5 กุญแจสำคัญในการสร้างแบรนด์ให้ชนะใจลูกค้า และนำหน้าคู่แข่งได้

branding

ในยุคที่สินค้าและบริการถูกลอกเลียนแบบได้ง่ายเพียงพริบตาเดียว การสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ จึงไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเลือกช่องทางที่ดี และการเฟ้นหาลูกค้าที่ใช่เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของการสร้างตัวตนให้ธุรกิจของคุณมีความชัดเจนจดจำได้ง่ายบนโลกออนไลน์ หรือที่เรียกว่า แบรนด์ดิ้ง (Branding) นี้ด้วย

มีคำกล่าวของเจฟฟ์ เบโซส (Jaff bezos) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Amazon อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่แห่งอเมริกาได้เคยบอกไว้ว่า “Your brand is what other people say about you when you’re not in the room.” แปลความหมายได้ว่า “แบรนด์ คือสิ่งที่คนอื่นจะพูดถึงคุณ แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็ตาม”  ซึ่งคำพูดนี้กำลังบอกคุณว่า แบรนด์ของคุณจะอยู่ทุกๆที่ และถูกพูดถึงได้เสมอทั้งในตอนคุณตื่น และตอนคุณหลับ ดังนั้น Branding จึงถือเป็นหัวใจสำคัญ เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณแตกต่าง และทำให้คนนึกถึงแบรนด์คุณได้ก่อนแบรนด์อื่นเสมอค่ะ

แม้ว่า Branding จะสำคัญต่อธุรกิจมากขนาดนี้ แต่หลายๆคนก็ยังมองข้ามไป และยังไม่รู้ว่าเมื่อลงมือทำจะต้องรู้และวิเคราะห์อะไรบ้าง บทความนี้จึงขอรวบรวมและนำเสนอเกี่ยวกับ 5 ส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องรู้เมื่อลงมือทำแบรนด์ดิ้ง เพื่อให้แบรนด์ของคุณแตกต่าง และแข็งแกร่งในธุรกิจบนโลกออนไลน์นี้ต่อไปได้ค่ะ

1. Brand Vision & Mission

brand-vision-mission

 

Brand Vision (วิสัยทัศน์)

Vision หรือ วิสัยทัศน์ คือจุดมุ่งหมายหรือความมุ่งมั่นที่องค์กรต้องการให้เกิดขึ้นและบรรลุผลในอนาคต เป็นเป้าหมายในลักษณะกว้างๆ ที่ไม่ได้กำหนดวิธีการแน่นอน แต่จะช่วยในการกำหนดทิศทางเพื่อให้เห็นภาพใหญ่ หรือภาพรวมขององค์กรในอนาคต มักจะอยู่ในกรอบของคำถามที่ว่า 

“เราต้องการให้ธุรกิจเป็นอย่างไรในอนาคต” 

“อยากให้ธุรกิจเติบโตไปในทิศทางใด”

 

Brand Mission (พันธกิจ)

พันธกิจ (Mission) คือเป้าหมายหรือภารกิจย่อย เป็นวิธีการดำเนินงานเพื่อให้เป้าหมายหลักในระยะยาว (Vision) ประสบผลสำเร็จ ในบางครั้งพันธกิจอาจจะเป็นข้อความที่บอกว่าองค์กรหรือบริษัทมีหลักการ หรือวิธีการที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร ซึ่งพันธกิจ (Mission) นี้สามารถเป็นได้ทั้งข้อความสั้นๆหรือข้อความยาวก็ได้ค่ะ

 

ตัวอย่าง Brand Vision & Mission

บริษัท : Amazon

brand-amazon

Vision (วิสัยทัศน์)

เป็นบริษัทศูนย์กลางของลูกค้าทั่วทุกมุมโลก ที่ลูกค้าสามารถค้นหาและค้นพบทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการซื้อทางออนไลน์ได้

Mission (พันธกิจ) 

