ในโลกธุรกิจและการตลาดดิจิทัลในปี 2022 ที่ผ่านมา มีเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การทำธุรกิจง่ายยิ่งขึ้น และ มีแนวทางการทำธุรกิจที่หลากหลายในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นักการตลาด หรือผู้ประกอบการในทุกกลุ่มธุรกิจ ต่างต้องปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค เพื่อให้แบรนด์ของตนเองเข้าใจ และ เข้าถึงลูกค้า รวมทั้งวางกลยุทธ์การตลาดให้ตอบโจทย์ โดยสำหรับบทความนี้ STEPS Academy จะพาคุณผู้อ่านไปดูเทรนด์การตลาดดิจิทัล และ รูปแบบแนวธุรกิจปี 2023 กัน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์และปรับใช้กับแคมเปญของเราได้อย่างเหมาะสมค่ะ
อัปเดต 14 เทรนด์การตลาดดิจิทัล และ กลยุทธ์ธุรกิจ ปี 2023
1. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวกับ Influencer
ในอดีตการทำการตลาดในรูปแบบ Word of Mouth หรือการตลาดแบบบอกต่อ ถือว่าได้ผลตอบรับที่ดีมาก เนื่องจาก การบอกต่อระหว่างบุคคลที่เรามีความนับถือ และ เชื่อใจจะทำให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อสินค้ากับเรา แต่สำหรับยุคดิจิทัลนั้น กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ คือบุคคลดังที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก และ อินฟลูเอนเซอร์บางกลุ่มก็ได้รับความไว้วางใจในฐานะนักรีวิว ดังนั้น การที่แบรนด์เลือกอินฟลูเอนเซอร์เพื่อโปรโมตหรือรีวิวสินค้าและบริการจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ๆ ได้ โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ทำการตลาดกับอินฟลูเอนเซอร์ในระยะยาว เพื่อให้เกิด ความภักดีต่อแบรนด์ หรือ Brand Loyalty
นอกจากนี้สถิติจากเว็บไซต์ Influencer marketing ยังระบุอีกว่า 93% ของนักการตลาดทำการตลาดแบบ Influencer Marketing เพื่อผลลัพธ์ดังนี้

- เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์
- สร้างความเชื่อใจ และความภักดีต่อแบรนด์
- เข้าหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ
- เพื่อเพิ่ม Conversions
- Generating leads
- Setting a new trend
2. เน้นคอนเทนต์วิดีโอและไลฟ์สตรีม
คอนเทนต์รูปแบบวิดีโอได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2020 และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคอนเทนต์จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจาก Instagram และ TikTok โดยผลลัพธ์ที่ผ่านมา แบรนด์ส่วนใหญ่ได้รับทั้งการรับรู้แบรนด์ และ Engagement เพิ่มขึ้นสูงจากกลุ่ม Millennials และ Gen Z
ส่วนการไลฟ์สด หรือ ไลฟ์สตรีม เป็นเทรนด์การตลาดที่คุณผู้อ่านอาจได้เห็นกันในหลาย ๆ แพลตฟอร์มเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube และ Instagram โดยรายงานจาก data.ai เผยว่า คอนเทนต์รูปแบบไลฟ์สตรีมนั้น ผู้ชมใช้เวลาผ่านสมาร์ทโฟนมากถึง 548 ล้านชั่วโมงในปี 2021 จากนี้ผลสำรวจจากทั่วโลก (ยกเว้นประเทศจีน) เผยว่าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนใช้เวลาบนแอปฯโซเชียลมีเดียไปกับการดูไลฟ์สตรีมมากที่สุด

