5 เหตุผลทำไมธุรกิจของคุณถึงควรเริ่มต้นมี Weblog

5 เหตุผลที่ธุรกิจของคุณควรเริ่มมี Weblog

ก่อนอื่นเลยอยากให้ทุกท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ทำความเข้าใจว่าการมี Weblog หรือ ที่เราเรียกว่าบทความในเว็บไซต์ของธุรกิจของเรา…

…คือบทความในเชิงให้ความรู้เต็มไปด้วยข้อมูลที่ผู้ติดตาม ผู้ชม ในโลกออนไลน์ต้องการเพื่อนำไปต่อยอด แก้ไขปัญหาที่เขากำลังเผชิญ หรือมีข้อสงสัยอยู่ 

และ… weblog ไม่ได้เหมาะกับทุกธุรกิจ 

หากธุรกิจไหนที่ต้องการความรวดเร็วในการค้าขาย การทำ Weblog อาจจะไม่ใช่ ทางออกเสมอไป
แต่การทำ weblog หรือ บทความที่ให้ความรู้นั้น เกิดจากการผสมคำระหว่างคำว่า
Web กับ Blog 

…ถ้าตามเว็บไซต์ Dictionary ของ Cambridge จะให้ความหมายของ Weblog ไว้ว่า 

เว็บไซต์ที่มีกลุ่มคนใส่ข้อมูลใหม่ๆ ลงไป ในทุกๆ วันหรือทำเป็นประจำ 

เพราะฉะนั้นแน่นอนว่า Keyword ของ Weblog ที่กล่าวมาข้างต้นมีอยู่ 3 คำคือคำว่า
1. ข้อมูล
2.คำว่าใหม่ และ…
3.คำว่าประจำ

เพราะฉะนั้นแล้ว การเขียน Blog ลงใน website ของธุรกิจของคุณนั้น


จะต้องเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เป็นข้อมูลที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นข้อมูลใหม่ ทำให้เขาได้เรียนรุ้เรื่องใหม่ๆ และมีการให้ข้อมูลเป็นประจำ 

เพราะฉะนั้นแล้ว การทำ Weblog อาจจะเหมาะสำหรับธุรกิจที่เข้าใจเรื่องของการะบวนการผลิต Weblog , Content ว่ามีระยะเวลาในการสะสม มีเรื่องของการลงทุน คือเวลาและแรงที่เราต้องผลิตคอนเทนต์ออกไป สะสมใช้เวลา ถ้าคอนเทนต์ใน weblog ของเราแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่นๆ เนื้อหาน่าสนใจ
อาจจะใช้เวลา 1 -2 ปีก็สามารถทำให้มีแฟนพันธุ์แท้ของ weblog เราได้แล้ว
รวมถึงเริ่มสามารถสร้างยอดขายให้กับธุรกิจของคุณผ่าน weblog ได้อีกด้วย 

การทำ weblog เหมาะสมกับธุรกิจไหน ??? 


การทำ weblog เหมาะกับธุรกิจผู้บริโภคตัดสินใจเลือกเราเพราะความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ อาทิเช่นธุรกิจทางด้านการศึกษา
ด้านที่ปรึกษา การเงิน การลงทุน IT Solutions และ ธุรกิจประเภท B2B หรือ Business to business เป็นหลัก เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าจะตัดสินใจเลือกคุณจากความหน้าเชื่อถือที่ได้อ่านรู้จักผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ และสื่อออนไลน์ที่สร้างน้ำหนักความน่าเชื่อถือได้มากเกือบเทียบเท่าการแนะนำมาของเพื่อนก็คือ Weblog นั้นเอง

และเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ หลังจากที่เอ็มมี่เริ่มมีเวลาให้คำปรึกษาเพื่อนักธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับการทำ Digital Marketing ให้ไปต่อได้หลังจากจบวิกฤต ก็ค้นพบว่า อีกหนึ่งส่วนสำคัญในการสร้าง Brand , Sales ,CRM คือการทำคอนเทนต์ผ่าน weblog นั้นเอง วันนี้จึงขอนำเสนอ

 5 เหตุผลที่คุณควรเริ่มต้นศึกษาการสร้างคอนเทนต์ประเภท weblog 


เริ่มต้นจาก….

