10 ตัวอย่าง Instagram Stories ดีๆ ที่ทำให้ลูกค้าสนใจ และเพิ่ม Engagement คุณภาพ

10-example-ig-stories

สำหรับช่องทาง Instagram นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ และ มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วงชิงเวลาว่างของเราได้อย่างมาก ทางทีมคอนเทนต์ของ STEPS จึงอยากแบ่งปันคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์จากเว็บ adespresso ผ่านการแปลคอนเทนต์ในมุมมองของพวกเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยค่ะ

1. “Daily Harvest” สร้างยอดขายอาหารประเภท unprocessed superfoods ได้ ผ่านการทำ super short content บน IG Stories

Daily Harvest เป็นร้านจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพที่ยังไม่ผ่านกระบวนการทำ โดย Instagram stories ของร้านได้สร้างมุมมองใหม่ให้กับลูกค้าต่ออาหารเพื่อสุขภาพของเขา โดยใช้ภาพถ่ายอาหารที่เย้ายวนน่ากินหลายๆภาพติดต่อกันแบบเร็วๆ (Rapid series) เพื่อสื่อข้อมูลสำคัญๆให้อยู่ในรูปแบบคอนเทนต์ที่สั้น และกระชับ (Super Short Content)

Animated-GIF-downsized
ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

นอกจากการสร้างคอนเทนต์ให้กระชับแล้ว ทางแบรนด์ ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ในการสร้าง Headline ด้วย

4 คำถาม สร้างแนวทางการเขียน Headline ใน Instagram stories

  1. สินค้าเรามีประโยชน์อย่างไร
  2. มีความแตกต่างจากเจ้าอื่นอย่างไร
  3. มีความรวดเร็วในการบริการหรือไม่
  4. มีข้อมูลอะไรบ้าง ที่ลูกค้าควรรู้

เทคนิค : ถ้าคุณมีข้อความ หรือเนื้อหาเยอะเหมือนกับ Daily Harvest จงทำให้คอนเทนต์นั้น อยู่ในรูปแบบที่อ่านง่าย หรือสร้างตรรกะบางอย่างที่อำนวยให้สายตาของผู้อ่านเคลื่อนไหวตามข้อความที่เราใส่ลงไปให้ได้

 

2. “Alexander McQueen” แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ที่สร้างแรงดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีรสนิยมหรูหราได้ จากการสร้าง “Information Gaps”  บน Instagram Stories

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าแบรนด์  Daily Harvest ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การสร้าง Headline แต่ในทางตรงกันข้าม แบรนด์แฟชั่นของดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Alexander McQueen ที่กลุ่มเป้าหมายเป็นคนมีระดับนั้น ไม่ใช้ตัวอักษรในคอนเทนต์เลย แต่กลับละเว้นไว้เพื่อสร้างความสงสัย อยากรู้ ในสินค้าของแบรนด์แทน

โดยคอนเทนต์ตัวอย่างที่นำมานั้น แสดงภาพผู้หญิงที่มีความกล้า มั่นใจ สวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา กำลังเดินลุยโคลนในป่า ซึ่งวิดีโอได้ละเว้นคำอธิบายไว้ ให้ผู้ชมโฆษณารู้สึกถึงความลึกลับ น่าค้นหา

instagram-stories-examples-1

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

มีการศึกษาพบว่า เมื่อเกิดช่องว่างของข้อมูลขึ้น ผู้อ่านจะรู้สึกสนใจ หรือสงสัย ทำให้เกิดความต้องการอยากค้นหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมมากขึ้น พูดให้ชัดเจนได้ว่า คำถามที่เกิดขึ้นภายในใจของผู้เห็นโฆษณานั้นทำให้เกิดความอยากรู้ และความอยากรู้นำพาให้เกิดการคลิก

การทำโฆษณารูปแบบนี้ เหมาะสมกับ Instagram Stories ที่มีระยะเวลาปรากฎเพียง 24 ชั่วโมงหรือระยะเวลาไม่นาน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ชมโฆษณาจะยังไม่สามารถรับรู้ หรือรับทราบข้อมูลในโฆษณาได้ทันที จนกว่าผู้ชมจะคลิก ผ่านปุ่ม CTA (Call-To-Action) หรือ Learn More ที่เห็นวิดีโอตัวอย่าง

