ปัญหาพื้นฐาน!! ที่เหล่า SME มักพบเจอ เมื่อทำโฆษณาบน Facebook

problems-that-sme-meet-with-facebook-ads

Facebook อย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นช่องทางการทำโฆษณาที่ยอดฮิตที่สุดในออนไลน์ เหล่าผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่ต้องการตีตลาดบนโลกออนไลน์ ก็จะต้องเข้ามาทำการตลาดบนช่องทางนี้

แต่อย่างไรก็ตาม หลายๆธุรกิจ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในการทำโฆษณาบนช่องทาง Facebook  ในวันนี้เราจึงรวบรวมปัญหาหลักๆ ที่ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) มักจะพบเจอ และหลายครั้งก็มองข้ามไป มาไว้ใบทความนี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้ตรวจสอบ แก้ไข เพื่อการทำโฆษณาใน Facebook ครั้งต่อไปได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จะมีปัญหาอะไรที่มักจะพบเจอ หรือมองข้ามไปกันบ้าง ไปติดตามกันเลยค่ะ

ปัญหาที่ #1 การกำหนดเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน

เช่นเดียวกับสื่อการตลาดและการโฆษณาอื่นๆ Facebook ก็เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากไม่มีเป้าหมายและกลยุทธ์ที่เหมาะสม โฆษณาที่ปล่อยออกไปก็จะล้มเหลว เงินที่คุณจ่ายไปก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ

เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำโฆษณาบน Facebook จึงจะต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนทุกครั้ง เมื่อยิงโฆษณา

คุณต้องการให้โฆษณาบน Facebook ที่ปล่อยไปนั้น ตอบโจทย์เป้าหมายอะไร?

  • ต้องการให้คนรับรู้ รู้จักแบรนด์
  • ต้องการเก็บข้อมูลลูกค้า
  • ต้องการ Retarketing หรือทำการตลาดซ้ำกับคนที่มีความสนใจ
  • ต้องการให้คนตัดสินใจซื้อ เมื่อได้เห็นโฆษณา

ถ้าเราสามารถระบุได้ว่า เป้าหมายของการทำโฆษณาแต่ละครั้งของเราคืออะไร ก็จะช่วยให้เราเลือกคอนเทนต์ได้เหมาะสม และรู้ว่าควรจะวัดผลอะไรตามมาด้วยค่ะ

 

ปัญหาที่ #2 ยังทำ Content Marketing ได้ไม่มีประสิทธิภาพ

แม้ว่าเราจะมีทักษะการยิงโฆษณาได้ดีมากแค่ไหน แต่ถ้าคอนเทนต์ของเราไม่ดึงดูดใจ ไม่ตอบโจทย์ของเป้าหมายโฆษณานั้นๆ ก็ไม่มีประโยชน์

ตัวอย่างเช่น ถ้าคอนเทนต์ที่เราปล่อยออกไปเพื่อสร้างการรับรู้ เป็นคอนเทนต์ที่ดี ตรงใจผู้ชม มีคนไลก์ คอมเมนต์ แชร์เยอะ ก็จะช่วยผลักดันให้เข้าถึงคนกลุ่มได้มากขึ้น แต่ถ้าคอนเทนต์เราไม่โดนใจ ต่อให้เราใช้เงินเพื่อซื้อโฆษณามากเท่าไหร่ ก็ไม่คุ้มค่า ผู้ที่พบเห็นก็ไม่สามารถรับรู้แบรนด์ได้มากพออย่างที่เราต้องการ ถ้าคอนเทนต์ของเรานั้นไม่ตอบโจทย์พวกเขา

อย่างไรก็ตามเพื่อให้คอนเทนต์นั้นมีประสิทธิภาพ เราต้องเข้าใจ Content Marketing Funnel เพื่อเลือกคอนเทนต์ให้เหมาะสม 

ซึ่ง Content Marketing Funnel นั้นก็คือกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ ที่ช่วยเปลี่ยนจากคนแปลกหน้าให้เป็นคนรู้จัก จากคนรู้จักให้เป็นคนคุ้นเคย และจากคนคุ้นเคยให้เป็นลูกค้า ผ่าน “คอนเทนต์” ซึ่งแต่ละกระบวนการนั้นประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้

Top of the Funnel (ToFu) : ขั้นตอนเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้เป็นคนรู้จัก มุ่งเน้น…

  • เพิ่มการรับรู้แบรนด์ 
  • เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ 
  • เพิ่มปฏิสัมพันธ์ที่ดีบนโลกออนไลน์ 
  • มักใช้เนื้อหาคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจ 

Middle of the Funnel (MOFU) : ขั้นตอนเปลี่ยนจากคนรู้จัก ให้เป็นคนคุ้นเคย มุ่งเน้น…

  • การเก็บข้อมูลลูกค้า 
  • การสร้างกลุ่มคนที่ให้ความสนใจ และการดูแลความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย 
  • มุ่งเน้นคอนเทนต์ที่ช่วยให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้ เช่นคอนเทนต์ที่ดึงดูดให้ลงทะเบียน

Bottom of the Funnel (BOFU) : ขั้นตอนเปลี่ยนจากคนคุ้นเคยให้กลายเป็นลูกค้า มุ่งเน้นไปที่..

