สรุปสถิติ!! Digital Branding พัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในใจผู้บริโภค ในปี 2020

branding-statistics-for-2020

การสร้างแบรนด์ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ต่อความสำเร็จของธุรกิจ เปรียบเสมือน “หน้าตา” ของบริษัท ที่ทุกคนจดจำและพูดถึง เป็นการผสมผสานระหว่างการออกแบบและกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้เพื่อส่งเสริมสินค้าหรือบริการ 

และเพื่อให้การสร้างแบรนด์ของเรา มีประสิทธิภาพ น่าจดจำ และยั่งยืนมากขึ้น ในวันนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องของสถิติเกี่ยวกับการรับรู้แบรนด์ สถิติด้านการออกแบบ เกี่ยวกับความสำคัญของสีสัน รวมถึงสีสันไหนที่เป็นที่นิยม และสุดท้าย สถิติเกี่ยวกับความภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตไปอย่างยั่งยืนได้ สถิติที่รวบรวมมานั้นมีอะไรบ้าง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อแบรนด์อย่างไร ไปติดตามกันค่ะ

สถิติการรับรู้แบรนด์ (Brand Recognition Statistics)

1. 10 วินาที คือระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้คนใช้ในการให้ความสนใจ และรับรู้แบรนด์ (สถิติจาก : WebConfs)

สถิตินี้แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกค้าเข้ามาพบเห็นแบรนด์คือช่วงเวลาที่มีความสำคัญมาก เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงว่า จะทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจ หรือจดจำแบรนด์ของเราได้ ตั้งแต่แรกที่เข้ามา

สถิตินี้บ่งชี้ไปถึงการออกแบบของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโลโก้ ออกแบบสินค้า ภาพลักษณ์ต่างๆในแต่ละช่องทางที่พบเห็น รวมไปถึงการนำเสนอคอนเทนต์ ว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง และสร้างความประทับใจอะไรให้กับผู้ที่เข้ามาพบเห็นแบรนด์หรือไม่

มีสถิติที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม มาช่วยเสริมในหัวข้อนี้ คือ

  • 55% ของความประทับใจแรก มักจะเกิดจากสิ่งเร้าทางสายตา
  • 48% ของผู้คนกล่าวว่า การซื้อสินค้า รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ครั้งแรก เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความภักดี และเชื่อมั่นในแบรนด์
branding-statistics-for-2020

สองสถิตินี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาแบรนด์ให้สร้างความประทับใจแรกที่ดีต่อลูกค้าได้ เช่น การออกแบบเว็บไซต์ของธุรกิจถ้าเราออกแบบได้ดี น่าดึงดูด มีการใช้สี ตัวอักษร ที่บ่งบอกตัวตนแบรนด์ได้ชัดเจน รวมถึงมีการออกแบบโลโก้ที่โดดเด่น จดจำง่าย ก็จะเป็นส่วนช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใหม่ได้ 

ดังตัวอย่างของแบรนด์ Virgin เมื่อเข้ายังเว็บไซต์จะสัมผัสได้ทันทีว่าแบรนด์เลือกใช้สีแดงเป็นสีเอกลักษณ์ ด้วยการใช้โทนสีในทิศทางเดียวกันบนเว็บไซต์ จึงทำให้ผู้เข้ามาชมจดจำสีของแบรนด์ Virgin ได้ทันที บวกกับตัวอักษรโลโก้ที่มีขีดเส้นใต้ เอียงๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ก็เป็นส่วนที่ทำให้จดจำได้ง่ายมากขึ้นด้วยค่ะ

branding-statistics-for-2020ที่มา : virginactive.com

รวมถึงอีกเรื่องหนึ่ง คือการใช้งานเว็บไซต์ที่ง่าย มีการแสดงข้อมูล ช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน ก็มีส่วนช่วยให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และจดจำแบรนด์ของเราได้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาเช่นเดียวกันค่ะ

