธุรกิจ 

 

Netflix ขยายธุรกิจจากการซื้อขายออนไลน์ไปสู่ธุรกิจออฟไลน์โดยการเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐ
Netflix ขยายธุรกิจจากการซื้อขายออนไลน์ไปสู่ธุรกิจออฟไลน์โดยการเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐ

ภาพจาก: https://www.geekwire.com

 

ที่ผ่านมา ทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า Amazon คือเว็บไซต์ยอดนิยมสำหรับการชอปปิงออนไลน์ และปีที่ผ่านมา Amazon ได้สร้างแบรนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า Amazon Fresh and Whole Food ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก 

การวางแผนรุกการตลาดประเภทออฟไลน์นี้ มาจากการนำข้อมูลจากลูกค้าในเว็บไซต์ มาทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภค และระบบโลจิสติกในการขนส่งสินค้า รวมไปถึงการนำข้อมูลเชิงลึกมาต่อยอ ดเพื่อสร้างธุรกิจระหว่างการซื้อขายอาหารสดและผู้ผลิตสินค้าอีกด้วยค่ะ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องมือวัดผล เราได้รวบรวมตัวอย่างโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลยอดนิยมที่ใช้เพื่อนำไปปรับใช้กันค่ะ

 

1. DOMO

DOMO เป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อใช้จัดการข้อมูลเชิงธุรกิจ ซึ่งใช้งานง่าย และสามารถแสดงผลได้ตามเวลาจริง ข้อดีในการใช้ DOMO ในการวิเคราะห์คือผู้ใช้สามารถจัดการข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือได้ทั้งในระบบ IOS และ Andriod ค่ะ

เหมาะกับธุรกิจประเภท: S, M, L

ระบบปฎิบัติการที่ใช้: Mac, Window, Linux

 

2. Sisense Software

Sisense เป็นโปรแกรมสำหริบวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถดึงข้อมูลเชิงลึกที่ต้องการออกมาใช้ได้ในทันที การใช้งานไม่ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ทันที หากข้อมูลในระบบมีความผิดปกติ แถมราคายังไม่สูงมากด้วยค่ะ

เหมาะกับธุรกิจประเภท: S, M, L

ระบบปฎิบัติการที่ใช้: Mac, Window, Linux

 

3. Google Analytics Software 

โปรแกรมนี้อาจจะเป็นที่คุ้นหูสำหรับนักการตลาดเนื่องจากในวงการการตลาดออนไลน์มักนิยมใช้กันอย่างมาก ข้อดีในการใช้โปรแกรม Google Analytics คือการที่ระบบ จะรายงานผลการวิเคราะห์จากการติดตามผู้เข้าเว็บไซต์ และการการนำข้อมูลไปในการสร้างแคมเปญทางการตลาดเพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างยอดขาย

เหมาะกับธุรกิจประเภท: S, M, L

ระบบปฎิบัติการที่ใช้: Mac, Window, Linux

 

4. IBM Cognos Analytics 

หากคุณมีข้อมูลเป็นจำนวนมาก ระบบวิเคราะห์ข้อมูลของ IBM สามารถช่วยให้คุณจำแนกข้อมูลขนาดใหญ่และแสดงผลออกมาในรูปแบบของสถิติ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบกราฟ หรือแบบชาร์ตข้อมูล อีกทั้งระบบยังสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

เหมาะกับธุรกิจประเภท: S, M, L

ระบบปฎิบัติการที่ใช้: Mac, Window, Linux

 

โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างเครื่องมือที่ยกขึ้นมาเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจแบบพอสังเขปก่อนตัดสินใจซื้อ  ความจริงแล้วนั้นยังมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจอีกมาก ซึ่งหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกนั้นขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ ราคาที่เหมาะสม และฟังก์ชั่นการใช้งานของโปรแกรมที่สามารถนำไปยอดให้กับธุรกิจของคุณได้ค่ะ

 

3. ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 

 

ใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคจากลูกค้า

 

บางคนอาจจะคิดว่าข้อมูลที่เรามีสามารถช่วยประเมิณผลได้ในอนาคต แต่กุญแจสำคัญอีกประการ คือการเรียนรู้วิธีนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้จากในอดีต

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการใช้ข้อมูลการขายเมื่อ 5 – 10 ปีที่แล้วมาวิเคราะห์รูปแบบการซื้อขาย

และใช้ระบบการจัดการเอกสาร แยกแยะข้อมูลการขายลูกค้าที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภค

ถึงแม้ว่า ในสมัยก่อนธุรกิจของคุณอาจจะไม่มีระบบซอฟต์แวร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดเก็บข้อมูล แต่คุณสามารถแปลงเอกสารจากแฟ้มข้อมูลที่คุณมี ให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลได้