เทคนิค : ถ้าเป้าหมายของแบรนด์ คือการสร้างกลุ่มลูกค้าที่มีรสนิยมหรูหรามีระดับ จงอย่าให้ลูกค้าได้รับข้อมูลในสิ่งที่ต้องการแบบตรงไปตรงมามากจนเกินไป แต่ควรสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้เกิดความอยากรู้ เพื่อตัดสินใจเข้าไปรับข้อมูลเพิ่มเติมของแบรนด์ด้วยตนเอง

 

3. “Follain” สร้างยอดขายเครื่องสำอางค์ และสกินแคร์ออร์แกนิค แม้ในโหมดปิดเสียงได้ ด้วยเทคนิคการตั้งคำถาม

ผู้ใช้จำนวนมากใน Instagram stories จะอยู่ในโหมดปิดเสียง “Silent mode” ดังนั้นแบรนด์ จึงต้องคิดให้ออกว่า จะสื่อสารคอนเทนต์ให้โดดเด่นผ่านทางสายตาได้อย่างไร

instagram-stories-examples-2

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

มากกว่าคำธิบายทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าและราคา Follain สร้าง Headline ของ IG stories ด้วยการตั้งคำถาม “How Clean Is Your Beauty Routine?”

Instagram stories ของแบรนด์นี้ ใช้ Headline เป็นกลยุทธ์ สร้างความสัมพันธ์โต้ตอบ เพื่อเพิ่มการเข้าถึง และการขาย ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจให้ผู้ใช้เข้าไปเยี่ยมชมในเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี

นอกเหนือจากเทคนิคการตั้งคำถาม แบรนด์ Follain ยังใส่ข้อความเฉพาะเจาะจงลงไปให้ปุ่ม CTA (Call-To-Action) ว่า “Swipe up to claim” หรือ “ปัดขึ้นเพื่อรับสิทธิ์” เพื่อนำพาลูกค้าให้มุ่งตรงไปยังโปรโมชัน หรือส่วนลด ที่ทางแบรนด์จัดทำไว้

เทคนิค : แบรนด์สามารถสร้างหัวข้อ และเนื้อหาโฆษณาให้สามารถสื่อสารออกมาได้เองโดยไม่มีเสียงได้ จากการโพสต์คำถามสร้างความสนใจ หรือสร้างความรู้สึกร่วม

การใช้ถ้อยคำเชิงคำถามนั้น ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ เพราะสร้างความสงสัยให้กับกลุ่มเป้าหมายรู้สึกอยากพิสูจน์ด้วยการคลิก

 

4. “CPK Frozen Pizza” ร้านอาหารสัญชาติอเมริกา สร้างความน่าสนใจให้สินค้าหลักอย่างพิซซ่าสไตล์แคลิฟอร์เนีย ด้วยฟังก์ชัน Boommerang ใน Instagram Stories

Boomerangs เป็นเทคนิคที่ยอดเยี่ยมเทคนิคหนึ่ง ที่ทำให้วิดีโอที่ไร้เสียง มีความน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น โดย Boomerangs สร้างมาจากรูปถ่าย 10 รูป ต่อกัน แต่ถูกเปลี่ยนให้มาอยู่ในรูปแบบวิดีโอสั้นๆ สร้างความแปลกใหม่

รูปแบบจะคล้ายกับ GIFs บนช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น Twitter และ Tumblr แต่เนื่องจาก Instagram stories  ยังไม่รองรับให้ใช้ไฟล์ .gif ได้ ดังนั้น Booomerang จึงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งในการนำมาใช้สร้างคอนเทนต์

และนี่คือตัวอย่างวิดีโอโฆษณาของ CPK Frozen Pizza ที่แสดงภาพขั้นตอนการเฉือนชีสธรรมดาๆ ให้ดูน่าสนใจขึ้นด้วยฟังก์ชัน Boomerang

instagram-stories-examples-3

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

 