1.การสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับธุรกิจของคุณ สะท้อนความเชี่ยวชาญได้ตั้งแต่ยังไม่เคยเจอกัน
การทำการตลาดออนไลน์ ต่างจาก การทำการตลาดออฟไลน์ตรงที่ ออนไลน์ลูกค้าจะเน้นการตัดสินใจซื้อจากสายสัมพันธ์และความเชื่อมั่นเป็นหลักโดยเฉพาะธุรกิจประเภท B2B และ ธุรกิจประเภทบริการ

…เพราะโดยปกติแล้วเดิมที่การทำการตลาดสำหรับธุรกิจบริการแบบดั้งเดิมนั้นยากกว่าการทำการตลาดสำหรับธุรกิจที่เป็นประเภทสินค้าอยู่แล้วเนื่องจากว่า ธุรกิจบริการเป็นธุรกิจประเภทจับต้องไม่ได้ จึงต้องอาศัยการบรรยายเพื่อให้เห็นภาพ รวมถึงการบอกต่อ (word of mouth) 

กลับกัน… สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจประเภท B2B และ บริการ ถือว่ามีแต้มต่อตรงที่สื่อบนโลกออนไลน์เปิดโอกาสให้เราสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ในหลากหลายรูปแบบ ให้ครอบคลุม ประสาทสัมผัสของมนุษย์ ทั้ง 3 จาก 5 ประสาทสัมผัส คือ รูป เสียง และ ความรู้สึก ทำให้การทำการตลาดสำหรับธุรกิจประเภทเหล่านี้ สามารถต่อยอดในเรื่องของการสื่อสารได้มากขึ้น 

การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการถ่ายทอดคอนเทนต์ weblog และแม้ weblog อาจจะไม่ครอบคลุมการได้ยิน เราก็สามารถนำคอนเทนต์ประเภท weblog มาแปลงเป็น audio content หรือคอนเทนต์ประเภทเสียงได้อีกด้วย 

ในเชิงการให้ความรู้ weblog จึงเป็นอีกสื่อหนึ่งที่จะสามารถเป็นตัวกระตุ้นสร้างความไว้ใจที่ลูกค้ามีต่อคุณได้ง่ายขึ้น 

    ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่ปรึกษา ก่อนที่ลูกค้าจะใช้บริการของเรา จะต้องเกิดจากความไว้ใจที่มีต้นกำเนิดจากการซึมซับ การเห็น การได้อ่านคอนเทนต์ที่ได้มาจากความเชี่ยวชาญของคุณ และหากคุณนำเสนอคอนเทนต์ประเภทที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ของคุณผ่าน weblog จะยิ่งเป็นเครื่องการันตีความน่าเชื่อถืออย่างเห็นได้ชัด 

หรือหากคุณทำธุรกิจแบบ B2B 

     ยกตัวอย่างเช่นบริษัทออกแบบออฟฟิศสำหรับธุรกิจประเภท Tech Company คุณนำเสนอกระบวนการคิด ออกแบบออฟฟิศ สำหรับคนรุ่นใหม่ การเพิ่ม Productivity และ Happiness ในเวลาเดียวกันที่ถูกนำเสนอจากกรณีศึกษาที่เคยทำมาจริง ก็จะทำให้ผู้อ่านเกิดไอเดีย และเชื่อมโยงกับกรณีบริษัทของพวกเขาได้ง่ายขึ้น

  เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดขออนุญาตยกตัวอย่างจาก weblog ของ Adobe ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของ ความคิดสร้างสรรค์ การใช้เครื่องมือต่างๆที่ช่วยให้ผูที่เป็นเจ้าของธุรกิจ และ ผู้ที่เป็นนักคิดสร้างสรรค์ได้สามารถสร้างสรรค์ผลงานอย่างมืออาชีพ ตรงตามที่ใจคิดไว้ เนื้อหาใน weblog ของ adobe มีทั้งสร้างแรงบันดาลใจ ให้ไอเดียใหม่ๆ พร้อมกับคำแนะนำในการใช้เครื่องมือซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าจาก Adobe ทั้งนั้น สำคัญตรงที่ความรู้ที่เราได้จาก weblog ของ adobe ทำให้เราเข้าใจสินค้าและบริการของเขาได้ง่ายขึ้น สร้างความเชื่อมั่น เห็นประโยชน์จากการใช้เครื่องมือของ Adobe มากขึ้น ก็รู้สึกบวกในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับ Adobe มากขึ้นเช่นกัน 

ตัวอย่าง เว็บบล็อก (weblog) ของ Adobe
ตัวอย่าง เว็บบล็อค (weblog) ของ Adobe

2.เป็นประตูอีกบาน ที่เชื่อมกับเรื่องของ search engine optimisation 

        อัตราการค้นหาความรู้ผ่านออนไลน์มีการเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี และดูเหมือนว่า Search Engine จะเป็นมากกว่าผู้ช่วยส่วนตัวของเราหรือ Personal Assistant แต่ก็เป็นมากกว่าเรียกได้ว่าเป็นที่ปรึกษา ครู เพื่อน ผู้ให้ความรู้ต่างๆ