ข้อดีของการใช้ข้อมูลย้อนหลัง คือการที่ธุรกิจของคุณสามารถพัฒนารูปแผนการตลาดภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสมได้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปมากกว่าที่คุณคิด

 

4. ประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มยอดขายให้ถูกช่องทาง

 

การสร้างรายได้โดยที่มีรายจ่ายน้อยลง ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ชอบใช่ไหมล่ะคะ

การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้พฤติกรรมการบริโภคสินค้าและชุดข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องเป็นตัวชี้วัด มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสินค้า หรือธุรกิจที่คุณมี นอกจากจะทำให้ยอดขายของคุณเพิ่มขึ้น แต่คุณยังสามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไปได้อีก

 

การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้พฤติกรรมการบริโภคสินค้าและชุดข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องเป็นตัวชี้วัด มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสินค้า

 

เราจะขอยกตัวอย่าง 3 แพลตฟอร์มยอดนิยมที่ผู้ประกอบการมักใช้ในการโฆษณา ได้แก่ Facebook Youtube และ Instagram ซึ่งจากภาพสรุปได้ว่า หากธุรกิจของคุณต้องการลงทุนยิงโฆษณาผ่าน Facebook และ Instagram ของแบรนด์คุณนั้นอาจได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และ ควรลดค่าใช้จ่ายในการยิงโฆษณาผ่าน Youtube และทุ่มเทเวลาไปกับการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดผ่าน Facebook และ Instagram เพื่อให้ผลลัพธ์ในการดำเนินธุรกิจมีเป้าหมายที่ชัดเจน และสามารถสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจากสองแพลตฟอร์มนี้ค่ะ

 

5. วิเคราะห์หาลูกค้าที่มีแนวโน้มว่าจะยกเลิกบริการ

ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อวิเคราะห์หากลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มว่าจะยกเลิกบริการ

 

การทำธุรกิจในยุคดิจิทัล ที่ไม่ว่าจะทำอะไร ก็สะดวกและรวดเร็วไปเสียทุกอย่าง

ไม่ว่าลูกค้าจะสมัครสมาชิกหรือสร้าง User ผ่านระบบออนไลน์ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางกลับกัน การขอยกเลิกบริการ ก็สามารถทำได้เพียงแค่เลื่อนนิ้วผ่านหน้าจอมือถือเช่นกัน

ในวงการธุรกิจ ผู้ประกอบการหรือนักการตลาดอาจเคยได้ยินคำว่า  Customer Churn ซึ่งหมายถึง ลูกค้าเก่า หรือลูกค้าขาประจำที่เป็นสมาชิกในระบบที่ซื้อสินค้าและบริการของคุณอยู่เป็นประจำ เกิดเปลี่ยนใจ ยกเลิกบริการ หรือหยุดซื้อสินค้ากับคุณ 

ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องหาวิธีเพื่อรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ โดยใช้ข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์หาแนวโน้มที่จะทำให้ลูกค้าของคุณยังคงภักดีต่อแบรนด์ และสนับสนุนสินค้าและบริการของคุณอยู่ ซึ่งการใช้ระบบวิเคราะห์ลูกค้า จะสามารถอธิบายได้ว่าสินค้าตัวไหน ลูกค้าชื่นชอบเป็นพิเศษ หรือการบริการลักษณะใดที่เป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้า ทำให้ธุรกิจของคุณ สามารถมุ่งเน้นไปที่การขายสินค้าที่เป็นที่กำลังนิยมหรือยื่นข้อเสนอดีๆที่ลูกค้าไม่ควรพลาด เพื่อโน้มน้าวใจกลุ่มคนเหล่านี้ให้กลับมาบริโภคสินค้าและบริการจากคุณอีกครั้ง

 

6. ใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลจากลูกค้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ นั่นก็คือการวิเคราะห์พฤติกรรม และความสนใจของผู้บริโภค ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งสถิติการใช้ข้อมูล หรือ Big data จาก IBM พบว่ามีการโพสต์ภาพและวีดีโอ เติบโตมากขึ้นถึง 80 %

 

การวิเคราะห์พฤติกรรม และความสนใจของผู้บริโภค ผ่านโซเชียลมีเดีย

 

ข้อดีในการเก็บข้อมูลจากโซเชียลมีเดียมาวิเคราะห์ จะสามารถชี้วัดได้ว่า กลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการนำเสนอแบรนด์ กำลังใช้แพลตฟอร์มประเภทใดอยู่ และแบรนด์ของคุณควรใช้รูปแบบตอนเทนต์ที่กำลังเป็นกระแส ดึงดูดความสนใจจากลูกค้า และทำให้การโฆษณาสินค้าเหล่านั้นจูงใจผู้บริโภคให้เกิดการซื้อขาย

 

7. ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้

 

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญคือ การแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลที่จำเป็นให้แก่พนักงานในองค์กร เพื่อให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าและมีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

 