5. “Noom” เว็บไซต์แนะแนวการดูแลสุขภาพ และวิธีลดน้ำหนัก เพิ่ม Engagement ได้ จากการสร้างคอนเทนต์แปลกใหม่ บน IG Stories

มีการศึกษาพบว่า มนุษย์จะจดจำภาพ จากความแตกต่างของภาพนั้นเปรียบเทียบกับสิ่งที่พวกเขาเคยพบเห็น ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถใช้เทคนิคสร้างความแปลกใหม่ของเนื้อหาวิดีโอ เพื่อสร้าง engagement ได้

1 ในโฆษณาที่ดีที่สุดบน Instagram stories เป็นของเว็บไซต์แนะแนวการดูแลสุขภาพที่ชื่อ Noom โดยวิดีโอ เป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งกำลังใช้ค้อนทุบแผงไข่อยู่ พร้อมกับข้อความ “Throw out the rule book on dieting”

instagram-stories-examples-10

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

วิดีโอดังกล่าว สร้างความแปลกใหม่ให้กับโฆษณาธุรกิจด้านสุขภาพแบบเดิมๆเป็นอย่างมาก จึงทำให้แบรนด์เป็นที่พูดถึงจดจำของลูกค้ามากขึ้น

ภาพที่แปลกใหม่ สามารถส่งผลต่อความรู้สึกร่วมของผู้ชมต่อโฆษณาได้เป็นอย่างดี ซึ่งรูปแบบของ Instagram stories นั้นเหมาะสมมากๆ โดยเฉพาะในรูปแบบของวิดีโอ

เทคนิค : อย่ากลัวที่จะคิดอะไรใหม่ๆ เพราะ Instagram stories เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีการคิดค้นอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ

 

6. “Hopper” เพิ่มยอดจองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมผ่านทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันของแบรนด์ได้ จากการจัดแคมเปญส่วนลด

Content ที่มีการโต้ตอบรวดเร็วที่สุดของการตลาดออนไลน์คือการจัดกิจกรรม การประกวด (Contests), แบบทดสอบ (Quizzes) และการคำนวณต่างๆ (Calculations)  ซึ่งดึงดูดให้คนอยากคลิก กดไลค์ และโต้ตอบได้มากที่สุด แต่อย่างไรก็แล้ว โฆษณาจะต้องไม่ซับซ้อนจนเกินไปด้วย

นอกเหนือไปจากแคมเปญที่น่าสนใจแล้ว การสร้างช่องทางให้ลูกค้าร่วมกิจกรรมได้ง่าย อย่างเช่นการปัดหน้าจอขึ้น ก็สามารถทำให้ผู้สนใจ เข้าไปยังขั้นตอนต่อไปง่าย และสะดวกมากขึ้น

instagram-stories-examples-5

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

ตัวอย่างที่ดีสำหรับเทคนิคนี้คือโฆษณาของบริษัท Hopper ที่ยื่นข้อเสนอส่วนลด 40% เมื่อผู้ใช้ติดตั้งแอปพลิชันของบริษัท โดยใช้การเลื่อนหน้าจอขึ้น ทำให้ลูกค้าติดตั้งแอปพลิเคชัน และรับส่วนลดได้ทันที สะดวกและรวดเร็ว

เทคนิค : ถ้าคุณเป็นบริษัทเปิดใหม่ ต้องการการไหลเข้าของเงินทุน Instagram stories ก็เป็นช่องทางที่ดีอีกทางหนึ่งในการจัดโปรโมชัน หรือจัดกิจกรรม เพื่อดึงดูดลูกค้าได้

 

7. “M.Gemi” แบรนด์รองเท้าหนังแฮนด์เมดสัญชาติอิตาลี สร้างความน่าสนใจให้สินค้า จากการนำเสนอเบื้องหลังกระบวนการผลิต