เพื่อให้เห็นภาพได้ชัด ทางเราเลยขอนำเสนอข้อมูลจาก Oberlo ที่ได้ทำการสรุปว่า ในปี 2019 ที่ผ่านมา google เป็นเว็บไซต์ที่มีคนเข้าเยอะที่สุดถึง 62.19 พันล้านครั้ง ถ้าวันนี้ google เป็น E-Commerce คงได้ทำยอดถล่มถลายอย่างแน่นอนค่ะ

คำถามคือใน แพลตฟอร์ม search engine ที่คนค้นหาข้อมูลมากที่สุด แล้วการแข่งขันในอุตสาหกรรมของคุณ ธุรกิจของคุณติดอยู่ในหน้า search engine ของ google บ้างหรือเปล่า อาจไม่จำเป็นต้องอันดับต้นๆ แต่อย่างน้อยที่สุด ผู้ที่ต้องการหาซื้อสินค้าจากคุณก็สามารถค้นหาคุณเจอได้ง่ายผ่าน search engine หรือไม่ 

สถิติการใช้ Google ปี 2019 จาก oberlo
สถิติการใช้ Google ปี 2019 จาก Oberlo

ที่มา Oberlo

และการทำ weblog ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะสามารถทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่ถูกใจและกติกาของ google ที่มีวิสัยทัศน์ในการเป็น search engine ที่หาข้อมูลได้เป็นประโยชน์และแม่นยำที่สุดสำหรับผู้บริโภค แต่อยากให้แน่ใจว่า คอนเทนต์ weblog ของเราเข้าคอนเซปต์ E.A.T ของ google หรือที่ย่อมาจาก

1.E : Expertise  ( ความเชี่ยวชาญ )
2.A : Authoritativeness ( ความเป็นเจ้าของของคอนเทนต์)
3.T : Trustworthiness  ( ความน่าเชื่อถือ )  

อย่างน้อยที่สุดถ้าคอนเทนต์ weblog ของเรายึดถือ 3 หลักการจาก google ก็น่าจะได้คะแนนจาก google ไม่มากก็น้อยค่ะ  

        สำหรับเอ็มมี่เอง หลังจาก 5  ปีที่ผ่านมาเอ็มมี่หยุดทำเรื่องของ Personal Branding ของตัวเอง มามุ่งเน้นในการสร้างระบบ คอนเทนต์ให้กับ STEPS ACADEMY พร้อมมุ่งมั่นในการสร้างคอนเทนต์พัฒนาคอนเทนต์ ที่เป็นประโยชน์ใน เว็บไซต์ของ STEPS ( www.stepstraining.co) เราก็ได้พิสูจน์ว่าหลายๆท่านที่ได้รู้จักเรา ก็รู้จักผ่านบทความบนเ weblog ของเราที่ทางเรานำเสนออยู่อย่างต่อเนื่อง …​และแน่นอนว่า นอกจาก weblog ที่เราต้องทำอย่างต่อเนื่องแล้ว คอนเทนต์รูปภาพและวิดีโอก็เป็นอีกประตูสองบานที่จะทำให้คนค้นหาเราเจอด้วยเช่นกันค่ะ 

 

ตัวอย่างการค้นหาที่เว็บบล็อกของ STEPS ขึ้นเป็นอันดับแรก
ตัวอย่างเว็บบล็อกของ STEPS ที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรกเมื่อถูกค้นหาด้วยคำว่า “การสร้างทีม Digital”

 

3.เป็นตัวคัดกรองกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการ 

การทำ weblog คอนเทนต์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีการสื่อสารในโลกออนไลน์ที่เราเลือกได้ว่าเราต้องการสื่อสารกับใคร สื่อสารเรื่องอะไร ทำไมถึงอยากสื่อสาร ผ่านตัว Headline ตัวคอนเทนต์ และ คำที่เราเลือกใช้ในคอนเทนต์ weblog ของเราค่ะ  

เช่น ธุรกิจแนะนำการลงทุนในด้านอสังหาที่ต้องสื่อสารกับนักลงทุนที่มีเงินเย็นสนใจเรื่องการลงทุนเป็นหลัก และกำลังมองหา การลงทุนแบบด้านที่จับกลุ่ม คนทำงานในเมืองเราสามารถทำ คอนเทนต์บน weblog ตัวอย่างเช่น
5 โลเคชั่นอสังหาใจกลางกรุงสุดฮ๊อตที่น่าลงทุนหลังวิกฤต Covid 

แปลว่าเรากำลังอยากจะสื่อสารกับนักลงทุน ที่พอมีเงินเก็บออมสำหรับลงทุนแล้วไม่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ เป็นนักลงทุนที่เข้าใจเรื่องกลไกของตลาดในระดับหนึ่งและกำลังมองหาอสังหาที่น่าลงทุนในเมือง เป็นต้น