เรามุ่งมั่นจะเสนอสินค้าที่มีราคาต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้ลูกค้าสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุด และสะดวกสบายที่สุดได้

จาก Brand Vision & Mission ของ Amazon นี้เอง ทำให้บริษัทดำเนินงานอย่างมีทิศทาง จึงออกแบบเว็บไซต์ให้คนทั่วทุกมุมโลกสามารถขายสินค้า ซื้อสินค้าถึงกันได้แม้อยู่ต่างพื้นที่ ต่างทวีปกัน อีกทั้งจัดเรียงการนำเสนอบนเว็บไซต์ให้สินค้าที่ราคาถูกที่สุดและเชื่อถือได้ ขึ้นแสดงอยู่ในหน้าแรก ทำให้ผู้ซื้อออนไลน์ในเว็บไซต์ของเขาสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ตัวเองถูกใจ ได้ในราคาถูกที่สุดนั่นเองค่ะ การดำเนินงานทุกอย่างของ Amazon ที่กล่าวไปนี้ล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์ Vision & Mission ที่แบรนด์ตั้งไว้นั่นเองค่ะ

จากตัวอย่างที่กล่าวไป คงจะทำให้เห็นแล้วว่า Brand Vision & Mission เป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยกำหนดทิศทาง หรือภาพใหญ่ให้กับธุรกิจ ทำให้องค์กรดำเนินงานอย่างมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน เมื่อมีภาพใหญ่ที่ชัดเจน ย่อมทำให้วิธีการดำเนินงานของธุรกิจชัดเจนขึ้นด้วยค่ะ

 

2. Brand Value Proposition

brand-value-proposition

 

Brand Value Proposition เป็นการวิเคราะห์ ค้นหา และวางจุดยืนของแบรนด์บนโลกดิจิทัล จุดยืนและจุดต่างที่ชัดเจนของแบรนด์ จะช่วยกำหนดรูปแบบและแนวทางในการสื่อสารแก่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการได้ 

Brand Value Proposition มักจะอธิบายเกี่ยวกับ 3 หัวข้อดังต่อไปนี้

  1. สินค้าและบริการจะช่วยแก้ปัญหาของลูกค้าได้อย่างไร
  2. ประโยชน์อะไรที่ลูกค้าจะได้รับ
  3. ทำไมลูกค้าจึงต้องซื้อสินค้าของคุณมากกว่าของคู่แข่ง

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนในการค้นหา Brand value proposition ให้กับแบรนด์ ผ่านบทความจากลิงก์นี้ได้เลยค่ะ https://stepstraining.co/strategy/brand-value-proposition

 

ตัวอย่าง Brand Value Proposition

บริษัท : Apple

brand-apple-macbook

ที่มา : https://www.impactbnd.com/blog/value-proposition-examples

Apple เป็นบริษัทหนึ่งที่มี Value Proposition ที่ชัดเจนสำหรับทุกๆสินค้าของแบรนด์ ดังตัวอย่างที่น่าสนใจด้านบนซึ่งเป็นสินค้าประเภท MacBook ในภาพตัวอย่างจะเห็นว่า Apple เน้นย้ำว่าสินค้าของแบรนด์นั้นมีน้ำหนักเบาเพียงใด (ซึ่งเป็นความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุด ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในเวลานั้น) หากสังเกตดูทาง Apple กำลังสื่อสารว่า 

  1. สินค้าของแบรนด์ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าในด้านความสะดวกสบายจากสินค้าที่มีน้ำหนักเบา 
  2. ทำให้พกพาสะดวก และตอบโจทย์ในเรื่องของความทันสมัยให้กับผู้ใช้งาน
  3. แตกต่างจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในเวลานั้น ด้วยน้ำหนัก ดีไซน์ และเทคโนโลยี

นอกจากนี้ทาง Apple ยังแฝงอีกความหมายหนึ่ง ที่สื่อว่าแบรนด์ของเขานั้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอยู่เสมอดังสำนวน