การที่ผู้ประกอบการนำข้อมูลเชิงลึกของลูกค้ามาต่อยอดธุรกิจ จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญคือ การแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลที่จำเป็นให้แก่พนักงานในองค์กร เพื่อให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าและมีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

ยกตัวอย่างเช่น

  • ฝ่ายบริการลูกค้า จะต้องรู้ลึกและรู้จริง เกี่ยวกับข้อมูลพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างที่ลูกค้ารู้สึกกังวล หรือนำเสนอทางเลือกที่ลูกค้าพีงพอใจ
  • ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย จำเป็นที่จะต้องมีความรู้และเข้าใจตรงกันว่า พฤติกรรมและความสนใจของกลุ่มเป้าหมายขององค์กรเป็นอย่างไร เพื่อสร้างแคมเปญให้ตอบโจทย์ และฝ่ายขายสามารถนำเสนอลูกค้าได้อย่างตรงใจ

 

ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลดิจิทัลที่แบ่งปันนั้นสามารถเข้าถึงได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจในอนาคต

 

8. ระบบ Automation ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

 

ระบบ Automation คือการที่ธุรกิจนำเทคโนโลยี หรือระบบอัตโนมัติมาใช้ในการผลิต ซึ่งผลลัพธ์จากการใช้ระบบอัตโนมัติ จะทำให้คุณภาพของการผลิตเป็นไปตามมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือขึ้น ประหยัดต้นทุนและเวลาได้มากขึ้น

การนำระบบ Automation ใช้เพื่อจัดเรียงข้อมูล ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องปลดพนักงานออกจากงาน แต่การใช้เทคโนโลยีจะช่วยประหยัดเวลาของมนุษย์และทำให้เรามีเวลาทุ่มเทไปกับการทำงานด้านอื่นๆ เช่น การวางแผนกลยุทธ์ หรือการคิดไอเดียใหม่ๆ

การใช้ระบบอัลกอริทึ่มเพื่อเรียบเรียงข้อมูล มีประโยชน์อย่างมากในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ให้เป็นระเบียบ และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับใช้ในอนาคตได้

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราขอยกตัวอย่างลักษณะของ Marketing Automation มาให้ชมกันค่ะ

จากภาพด้านบน คือตัวอย่าง Marketing Automation ซึ่งเป็นช่องทางการติดต่อธุรกิจที่ลูกค้าสามารถใส่ข้อมูลส่วนตัว และฝากคำถามไว้กับระบบได้ แล้วหลังจากนั้น ทางบริษัทจะมีการติดต่อกลับไปในภายหลัง
จากภาพด้านบน คือตัวอย่าง Marketing Automation ซึ่งเป็นช่องทางการติดต่อธุรกิจที่ลูกค้าสามารถใส่ข้อมูลส่วนตัว และฝากคำถามไว้กับระบบได้ แล้วหลังจากนั้น ทางบริษัทจะมีการติดต่อกลับไปในภายหลัง

 

เมื่อลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปในระบบ ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไปยัง Database อีเมลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในคลังข้อมูล เมื่อคุณต้องการส่งโปรโมชั่น หรือข่าวสารใหม่ๆให้ยังลูกค้า คุณสามารถนำข้อมูลของลูกค้าในส่วนนี้มาใช้ได้ โดยการส่งอีเมลกลับไปยังกลุ่มเป้าหมาย

ผู้ประกอบการควรไว้วางใจเทคโนโลยี หรือโปรแกรมวิเคราะห์ที่คุณมี มาจัดการกับข้อมูลดิจิทัล เพื่อประหยัดเวลาในการวิเคราะห์  และใช้เก็บข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์และสามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคตค่ะ

 

สรุป   

 

การนำข้อมูลของลูกค้าที่คุณมีมาจัดเรียงในระบบดิจิทัล และประยุกต์ใช้ในการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณได้ ยิ่งคุณรู้ลึกและรู้จริงถึงข้อมูลผู้บริโภคมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้คุณเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าดีขึ้นเท่านั้น และคุณยังสามารถเพิ่มโอกาสนำเสนอสินค้าและบริการได้อย่างตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

หากคุณสนใจบทความที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Data สำหรับการต่อยอดหรือพัฒนาธุรกิจของคุณ เรายังมีบทความที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมตามลิงก์ด้านล่างนี้ค่ะ

 

ข้อมูลจาก:

digitalmarketinginstitute.com

thelead.io/data-science

www.smartdatacollective.com

www.ibmbigdatahub.com

www.mentionlytics.com

 

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
Marketing Technology 101 EP. 1 เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่จะทำให้การตลาดของเราดีขึ้นและง่ายขึ้น
แอดมินสุดฉลาดสมอง AI : ไม่ต้องเหนื่อยตอบลูกค้าอีกต่อไปด้วยฟีเจอร์ใหม่จาก LINE