ตัวอย่างด้านล่างเป็นเว็บไซต์ของ Airbnb ที่ออกแบบมาให้หน้าตาสวยงาม น่าใช้ และมีแถบแสดงให้ผู้เข้าชมกรอกสถานที่ เวลาในการเข้าพัก และจำนวนคน อย่างชัดเจน ทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น เป็นตัวช่วยเพิ่มความประทับใจแรกในการใช้งาน เพิ่มโอกาสในการจดจำเว็บไซต์เมื่อเข้ามาใช้งานได้ รวมถึงโลโก้ของแบรนด์ ที่แม้จะไม่มีสีสันอะไรมากมาย แต่ก็แตกต่าง ไม่เหมือนใคร และจดจำได้ง่ายแม้เห็นเพียงครั้งแรก เป็นต้นค่ะ

branding-statistics-for-2020

branding-statistics-for-2020ที่มา : Air bnb

 

2. 89% ของนักการตลาดกล่าวว่า การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) เป็นเป้าหมายสูงสุดของพวกเขา (สถิติจาก : Foundation)

การสร้างแบรนด์จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุดเช่นกัน เพราะเปรียบเสมือน “ใบหน้า” ของธุรกิจ ที่ผู้คนจะจดจำ เมื่อธุรกิจของคุณเป็นที่สนใจ และรู้จักในวงกว้างขึ้น

นักการตลาดมักจะค้นหาชื่อที่น่าจดจำ ร่วมกับโลโก้และตัวอักษรที่แสดงเอกลักษณ์ได้ง่าย สอดคล้องกับคุณค่าของแบรนด์ 

มีสถิติเพิ่มเติมที่ว่า…

  • 77% ของผู้นำทางการตลาด มองว่าการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญ 
  • 82% ของนักลงทุน มักจะลงทุนในบริษัทที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเท่านั้น
branding-statistics-for-2020

เราจะเห็นได้ว่า ทั้งฝั่งของนักการตลาด และนักลงทุนต่างมองหาและให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เป็นอย่างมาก แม้ว่าสินค้าหรือบริการของแบรนด์เราจะดีอยู่แล้ว แต่การสร้างแบรนด์ขึ้นมาให้ผู้คนจดจำได้ง่ายขึ้น ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนรู้จักในวงกว้าง ยิ่งถ้าเราสามารถรักษาให้พวกเขาเชื่อมั่นในแบรนด์ของเรา รักในแบรนด์ของเราต่อได้ ก็ไม่ยากที่ธุรกิจจะเติบโตขึ้นไปอย่างยั่งยืนได้ค่ะ

 

3. 59% ของผู้บริโภคมักจะซื้อสินค้าใหม่จากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ (สถิติจาก: Kettle Fire Creative)

ต่อเนื่องจากการรับรู้แบรนด์ แม้ว่าผู้คนจะเห็นและจดจำแบรนด์ของเราได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะถ้าแบรนด์ของเรายังขาดความน่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือจึงเป็นตัวแปรสำคัญให้ลูกค้าใหม่กล้าที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าของเรามากขึ้น รวมถึงความน่าเชื่อถือนั้นยังช่วยให้ลูกค้าเชื่อมั่น และมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าที่ภักดีของเราต่อไปด้วย

ความน่าเชื่อถือมาได้จากหลากหลายทางไม่ว่าจะเป็น…

  • สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ จนเกิดการรีวิว บอกต่อ
  • การนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ แทนการยัดเยียดสินค้า

ดังตัวอย่างด้านล่าง แบรนด์ Gopro ที่จำหน่ายสินค้าเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่รักกิจกรรมผจญภัย เน้นคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน มีความทนทาน กันน้ำ กันกระแทก คุณภาพที่แตกต่างและเหมาะสมนี้ ทำให้เกิดการรีวิว บอกต่อจากลูกค้าที่ชื่นชอบและภักดีกับแบรนด์ ส่งผลให้แบรนด์แทบจะไม่ต้องลงทุนมากมาย กับการสร้างคอนเทนต์เลย แต่ใช้เสียงบอกต่อของลูกค้าผ่านการรีวิว สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์เพิ่มด้วยค่ะ

branding-statistics-for-2020ที่มา : IG Gopro

รวมไปถึงอีกตัวอย่างหนึ่งที่ใช้การนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ แทนการยัดเยียดการขายเพียงอย่างเดียว อย่าง Packlane แบรนด์ที่จัดจำหน่าย และออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ให้กับธุรกิจต่างๆ นอกเหนือจากการนำเสนอสินค้าและบริการแล้ว พวกเขายังนำเสนอความรู้ และเทคนิคดีๆ ในด้านการออกแบบ Packaging ด้วย ทำให้ลูกค้าที่กำลังหาข้อมูล แหล่งทำ Packaging เมื่อเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ก็จะรู้สึกสนใจ และสัมผัสได้ถึงความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าที่พบเจอแบรนด์เพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

branding-statistics-for-2020

ที่มา : packlane.com/blog

 