Instagram Stories เป็นช่องทางที่ดีทางหนึ่ง ที่จะนำเสนอวิดีโอ ในลักษณะถ่ายทอดเบื้องหลังของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ หรือการผลิต แม้ว่า IG Stories จะนำเสนอได้เพียง 15 วินาที แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ติดตามรู้สึกตื่นเต้น หรือรู้สึกถึงมูลค่าของสินค้ามากขึ้นได้

บริษัทจำหน่ายรองเท้าแบรนด์อิตาลี แบรนด์หนึ่งชื่อว่า  M.Gemi นำเสนอขั้นตอนการผลิตสินค้า เพื่อแสดงถึงความดั้งเดิม ความพิถีพิถันในการผลิตสินค้าของแบรนด์

instagram-stories-examples-6

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

ถ้ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ คือกลุ่มคนที่ใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อ เป็นเรื่องยากที่จะสร้างความแตกต่างให้สินค้าน่าสนใจ จากแค่สี หรือความสวยงามของสินค้าเท่านั้น การใช้รูปแบบของ Instagram stories นำผู้คนไปทำความรู้จักเบื้องหลังของแบรนด์ เพื่อสร้างความเข้าใจในตัวสินค้า จึงสามารถช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับแบรนด์ และกลายเป็นลูกค้าชั้นดีของเราได้

เทคนิค : ถ้าสินค้าของแบรนด์ อยู่ในหมวดหมู่ของความงาม, แฟชั่น, หรือสินค้าหรูหรามีระดับ สามารถใช้โฆษณารูปแบบนี้ ในการดึงดูดลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแบรนด์ได้

 

8. “Postmates” เพิ่มยอดการสั่งซื้ออาหาร และเครื่องดื่มบนแอปพลิเคชัน จากการใช้เทคนิคจำกัดเวลากิจกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจ

สำหรับนักการตลาด  Instagram Stories เป็นอีกช่องทางสร้างโอกาส ที่เห็นผลของแคมเปญได้อย่างรวดเร็ว

Postmates เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ตัวอย่างที่จัดแคมเปญพิเศษ เสนอค่าจัดส่งให้ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชันในการสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่ม โดยกำหนดระยะเวลาจำกัดให้เพียง 7 วัน

instagram-stories-examples-7

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

เนื่องจากมีเวลาจำกัดในการแสดงคอนเทนต์ทาง Postmates จึงใช้เทคนิคดึงดูดลูกค้า จากการกำหนดระยะเวลาสั้นๆของแคมเปญ ซึ่งเป็นเทคนิคที่เหมาะกับแบรนด์ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น

จากผลการสอบถาม แสดงให้เห็นว่าผู้คน 69% รู้สึกพลาด ที่พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมแคมเปญ ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อโปรโมทร้านในครั้งต่อๆไปได้

 

9. “Shein” สร้างทางเลือกให้ลูกค้า สามารถเลือกชมเสื้อผ้าแฟชั่นในหมวดหมู่ที่สนใจเป็นพิเศษได้ จากการสร้าง Highlight เพื่อจัดหมวดหมู่บนหน้าเพจ Instagram ของร้าน

Instagram stories เป็นช่องทางที่ดี ที่จะแสดงสินค้าที่มีหลากหลายแบบ

SheIn, แบรนด์จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงที่มีรูปแบบหลากหลาย ได้สร้างคอนเทนต์หนึ่งใน Instagram stories โดยใช้การแสดงเรื่องราวแบบ Flip ในการแสดงสินค้าเฉพาะชุดว่ายน้ำ คอลเลคชันใหม่

instagram-stories-examples-8

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

ถึงแม้ว่า SheIn จะสามารถแสดงสินค้าครบถ้วน รวดเร็ว แบบที่ลูกค้ายังไม่เคลื่อนย้ายไปยังหน้าอื่นได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม Instagram stories ก็อนุญาติให้แสดงเรื่องราวได้เพียง 24 ชั่งโมงเท่านั้น

รูปแบบ Highlights ของ Instagram stories จึงเป็นอีกเครื่องมือที่เหมาะสม ถ้าแบรนด์ของคุณมีสินค้าหลากหลายประเภท หลากหลายแบบ ที่จะนำเสนอลูกค้า