3. Data ประเภท Third-Party Cookie จะค่อยๆ หมดไป
Third-Party Cookie คือข้อมูลที่มาจากแพลตฟอร์มต่างๆ หรือจากแหล่ง Ad Networks เช่น Facebook และ Google โดยข้อมูลเหล่านี้มีปริมาณมาก และเข้าถึงได้ง่าย ทำให้การทำการตลาดสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการยิงโฆษณา แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกฎหมาย PDPA ในประเทศไทยเริ่มมีข้อกำหนดให้ผู้ใช้งานบนโลกดิจิทัลสามารถตั้งค่าได้ว่า จะอนุญาตให้เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เก็บข้อมูลได้หรือไม่ ทำให้การเก็บข้อมูลมีประสิทธิภาพลดลง และ อาจทำให้การวัดผลลัพธ์ทางการตลาดไม่แม่นยำ อีกทั้งทาง Google ยังประกาศอีกว่าในปี 2023 ทาง Google เองก็จะเลิกเก็บคุ้กกี้ด้วยเช่นกันเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ดังนั้น นักการตลาด และ “ผู้ประกอบการ ควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ Data แบบ Firs-Party Data และใส่ใจกับการทำการตลาดแบบ Personalization เพื่อให้ตอบโจทย์และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของตนเอง”

4. Agile Marketing
โลกของเราก้าวหน้าไวทั้งในเรื่องเทรนด์การบริโภค เทคโนโลยี และความว่องไวในการตอบโจทย์ตลาด ดังนั้น การเข้าถึงลูกค้าจึงสำคัญเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดย Agile Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดที่สามารถตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ข้อดีของการทำการตลาดแบบ Agile Marketing
- มีความยึดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนที่วางไว้เสมอไปเพื่อตอบโจทย์กับสถานการณ์
- สามารถโฟกัสได้ถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้ผลลัพธ์ไวขึ้น
- ทำให้แบรนด์สามารถมัดใจลูกค้าไปดีขึ้น ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

จากภาพด้านบน เป็นการวางแผนทำ Agile Marketing ซึ่งมีทั้งหมด 6 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่
1 การวางเป้าหมายในการทำงาน โดยเลือกการวัดผลลัพธ์จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมาย
2 การเลือกทีมสำหรับทำ Agile Marketing เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
3 การพัฒนาโปรเจกต์ หรือแคมเปญ ให้มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ ทำให้ได้ผลลัพธ์ตอบโจทย์กับลูกค้ามากขึ้น
4 การทดสอบแคมเปญ ว่าได้ผลลัพธ์ตามที่วางไว้หรือไม่ เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์แล้วจะเห็นว่า มีส่วนไหนที่เราควรปรับปรุง
5 การปรับใช้ คือการนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุงให้แคมเปญให้ดีขึ้น
6 การประเมิน การประเมินและทบทวนแคมเปญหลังจากการวิเคราะห์ และทดสอบ ว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง หรือ บรรลุวัตถุประสงค์ที่เราวางเป้าหมายของหรือไม่
5. ปรับปรุง User Experience อย่างต่อเนื่อง
User Experience หรือ UX คือการคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน หรือกลุ่มเป้าหมายบนโลกดิจิทัล ถึงแม้ว่าสินค้า และ บริการของเราน่าสนใจ หรือมี โปรโมชันที่น่าดึงดูด แต่หน้าเว็บไซต์ออกแบบได้ไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ฟังก์ชันการใช้งานไม่สะดวกอาจทำให้เสียลูกค้าได้โดยง่าย และ กลายเป็นรองคู่แข่ง
ดังนั้น เราไปดูเทรนด์ User Experience กันว่า ปี 2023 มีอะไรที่น่าจับตา
- สร้าง Popup บนหน้าแอป หรือเว็บไซต์ เพื่อโปรโมตแคมเปญ หรือแจ้งข่าว เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นได้ง่าย
- รูปแบบการใช้งานมีความเรียบง่าย
- ใช้วิดีโอคอนเทนต์เข้าช่วยให้การแสดงสินค้า และ บริการ
- ใช้กลยุทธ์ Scrollytelling หรือ การเล่าเรื่องต่าง ๆ ผ่านการเลื่อนฟีดให้ดูน่าติดตาม
- ใช้สีโทนสดใส เพื่อดึงความสนใจ
6. พัฒนา Voice Search เพื่อต่อยอด SEO
การใช้คำสั่งเสียงยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องในการทำการตลาดดิจิทัล เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่นิยมใช้คำสั่งเสียงเพื่อหาข้อมูล เพื่อให้ได้คำตอบแบบรวดเร็ว อีกทั้ง Voice Search มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนา SEO ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ เว็บไซต์ bloggingwizard เผยว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์นิยมใช้คำสั่งเสียงเพื่อค้นหาข้อมูลมากกว่าการเสิร์ชในปี 2022 และ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