สถิติด้านการออกแบบ (Brand Design)

4. สีช่วยยกระดับการรับรู้และจดจำแบรนด์ได้ถึง 80% (สถิติจาก : University of Loyola)

สี ไม่ได้ปรากฏให้เห็นแค่ในโลโก้ แต่สีที่บ่งบอกแบรนด์สามารถอยู่ในสื่อต่างๆทุกๆช่องทาง และสามารถ กลายเป็นลายเซ็นของแบรนด์ที่ลูกค้าจดจำได้อีกด้วย

มีสถิติอื่นๆที่พูดถึงความสำคัญของสีเพิ่มเติมอีกว่า

  • 62% ถึง 90% ของการตัดสินใจของผู้บริโภคนั้นขึ้นอยู่กับสี
  • ลูกค้า 84.7% บอกว่าสีเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ในการเลือกสินค้า
branding-statistics-for-2020

นอกจากที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีสถิติอื่นๆกล่าวเอาไว้อีกว่า สี คือสิ่งแรกที่ผู้คนรับรู้ในการบ่งบอกเอกลักษณ์ของแบรนด์เมื่อเห็นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราตัดสินว่าแบรนด์ๆนั้นมีบุคลิกเป็นอย่างไร ร่าเริง สุขุม คล่องแคล่ว สดใส เป็นต้น

ดังนั้นการเลือกสีให้เหมาะสมกับแบรนด์ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ยกตัวอย่างความหมายของแต่ละสีที่ช่วยบ่งบอกบุคลิกลักษณะของแบรนด์ เช่น

branding-statistics-for-2020

ก่อนที่จะทำการเลือกสี จึงควรวิเคราะห์แบรนด์ของเราให้ดี ว่าต้องการให้มีภาพลักษณ์แบบไหน รสนิยมเป็นอย่างไร เพื่อสามารถเลือกสีได้เหมาะสมกับแบรนด์ของเรามากที่สุด 

ยกตัวอย่างแบรนด์ดังที่โดดเด่นในเรื่องของสีอย่าง Coca-cola และ Youtube ที่เลือกใช้สีแดง เป็นสีเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งสองเลือกใช้สีโดยยึดจากบุคลิกและความรู้สึกของแบรนด์ เช่น Coca-cola ที่เลือกใช้สีแดงสื่อถึงความกระชับกระเฉง ตื่นเต้น สดใส ความสุข ส่วน Youtube ก็ใช้สีแดงสื่อในลักษณะเดียวกันคือความสนุก ตื่นเต้น เป็นการสื่อสารถึงความตื่นเต้นในการรับชมวิดีโอจากช่องทางของพวกเขานั่นเอง

branding-statistics-for-2020ที่มา : oberlo.com/blog

ในบางกรณี ถ้าเราสามารถเลือกสีได้เหมาะสมกับแบรนด์แล้ว ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งในการคัดกรองให้เราเข้าถึงได้ถูกกลุ่มเป้าหมาย ที่มีบุคลิกและรสนิยมแบบเดียวกันกับเราได้มากขึ้นด้วยค่ะ

 

5. มากกว่า 30% ของ 100 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกใช้สีฟ้าหรือสีน้ำเงินในโลโก้ของพวกเขา (สถิติจาก : Brand Buddha)

มีสถิติเพิ่มเติมเกี่ยวกับสีฟ้าหรือสีน้ำเงินอีกว่า…

  • สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน คือสียอดนิยมที่คนทั่วโลกชื่นชอบ
  • ผู้ชาย 42% และผู้หญิง 29% เลือกสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน ให้เป็นสีที่ชอบ
  • งานวิจัยของ Joe Hallock แสดงให้เห็นว่า 42% ของชาวอเมริกันชอบสีฟ้าฟรือสีน้ำเงิน