That Apple…always “light years ahead” หรือ Apple นั้น … “ ก้าวไปข้างหน้า” เสมอ

จากตัวอย่างจะเห็นว่า เมื่อคุณรู้ถึงจุดแข็ง จุดต่างที่ชัดเจนของสินค้า บริการ รวมถึงแบรนด์คุณได้ คุณก็จะสามารถสื่อสารสิ่งที่แบรนด์คุณมีออกมาผ่านคอนเทนต์ได้ชัดเจนมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งนั่นจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณได้ค่ะ

 

3. Brand Positioning

brand-positioning

 

เมื่อเราพูดถึง ตำแหน่ง (Positioning) คือเรากำลังพูดถึงการกำหนดสถานะหรือจุดยืนของสินค้าและบริการในตลาดเปรียบเทียบกับคู่แข่งเจ้าอื่นๆ รวมถึงตำแหน่งของแบรนด์ในตลาดตามมุมมองของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย 

Brand Value Proposition และ Brand Positioning เป็นสองตัวแปรที่ทำงานสอดคล้องกัน Brand Value Proposition จะเป็นการวิเคราะห์ถึงจุดเด่น จุดแข็งของแบรนด์ ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ซึ่งจุดต่างที่ชัดเจนนี้เองจะทำให้คุณสามารถวิเคราะห์ Brand positioning ต่อได้ว่า ตำแหน่งในตลาดของคุณเทียบกับคู่แข่งอยู่ตรงจุดไหนได้ โดยวิเคราะห์ผ่าน Brand positioning map ดังตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ

 

ตัวอย่าง Brand Positioning

อุตสาหกรรมรถยนต์

brand-positioning-map

ที่มา : http://blog.wrightobara.com/develop-your-trade-marketing-strategy-5-easy-steps

เนื่องจากในอุตสาหกรรมประเภทรถยนต์ ค่อนข้างมีหลากหลายแบรนด์ที่แตกต่างกันไป จากตัวอย่างเป็นการวิเคราะห์ Brand Positioning จาก 2 ปัจจัยสำคัญที่ลูกค้ามักใช้ในการพิจารณาก่อนซื้อ คือ ราคา (Price) และสมรรถนะหรือความแรงของรถ (Performance)

จากตัวอย่างการวิเคราะห์ Brand Positioning นี้ ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนเลยว่า ตอนนี้แบรนด์รถยนต์ของคุณอยู่ส่วนใดของตลาด แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร ซึ่งเป็นตัวช่วยให้คุณนำเสนอ และสื่อสารได้ถูกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นด้วย 

ตัวอย่างเช่น Toyota ที่โดดเด่นในเรื่องของราคาที่ไม่แพง แต่ยังรักษาสมรรถนะของรถไว้ได้ในระดับกลางๆ เมื่อรู้ตำแหน่งของแบรนด์ตนเองที่ชัดเจน ทำให้ Toyota สามารถเลือกสื่อสารเฉพาะกลุ่มบุคคลที่อยากมีรถยนต์ในราคาไม่สูงมาก ไม่เน้นเรื่องของความแรงรถ เพราะใช้แค่ในชีวิตประจำวันปกติธรรมดาได้ ทำให้ Toyota สามารถครองตลาดผู้ใช้งานรถยนต์กลุ่มนี้ โดยไม่จำเป็นต้องพยายามพัฒนาให้เทียบแบรนด์แพงๆที่กลุ่มเป้าหมายไม่ตรงกันค่ะ

Brand Positioning จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่คุณจะต้องวิเคราะห์ เพื่อรับรู้ว่าตอนนี้คุณอยู่ตรงไหนของตลาด และแตกต่างในเรื่องใดจากแบรนด์อื่นๆ เพื่อนำเสนอจุดสำคัญเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด และเป็นแบรนด์คุณได้มากที่สุดค่ะ

 

4. Brand Identity

brand-identity

 