7. VR มาแรงไม่แพ้กัน
ในปี 2021 บริษัท Meta (Facebook) ได้ออกแบบ Metaverse โดยผสานโลกจริง และ โลกเสมือนเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นการทำการตลาดในรูปแบบ Virtual Reality (VR) ยังคงเป็นที่น่าจับตา และ พัฒนาต่อไป ซึ่งหลาย ๆ แบรนด์ดัง ก็ได้ใช้ VR เข้ามาทำการตลาดเพื่อโปรโมตสินค้าและบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับผู้ใช้งาน
8. AI ยังคงเป็นปัจจัยในการปรับปรุงอัลกอริทึม
Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การทำธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมก้าวหน้าในยุคดิจิทัล เนื่องจาก AI สามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่แม่นยำ การทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล และ การปรับปรุงระบบอัลกอริทึม โดยเทรนด์การใช้ AI ในเชิงการตลาดดิจิทัลโดยทั่วไปในปี 2023 นั้น เราจะเห็นว่า นักการตลาดจะนำ AI มาเพื่อจุดประสงค์เหล่านี้
- การยิงแอดไปยังกลุม่เป้าหมายที่ใช่มากขึ้น
- การปรับปรุงอัลกอริทึมเพื่อพยากรณ์การตลาดในอนาคต
- เข้าใจเทรนด์การบริโภคของลูกค้า
- สามารถสร้าง customer retention เพื่อสานสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
- เพื่อปรับปรุง ROI ให้ดีขึ้น

ตัวอย่างด้านบนเป็นการใช้ AI ทำการตลาดแบบอัตโนมัติ โดย Chat Bot ช่วยผู้ขายตอบแชทแบบอัตโนมัติได้ทันใจลูกค้า ไม่ต้องเสียเวลารอ
9. ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
ในยุคดิจิทัลที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ยิ่งทำให้แบรนด์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน สำหรับเทรนด์การตลาดปี 2023 หลาย ๆ แพลตฟอร์มที่เปิดให้บริการ เช่น Facebook และ Google รวมทั้งระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนจะทำการขออนุญาตก่อน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าข้อมูลที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ เก็บไปนั้นเป็นข้อมูลประเภทไหน และ จะอนุญาตให้ใช้หรือไม่
ส่วนการเตรียมตัวของธุรกิจดิจิทัลนั้น นักการตลาดควรเตรียมความพร้อมในเรื่องของหน้าเว็บไซต์ที่จะต้องขออนุญาตผู้ใช้งานเก็บข้อมูล และพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยค่ะ
เว็บไซต์ rocket.chat ได้ระบุว่าภายในสิ้นปี 2023 มีแนวโน้มว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลก จะได้รับความคุ้มครองด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลบนโลกออนไลน์

10. ข้อความแบบ Real-Time คือกลยุทธ์การตลาดปี 2023
การสร้างแพลตฟอร์มข้อความเพื่อโต้ตอบกับลูกค้าแบบเรียลไทม์ หรือทันท่วงที คือการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า เช่นเดียวกับการมีพนักงานคอยดูแล และตอบคำถามหน้าร้าน เนื่องจาก ลูกค้าในยุคดิจิทัล เน้นความว่องไว และ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น แบรนด์ควรหาช่องทางสร้างแชทบอท หรือมองหาแอดมินที่ยินดีคอยให้บริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อตอบคำถามลูกค้าได้ทันเวลา และ ไม่เสียโอกาสในการขาย

11 Email Marketing ยังไม่ตกเทรนด์
Email marketing หรือการทำการตลาดผ่านอีเมลยังคงใช้ได้ผลเสมอ โดย 82% ของธุรกิจ B2B ระบุว่าการใช้อีเมลส่งโปรโมชัน และ ข่าวสารไปยังลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นการขาย และ เพิ่มอัตรา Conversion บนเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม นักการตลาดควรวางแผนการส่งอีเมล และ คอนเทนต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และ หารูปแบบคอนเทนต์มานำเสนอใหม่ ๆ จะช่วยให้กลยุทธ์นี้บรรลุไปตามแผนที่วางไว้นะคะ