  • การเปลี่ยนกลุ่มคนที่สนใจให้เป็นคนที่ซื้อบริการหรือสินค้า 
  • มักใช้คอนเทนต์ที่เน้นสินค้าผลิตภัณฑ์ ดึงดูดให้เกิดการซื้อ

โดยแต่ละขั้นตอนก็จะมีประเภทคอนเทนต์ที่เหมาะสม ซึ่งประกอบด้วยคอนเทนต์ดังต่อไปนี้

 problems-that-sme-meet-with-facebook-ads
  • TOFU (Top of Funnel) : Aware and Engage เป็นขั้นตอนแรกๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อทำให้คนรับรู้ และมีส่วนร่วมกับแบรนด์ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

ตัวอย่างประเภทคอนเทนต์ที่เหมาะสม เช่น

    • Blog : รูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง โดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียนได้ 
    • Infographic : อินโฟกราฟฟิก มาจากคำว่า Information (ข้อมูล) + Graphic (รูป) อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆเลย คือ “การนำข้อมูลต่างๆ มาทำเป็นรูป” 
    • Photographs : ภาพถ่าย 
    • Video / Video Podcast : วิดีโอ หรือวิดีโอเสียง วิดีโอเสียงเป็นการเผยแพร่เสียง การพูดคุยเช่นเดียวกับ audio podcast แต่นำเสนอในรูปแบบของวิดีโอแทน 

ตัวอย่างโฆษณา TOFU  ที่ใช้ภาพถ่าย

 problems-that-sme-meet-with-facebook-ads

 

  • MOFU (Middle of Funnel) : Subscribe เป็นขั้นตอนระหว่างกลาง ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลการติดต่อของลูกค้า เพื่อนำไปทำการตลาดให้เกิดการซื้อในขั้นตอนถัดไปได้

ตัวอย่างประเภทคอนเทนต์ที่เหมาะสม เช่น

    • Education Resources : แหล่งข้อมูลการศึกษา การเรียนรู้ 
    • Useful Resources : ข้อมูล และแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ 
    • Software Download : รูปแบบของโปรแกรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ
    • Discount/Coupon Club : คูปองส่วนลด 
    • Quiz/Survey : เกมส์ หรือแบบทดสอบในหัวข้อที่เป้าหมายสนใจ 
    • Webinar/Events : สัมมนาในรูปแบบออนไลน์ หรือออฟไลน์

ตัวอย่างโฆษณา MOFU ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลด problems-that-sme-meet-with-facebook-ads

 

  • BOFU (Bottom of Funnel) : Convert เป็นขั้นตอนลำดับท้าย ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งลูกค้า หรือทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อ 

ตัวอย่างประเภทคอนเทนต์ที่เหมาะสม เช่น

    • Demo/Free Trial : สินค้าตัวอย่างหรือสินค้าทดลองฟรี 
    • Customer Story : ความคิดเห็นหรือรีวิว จากเรื่องราวความรู้สึกของลูกค้าต่อสินค้าและบริการ 
    • Comparison/Spec Sheet : ข้อมูลเปรียบเทียบสินค้าและบริการให้เห็นภาพความแตกต่าง
    • Webinar/Event : สัมมนาในรูปแบบออนไลน์ หรือออฟไลน์ 
    • Mini-Class : คลาสเรียนย่อยๆให้ลูกค้าได้ทดลองก่อนการซื้อ

ตัวอย่างโฆษณา BOFU ใช้วิดีโอเปรียบเทียบ Before After พร้อมปุ่มกระตุ้นการซื้อ “Shop Now”

 problems-that-sme-meet-with-facebook-ads

นอกจากนี้ Content Marketing ยังครอบคลุมไปถึงทักษะการเขียน Copywriting การเขียนคำบรรยายสินค้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโฆษณา ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดยอดขายได้ค่ะ

 