Brand Identity คือ ชื่อ การออกแบบ สัญลักษณ์ หรือคุณสมบัติใดๆ ที่จะสามารถระบุถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ๆหนึ่ง ให้โดดเด่นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆได้ สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้กับผู้บริโภค มักจะสื่อสารถึงสิ่งที่แบรนด์อยากจะพูดถึง คุณค่าของแบรนด์ที่มี สิ่งที่คุณต้องการให้ผู้คนรู้สึกกับแบรนด์ เป็นต้นค่ะ

Brand Identity มักจะถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบของ ตราสัญลักษณ์ (Logo) หรือบรรจุภัณฑ์ของสินค้า (Product Packaging) และยังใช้กำหนดภาพรวมของสื่อ (Media) ที่มาจากแบรนด์ให้ออกไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่ง Brand Identity มักจะสื่อสารออกมาให้แตกต่างด้วย

  • ตัวอักษร (Font)
  • สี (Color)
  • การออกแบบ (Design)

ตัวอย่าง Brand Identity ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ธุรกิจธนาคาร เมื่อคุณพูดถึงสีที่แตกต่างกันของธุรกิจธนาคาร คุณจะตอบได้ทันทีเลยว่า แต่ละสีบ่งบอกถึงธนาคารอะไรดังตัวอย่างด้านล่างค่ะ

thailand-bank-brand-color

ที่มา : https://packagingcity.wordpress.com/

ซึ่งสีที่แตกต่างกันเหล่านี้ ยังสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันจากที่มาที่ไปที่แตกต่างกันด้วย ตัวอย่างเช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ใช้สีม่วงแทนแบรนด์ ซึ่งแสดงถึงพลังอำนาจและความสุขุม ตรงกับคาแรกเตอร์ของแบรนด์

ยกตัวอย่างอีกธนาคารหนึ่งคือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ใช้สีเหลืองเป็นตัวแทน ซึ่งเป็นสีแห่งความรุ่งโรจน์ มั่งคง ดุจดั่งทองคำ ซึ่งเหมาะสมเข้ากับตราสัญลักษณ์ที่เป็นยอดปราสาทสังข์ 3 ยอด ซึ่งเป็นตราประจำจังหวัดอยุธยาค่ะ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Brand Identity เป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญมากๆของแบรนด์ เพราะมักจะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ลูกค้าจดจำคุณได้ เป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของบริษัทคุณ ที่จะทำให้คุณแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่คุณจะต้องค้นหาตัวตนให้เจอและถ่ายทอดออกมาเป็นโลโก้ที่แตกต่างด้วยสี การออกแบบหรือตัวอักษรให้เป็นแบรนด์คุณมากที่สุดค่ะ 

 

5. Brand Voice

brand-voice

 

Brand Voice เป็นตัวแทนทางภาษาขององค์กร เป็นการแสดงออกที่สอดคล้องกันของข้อความที่จะสื่อสาร (Message) คุณค่า อารมณ์และบุคลิกภาพของแบรนด์ ผ่านการใช้คำและรูปแบบการนำเสนอ 

Brand Voice สามารถสื่อสารออกมาผ่าน

  • Character : เชี่ยวชาญ, ขี้เล่น, อบอุ่น, เป็นมิตร, ให้แรงบันดาลใจ, ทันสมัย ฯลฯ
  • Tone : อ่อนน้อม, ตรงไปตรงมา, ซื่อสัตย์ ฯลฯ
  • Language : ง่ายๆ, สนุกสนาน, วิชาการ, ภาษาเจาะลึกเฉพาะกลุ่ม ฯลฯ

ภาษาในการเขียน การพูด ของบริษัทที่มี Brand Voice ไปในทางสนุกสนานเฮฮา ย่อมสื่อสารด้วยภาษาการเขียนและพูด ที่ต่างจากบริษัทที่มี Brand Voice ไปในเชิงทางการ ตัวอย่าง Brand voice ที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ เช่น