อย่างไรก็ตามคุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสีฟ้าหรือสีน้ำเงินของคุณ ที่จะนำมาใช้เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้น เหมาะสม โดดเด่น และแตกต่างให้คนจดจำได้หรือเปล่า

อย่างแบรนด์ดังๆเช่น Facebook, Twitter, IBM, Oreo, Pepsi, Ford และอื่นๆอีกหลายแบรนด์ ที่ถึงแม้จะใช้สีฟ้าหรือน้ำเงินเป็นพื้นฐานหลัก แต่ก็สามารถเลือกใช้ในโทนที่ต่างกัน บวกกับการออกแบบที่แตกต่าง ก็ทำให้แต่ละแบรนด์ที่กล่าวมา โดดเด่นแตกต่างกันไปด้วยค่ะ

branding-statistics-for-2020

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสร้างแบรนด์ สีฟ้าก็ถือเป็นตัวเลือกสีหนึ่งที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามต้องดูความเหมาะสมของแบรนด์คุณประกอบด้วยว่า เหมาะสมที่จะใช้หรือไม่ค่ะ

 

6. 95 จาก 100 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก มักจะใช้เพียงหนึ่งหรือสองสีเท่านั้น ในการออกแบบโลโก้ (สถิติจาก : Zuza)

ต้องยอมรับว่าสไตล์การออกแบบทุกวันนี้ เน้นไปที่ความมินิมอล และเรียบง่ายกันมากขึ้น สังเกตุเทรนด์การออกแบบโลโก้ ก็จะเห็นว่า 95 จาก 100 แบรนด์ชั้นนำ มีการใช้สีน้อยๆ เพียงหนึ่งหรือสองสีเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น Nike, Coca-cola, Uniqlo Channel และอีกหลายๆแบรนด์ เป็นต้น

branding-statistics-for-2020

ผู้อ่านคนใดที่กำลังสร้างแบรนด์ หรือกำลังจะเปลี่ยนรูปแบบและสีของโลโก้ ก็สามารถนำสถิตินี้ไปประกอบ เป็นแนวทาง ลองเลือกใช้สีน้อยๆ แต่เป็นสีที่โดดเด่นของแบรนด์ และเลือกการออกแบบที่เรียบง่าย แต่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ไปใช้ในการออกแบบโลโก้ของคุณดูค่ะ

 

7. 72% ของชื่อแบรนด์ชั้นนำ มักจะเป็นคำย่อ หรือคำที่สร้างขึ้น (สถิติจาก : crowdspring)

มีสถิติเพิ่มเติมเกี่ยวกับชื่อของแบรนด์อีกว่า…

  • 77%  ของผู้คนตัดสินใจซื้อโดยยึดตามยี่ห้อแบรนด์เท่านั้น
  • ลูกค้าผู้ชาย 80% และผู้หญิง 76% จะซื้อเฉพาะสินค้าจากแบรนด์ที่พวกเขารู้จักเท่านั้น

ชื่อของแบรนด์จึงเป็นอีกหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนจดจำแบรนด์ได้ แม้จะไม่มีเทคนิคพิเศษในการตั้งชื่อแบรนด์ แต่โดยสถิติแล้ว ชื่อแบรนด์ที่คนจดจำได้ มักจะไม่เกิน 2 คำ และจดจำได้ง่าย โดย 72% มักจะเป็นคำย่อ จากประโยคเต็มบางอย่าง หรืออาจจะย่อจากชื่อผู้ก่อตั้ง หรืออาจจะมาจากคำที่สร้างขึ้นมาให้น่าจดจำ

ตัวอย่างโลโก้ของแบรนด์ดังๆในตลาด สังเกตุได้ว่า ส่วนใหญ่จะสั้น กระชับ ไม่เกิน 2 คำ  เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำค่ะ

branding-statistics-for-2020

การตั้งชื่อแบรนด์ อาจจะไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับสินค้าหรือบริการโดยตรงก็ได้ อย่าง Apple ที่ชื่อและสินค้าไม่ได้สอดคล้องไปในทางเดียวกัน แต่ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างการจดจำที่ดีได้

มีกรณีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของชื่อแบรนด์ อย่างกรณีของ Amazon ที่ก่อนจะมาใช้ชื่อนี้ เคยใช้ชื่อแบรนด์ว่า Cadabra ซึ่งออกเสียงใกล้เคียงกับคำว่า “cadaver” ซึ่งแปลว่า “ซากศพ” ทำให้ในช่วงแรกแทบจะไม่มีใครซื้อของจากแบรนด์นี้เลย จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็น Amazon นั่นเอง

เห็นไหมล่ะคะว่า ชื่อแบรนด์นั้นมีความสำคัญต่อการจดจำ และตัดสินใจซื้อของผู้คนมากทีเดียว 

 

สถิติด้านความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

8. 65% ของธุรกิจในบริษัทมาจากลูกค้าเก่า (สถิติจาก : Small Business Trends)

ลูกค้าเก่าเป็นรากฐานของธุรกิจเกือบทุกอุตสาหกรรม จากสถิตินี้ก็จะเห็นว่า 65% ของธุรกิจมักจะได้มาจากลูกค้าเก่าทั้งนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจมากๆที่จะต้องคิดหาวิธีการ เพื่อรักษาลูกค้าเก่าเหล่านี้ สร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ให้เกิดความภักดีมากขึ้น

มีสถิติเพิ่มเติม ที่ช่วยสนับสนุนข้อมูลนี้คือ…

  • 64% ของผู้คนภักดีกับแบรนด์ ที่มอบคุณค่าให้พวกเขา
  • 48% ของลูกค้าพึ่งพาแบรนด์ที่รู้จักพวกเขาดี และนำเสนอสินค้า บริการที่เหมาะสมให้พวกเขา
branding-statistics-for-2020

สถิติข้างต้นชี้ให้เห็นส่วนสำคัญที่จะช่วยรักษาลูกค้า นั่นก็คือการรู้จักพวกเขาให้ดี เพราะเมื่อรู้จักกลุ่มเป้าหมายดีแล้ว ก็จะสามารถนำเสนอสินค้า บริการ รวมถึงคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ สร้างคุณค่าต่อชีวิตพวกเขา ได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

9. 59% ของผู้คน เลือกที่จะใช้เงินกับแบรนด์ที่คุ้นเคย (สถิติจาก: Show Me The Blog)

สถิตินี้บ่งบอกถึงโอกาสของลูกเก่า ที่มีแนวโน้มจะตัดสินใจซื้อสินค้าของแบรนด์มากกว่าลูกค้าใหม่ เป็นสถิติที่สอดคล้องกับสถิติในข้อ 8 ข้างต้น เพราะโอกาสในการตัดสินใจซื้อที่ง่ายและมากกว่า ทำให้รายได้จากธุรกิจส่วนใหญ่มาจากลูกค้าเก่าเหล่านี้ด้วยเช่นกันค่ะ

ดังนั้นนอกเหนือจากที่เราจะพยายามสร้างการรับรู้และมองหาลูกค้าใหม่ๆแล้ว เราก็จำเป็นจะต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าต่อ เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ กลายมาเป็นลูกค้าเก่าที่ภักดีกับแบรนด์ต่อไปค่ะ

 

สรุป

ทั้งหมดนี้คือสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Branding ที่จะเป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ ที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของสีสัน ที่ต้องเลือกให้แตกต่างและเหมาะสมกับแบรนด์ การเลือกใช้ชื่อที่ต้องสั้น กระชับ น่าจดจำ รวมถึงการออกแบบที่คำนึงถึงระยะเวลาในการรับรู้ ที่จะต้องสามารถทำให้จดจำได้รวดเร็วภายใน 10 วินาที และสุดท้ายเมื่อจดจำได้แล้ว ก็ต้องสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อ เพื่อรักษาให้กลายเป็นลูกค้าเก่าที่ภักดีต่อไปได้ค่ะ

 

ที่มา
https://review42.com/branding-statistics/
https://websitebuilder.org/branding-statistics/
https://techjury.net/stats-about/branding/

 

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล

Interesting Topics

อัปเดตเทรนด์! การสร้างแบรนด์ให้เหมาะกับคนยุคดิจิทัล ในปี 2020
สื่อสารตัวตนแบรนด์ผ่าน "ภาพ" (Brand Image) ช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ บนโลกออนไลน์