เรียกได้ว่าการทำ weblog เป็นการสื่อสารที่เราออกแบบได้ว่าเราอยากจะคุยกับใคร สื่อสารกับใคร จะได้คุ้มค่ากับเวลา และ ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ที่เราสื่อออกไปค่ะ 

สำหรับตัวอย่างของ STEPS เองเราก็จะมีความชัดเจนหากคอนเทนต์ใน weblog ของเราชิ้นในต้องการที่จะคุย สื่อสารกับผู้ประกอบการเราจะใช้คำขยายเน้นว่า สำหรับผู้ประกอบการ SME ถ้าเรากำลังสื่อสารกับนักการตลาดเราก็ชี้ชัดเลยว่า บทเรียน Digital Marketing Strategy สำหรับนักการตลาด ที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะสื่อสารคอนเทนต์ผ่าน weblog เราต้องชัดเจนก่อนว่าลูกค้าของเราเป็นใคร สามารถเข้าไปศึกษาวิธีวิเคราะห์ลูกค้าต่อได้ที่คอนเทนต์ตามลิ้งค์นี้ค่ะ https://stepstraining.co/content/customer-personas

4.Lead Generation 

เครื่องผลิต Lead หรือข้อมูลลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ weblog เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้ใจเรามากขึ้นและบางครั้งลูกค้าก็สนใจที่จะเป็นสมาชิกเพื่อรับข่าวสารจากคุณหรือที่เราเรียกว่า subscriber ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น จากเว็บไซต์ของ Kraft ผู้ผลิต และ จัดจำหน่ายเนยแข็งระดับโลก ที่ให้ผู้ที่รักการทำอาหาร สามารถได้รับสูตรอาหารใหม่ๆ ผ่านระบบสมัครสมาชิกได้แบบฟรีๆ เมื่อ Kraft มี Database ที่ถูกยินยอมจากทางเราแล้ว ก็จะเริ่มต้นส่งข้อมูลข่าวสารต่าง เพื่อต่อยอดในการทำ Promotion , CRM , Product Development และ อื่นๆ อีกมากมาย จากจุดเริ่มต้นจากการทำคอนเทนต์ประเภท weblog เกี่ยวกับสูตรอาหารต่างๆในเว็บไซต์ที่แตกออกมาจากเว็บ commercial ของ kraft อีกที 

 

ตัวอย่างการเก็บข้อมูลลูกค้า (Lead Generation) บนเว็บบล็อกของ Kraft
ตัวอย่างการเก็บข้อมูลลูกค้า (Lead Generation) บนเว็บบล็อกของ Kraft

ที่มา Kraft

 

5.Digital Asset เพื่อต่อยอด ธุรกิจอื่นๆ 

การทำคอนเทนต์ประเภท weblog สามารถช่วยให้ธุรกิจเราต่อยอดกลายเป็นหนึ่งในสื่อที่เป็นพื้นที่ให้ธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าเดียวกันเข้ามาใช้พื้นที่ของเราในการโปรโมทสินค้า เขียนบทความ advertorial ได้อีกด้วย 

จริงๆแล้วการทำ weblog ก็ถือเป็น อีกหนึ่ง ทรัพย์สิน ทางออนไลน์ที่ช่วยเสริมรายได้ให้เราได้เช่นเดียวกับการทำ Vlog บน YouTube  และ คอนเทนต์ผ่านช่องทาง social media ต่างๆ ได้อีกด้วย 

หากใครที่ยังลังเลเรื่องของการเริ่มต้นทำคอนเทนต์ประเภท weblog ลองเริ่มต้นจากการคิดถึงปัญหาของลูกค้าที่ต้องการคำตอบหรือผู้ช่วยหาทางออกอยู่บ่อยๆก็ได้ค่ะหรือจาก F.A.Q Frequently Asked Question และเริ่มต้นจากคอนเทนต์ประเภท weblog จากตรงจุดนั้นก็จะได้ไอเดียที่ง่ายขึ้นค่ะ ไม่จำเป็นต้องนั่งคิดไปเองให้เสียเวลาค่ะ 

หวังว่าคอนเทนต์นี้จะเป็นหนึ่งในไอเดียของทางเลือกให้คุณได้เลือกใช้เพื่อทางออกต่อไปสำหรับธุรกิจของคุณในโลกออนไลน์นะคะ 

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล

Interesting Topics

ออกเว็บไซต์ของคุณให้น่าสนใจด้วย “Storytelling - การเล่าเรื่อง”
9 เช็คลิสต์ที่คุณควรรู้สำหรับสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจผ่านเว็บไซต์