  • ธุรกิจบริการ   : อบอุ่น เป็นมิตร
  • ธุรกิจ Entertainment     : สนุกสนาน เป็นกันเอง
  • ธุรกิจ IT   : เชี่ยวชาญ ทันสมัย 
  • องค์กรการศึกษา ราชการ : เป็นทางการ วิชาการ

ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่า คุณอยากจะให้คนมองแบรนด์ และมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ในลักษณะใด มุมมองแบบไหน ซึ่งไม่มีผิดถูกค่ะ ขึ้นกับวัฒนธรรมและธรรมชาติของแบรนด์ด้วย

 

ตัวอย่าง Brand Voice

บริษัท : Apple 

Brand Voice : “Clean. Simple. Confident.” 

ในทุกๆช่องทางคอนเทนต์ของแบรนด์ Apple ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ โปสเตอร์โฆษณา วิดีโอโฆษณาทางทีวี ทุกๆช่องทาง แบรนด์จะนำเสนอคอนเทนต์ในโทนเดียวกันเสมอคือ “Clean. Simple. Confident.” หรือให้ความรู้สึกเรียบ ง่าย แต่มั่นใจ และทันสมัย ดังตัวอย่างด้านล่างค่ะ

Website

apple-ads-website

ที่มา : https://coschedule.com/marketing-strategy/brand-voice/

Video on Youtube

 

และนี่คือ 5 องค์ประกอบสำคัญในการทำ Branding ที่จะทำให้คุณค้นพบตัวตนของแบรนด์ได้ว่า วันนี้คุณมีจุดแข็งอะไร แตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร กำลังอยู่จุดไหนของตลาด หากวันนี้คุณสามารถค้นหาตัวตนของแบรนด์ที่ชัดเจนได้แล้ว ก็ไม่ยากที่คนจะจดจำคุณ 

“คู่แข่งไหนๆก็ไม่สามารถดึงพื้นที่การตลาดของคุณไปได้ 

หากรากฐานคือ Branding ของคุณนั้นชัดเจนมากพอค่ะ”

 

หากใครที่ตอนนี้ กำลังพบเจอปัญหาเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ หรือมีความสนใจกลยุทธ์ กระบวนการคิด การวางแผนอย่างไรให้แบรนด์เป็นที่จดจำ โดดเด่น และอยู่ในใจลูกค้ายาวนานได้ 

คอร์สเรียน DBM (Digital Branding & Marketing for Entrepreneurs) จะช่วยคุณค้นหาตัวตนของแบรนด์ตามแบบฉบับการวิเคราะห์อย่างเจาะลึกถึงคุณค่าของแบรนด์โดยตรง และแทรกเทคนิคการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างยอดขายบนโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต 

ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาการสอน ว่าดีจริงหรือไม่ เพราะคอร์สนี้ถ่ายทอดโดยวิทยากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริง มีประสบการณ์จริงในการสร้างแบรนด์ การรันตีด้วยรางวัลการสร้างสรรค์แบรนด์ในเวทีใหญ่ๆ ซึ่งจะมาให้คำแนะนำคุณอย่างใกล้ชิด และแชร์ประสบการณ์ รวมถึงแนวคิดดีๆที่มีอย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

 https://stepstraining.co/digital-branding

 

ที่มา : 

http://sandp-th.listedcompany.com/vision.html

https://www.impactbnd.com/blog/value-proposition-examples

https://advantagemedia.com.au/positioning-differentiation-value-proposition/

https://coschedule.com/marketing-strategy/brand-voice/

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล

Interesting Topics

สร้างแบรนด์(ให้โดนใจลูกค้า)มีสูตรสำเร็จจริงหรือไม่?
แกะวิธีคิด การสร้างยอดขายผ่านธุรกิจ B2B ในยุคดิจิทัล จากคุณเล็ก กฤตนัน ผู้ก่อตั้งเพจ Sales101