ปัญหาที่ #3 กำหนดกลุ่มเป้าหมายผิด

Facebook เป็นช่องทางที่ดีอย่างมากที่ช่วยในการเข้าถึงผู้คน แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายด้วย ที่จะต้องเหมาะสมและตรงกับคนที่สนใจจริงๆ

โดยปกติ Facebook จะให้เราระบุข้อมูลพื้นฐานเช่น

  • อายุ เพศ
  • สถานที่
  • ความสนใจ
  • พฤติกรรม

ซึ่งถ้าเรารับรู้ได้ลึกซึ้ง ว่ากลุ่มเป้าหมายนั้น มีข้อมูลพื้นฐานเป็นอย่างไร มีความชื่นชอบ และพฤติกรรมแบบไหน ก็จะทำให้โฆษณาของเราถูกส่งไปยังกลุ่มคนที่ใช่ได้มากขึ้นค่ะ

ในทางการตลาด เราจะมีเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ลูกค้าว่าคือใคร มีพฤติกรรมแบบไหน เครื่องมือนั้นก็คือ Customer Persona นั่นเอง

Customer Persona คือการวิเคราะห์ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานอย่างเพศ อายุ ความต้องการ พฤติกรรม รวมถึงปัญหาที่ลูกค้าได้พบเจอ เป็นการจำลองกลุ่มเป้าหมายของเราขึ้นมา รวมถึงถ้าเราทำการตลาดไปบ้างแล้ว มีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือแล้ว เราก็สามารถนำมาวิเคราะห์ Customer Persona นี้ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง Customer Persona ของกลุ่มเป้าหมายบริษัทสายการบิน วิเคราะห์ได้ว่า ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย คือคุณเอ็มมี่ ต้องการจองสายการบินไปญี่ปุ่น และที่พักที่สะดวกสบายต่อผู้สูงอายุ ที่นั่งไม่คับแคบและที่พักปลอดภัยเดินทางสะดวก ดังรูปตัวอย่างด้านล่าง

 problems-that-sme-meet-with-facebook-ads

จากการวิเคราะห์ข้อมูลนี้จะทำให้คุณสามารถระบุใจความของคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายได้ เช่น “แพคเกจดีๆสำหรับคนในครอบครัว ด้วยเที่ยวบินตรงไปญี่ปุ่นพร้อมที่พัก ที่เน้นความสะดวกสบายไปกับที่นั่งกว้างขวาง ที่พักเดินทางสะดวก ปลอดภัย ใจกลางแหล่งท่องเที่ยว สบายกายสบายใจตลอดทริปการเดินทางไปกับเรา สายการบิน STEPS Airline” เป็นต้นค่ะ 

รวมไปถึงยังสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาบน Facebook ได้ ว่าเป็นคนที่สนใจการท่องเที่ยวแบบครอบครัว สนใจที่พัก และกำหนดขอบเขตของอายุได้ว่าอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ ซึ่งนำไปกำหนดในการยิงโฆษณาบน Facebook ได้ค่ะ

โดยรวมแล้ว Customer Persona สามารถช่วยให้คุณนำไปใช้ต่อยอดในส่วนของเนื้อหาคอนเทนต์ แคมเปญ โฆษณา เพื่อสื่อสารและนำเสนอประโยชน์ของสินค้าและบริการได้ตรงความต้องการ และตอบโจทย์ปัญหาที่พวกเขาพบเจอได้นั่นเองค่ะ

สรุป
และทั้งหมดนี้คือปัญหาหลักๆที่ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME มักจะพบเจอ ในการทำโฆษณาบน Facebook ซึ่งโดยสรุปแล้วประกอบไปด้วย

  • การไม่กำหนดเป้าหมายของโฆษณาให้ชัดเจน
  • ไม่เข้าใจในเรื่อง Content Marketing ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ให้โฆษณาน่าดึงดูด และโดนใจกลุ่มเป้าหมายได้
  • รวมไปถึงการกำหนด กลุ่มเป้าหมายผิด อันเนื่องมาจากการไม่วิเคราะห์ลูกค้าให้ชัดเจนถึงความต้องการ ปัญหาที่พบเจอ จึงทำให้ยิงโฆษณากว้างเกินไป หรือยิงไปยังคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายแท้จริงนั่นเองค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยทุกๆคน ให้เข้าใจพื้นฐานที่ต้องรู้ ต้องลงมือทำ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่มักเกิดขึ้นเหล่านี้ค่ะ

 

ที่มา
neilpatel.com/blog
www.business2community.com

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
7 เทคนิคสร้างโพสต์ Engagement บน ช่องทาง Twitter
สรุป!! แนวทาง สร้างสรรค์วิดีโอให้เป็นที่นิยม ในช่องทาง TIKTOK