12 มองหาเอเจนซี่เพื่อปรับปรุงการตลาด
ปัจจุบันมีเอเจนซี่ที่คอยให้บริการด้านการตลาด การทำโฆษณา เป็นที่ปรึกษา และ ช่วยปรับปรุงกลยุทธ์อยู่มากมาย หากแบรนด์ไหนต้องการคำปรึกษาเฉพาะทางก็สามารถมองหาเอเจนซี่ที่ใช่ มาช่วยพัฒนาธุรกิจของเราให้ก้าวต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในตลาดอุตสาหกรรมของเราเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจ ขนาดใหญ่ หรือ ขนาดย่อม ก็สามารถขอรับคำปรึกษาเพื่อลับคมแผนการตลาดให้ดีขึ้น หรือจะเป็นการจัดอบรมเทรนนิ่งทักษะที่จำเป็นให้กับนักการตลาด เพื่อให้เครื่องมือใหม่ ๆ ให้เป็นมืออาชีพและเท่าทันต่อเทคโนโลยีในปี 2023
สนใจติดต่อขอรับคำปรึกษาด้านการทำการตลาดดิจิทัลกับ STEPS Academy
คลิก https://stepstraining.co/business
13 การทำ User-Generated Content
User-Generated Content คือการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ผ่านผู้บริโภคตัวจริงที่เกี่ยวข้องกับสินค้า และ บริการเราโดยตรง โดยไม่ได้มีการจ้าง ไม่ว่าจะเป็นการรีวิว การโพสต์ภาพถ่าย หรือข้อความที่กล่าวถึงแบรนด์ ซึ่งจะคล้ายกับการตลาดแบบบอกต่อ เพื่อให้แบรนด์เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้แบรนด์มียอดขายที่ดีขึ้นเมื่อมีการรีวิวสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย และสามารถสร้าง Engagement ได้เป็นอย่างดีในอีกช่องทาง
สิ่งที่แบรนด์ควรวางแผนในการทำ User-Generated Content คือการมองหาผู้ใช้งานตัวจริงมาช่วยรีวิวสินค้า โดยอาจทำแคมเปญ Challenge เข้าร่วมรีวิวสินค้าใหม่ หรือ หยิบยกคอนเทนต์ที่ลูกค้าชมสินค้ามาเป็นตัวอย่างบนเว็บไซต์

14 คำนึงถึง Page Speed
ความเร็วบนหน้าเว็บไซต์ เป็นเรื่องที่แบรนด์จะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เนื่องจากความเร็วของการประมวลผลบนเว็บไซต์มีผลต่อการทำ SEO และ ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน หากผู้ใช้งานมีปัญหาในการเข้าไปยังหน้าเว็บ หรือเว็บดาวน์โหลดช้า ก็อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนใจไปเข้าเว็บไซต์คู่แข่งได้เช่นกัน
Websitebuilderexpert ระบุว่าความเร็วบนหน้าเว็บไซต์มีผลต่อธุรกิจดังนี้
- 14% ของลูกค้ามักเปลี่ยนใจไปชอปปิงออนไลน์เว็บไซต์อื่นหากเว็บไซต์ที่ตนเองกำลังใช้งานล่าช้า
- 18% ของนักชอปปิงออนไลน์จะยกเลิกการซื้อสินค้าหากหน้าเพจช้าเกินไป
- 46% ของนักชอปออนไลน์กล่าวว่า ความเร็วในหน้าชำระสินค้าเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ
- 51% ของนักชอปปิงออนไลน์ในสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ความล่าช้าของหน้าเว็บไซต์ คือเหตุผลหลักที่จะเปลี่ยนในไม่ซื้อสินค้าเหล่านั้น

ข้อมูลจาก
data.ai
asana
digitalmarketer
websitebuilderexpert