Animated-GIF-downsized

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

ตัวอย่างด้านบน คือหน้าเพจ Instagram ของแบรนด์ Sheln ที่ใช้การแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าใน Highlight ออกเป็น “Spring” และ “Sales” ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกเฉพาะหมวดที่ตนเองสนใจได้

เทคนิค : ถ้าลูกค้าคือกลุ่มคนที่กำลังมองหาสินค้าเฉพาะหมวดหมู่ที่สนใจ รูปแบบ Highlight ของอินสตาแกรมก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ดี ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ และยังสามารถเลือกแสดงสินค้าที่เราอยากนำเสนอโดยเฉพาะได้อีกด้วย

 

10. “A Quiet Place” ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ใช้เทคนิคหยิบยกอารมณ์ของตัวละคร หรือ Influencer ของธุรกิจมาใช้ เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมของลูกค้ากับเนื้อหาโฆษณา

Instagram stories เป็นรูปแบบหนึ่งที่นำเสนอคอนเทนต์ในระยะเวลาสั้นๆ จึงสามารถใช้เทคนิคสร้างความตื่นเต้น ดึงดูดผู้ชมโฆษณาได้ แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องสำคัญที่คอนเทนต์จะต้องไม่ทำให้ผู้รับชม รู้สึกสับสนในสิ่งที่ต้องการสื่อสารด้วย

instagram-stories-examples-9

ภาพจาก : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/

อีก 1 เทคนิคสำคัญคือ การเข้าถึงลูกค้าผ่านอารมณ์ความรู้สึก หรือการกระทำของ Influencer เทคนิคนี้สามารถสร้างความสนใจให้ผู้ชมโฆษณารู้สึกร่วม และสนใจในสินค้ามากขึ้น

โฆษณาของหนังเรื่อง “A Quiet Place” สร้างความรู้สึกตื่นเต้น ดราม่า ดึงดูดให้ผู้ชมวิดีโอรู้สึกร่วมกับโฆษณาได้ ผ่านการโฟกัสที่สีหน้าอารมณ์ของนักแสดงหลัก ซึ่งทำให้ผู้ชมต้องการที่จะคลิกดูต่อ

เช่นเดียวกันกับธุรกิจอื่นๆ แบรนด์สามารถหยิบยกความรู้สึก หรือการกระทำบางอย่างของ Influencer มาใช้เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมได้ เช่น ใบหน้าแสดงความมั่นใจเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ หรือสีหน้าแสดงความรู้สึกอร่อยเมื่อลิ้มลองรสชาติอาหารของร้าน เป็นต้น

เทคนิค : ศิลปะในการเล่าเรื่องผ่าน Instagram stories จะต้องเข้าถึงใจของลูกค้า และทำให้พวกเขารู้สึกอยากมีส่วนร่วมด้วย

 

สรุปแล้ว IG Stories กลายเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นของอินสตาแกรมที่ดึงดูดเวลาได้จากผู้ใช้ได้มากขึ้น

ทำให้ยอดการมองเห็นและการเข้าถึงของฝั่ง IG Stories เพิ่มขึ้นมากกว่าการเข้าถึงคอนเทนต์ประเภท IG Feed ด้วยซํ้าไป สิบตัวอย่างข้างต้นจึงเปรียบเสมือน โมเดล และ รูปแบบที่จะทำให้คอนเทนต์ของเราแตกต่างและน่าดึงดูดกับลูกค้าผ่านอินสตาแกรม นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ทำธุรกิจด้าน สุขภาพ แฟชั่น เครื่องสำอาง ให้ใช้พื้นที่นี้ได้อย่างเข้าถึง และ สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นบนโลกออนไลน์ค่ะ

 

ขอบคุณที่มาของคอนเทนต์ : https://adespresso.com/blog/instagram-stories-examples/
แปลโดย Content Team (STEPS ACADEMY)

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
10 เทคนิคการใช้ Instagram Stories เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์เชิงบวกให้กับแบรนด์บนโลกออนไลน์
9 สถิติที่ต้องรู้สำหรับการทำการตลาดผ่าน Facebook (Update 2019)