คอนเทนต์แบบไหนใช้แล้วเวิร์คกับธุรกิจแบบ B2B

B2B หรือ Business to Business เป็นการทำธุรกิจระหว่างองค์กรกับองค์กร ซึ่งสิ่งสำคัญของรูปแบบการทำการตลาดประเภทนี้คือ ต้องสร้างการมีตัวตนขององค์กร โดยการมีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ ที่สามารถไว้วางใจแก่ลูกค้าได้ ซึ่ง ลูกค้าในที่นี้หมายถึง บริษัทที่จะเข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากองค์กรของคุณนั้นเอง 

ในส่วนของบทความนี้ STEPS Academy มีแนวทางที่ช่วยในการทำคอนเทนต์ที่จะสามารถใช้ได้ผลการธุรกิจแบบ B2B มาดูกันว่าวิธีการทำคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่เป็นระดับองค์กรนั้น ทำได้อย่างไรบ้างค่ะ

 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ B2B ว่าคืออะไร ?

 

B2B คืออะไร

 

  • B2B หรือ Business to Business เป็นการทำธุรกิจระหว่างธุรกิจด้วยกัน
  • องค์กร หรือ ธุรกิจ ต้องมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำการตลาด
  • กลุ่มเป้าหมายของ B2B มีขนาดเล็ก แต่ยอดการซื้อแต่ละครั้งที่สูง
  • เน้นสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรที่เป็นลูกค้า
  • ลูกค้า ของ B2B คือ ระดับบริษัท ธุรกิจ ไม่ใช่ผู้บริโภคโดยตรง ทั่ว ๆ ไป
  • จุดประสงค์ของความต้องการ คือ การนำสินค้า และ บริการนั้นไปพัฒนา ต่อยอด สร้างประโยชน์ให้กับองค์กรนั้น ๆ ได้

จากที่ได้กล่าวไปนั้น คุณอาจสังเกตได้ง่าย ๆ ว่า B2B เป็นช่องทางในการทำการตลาดที่สำคัญไม่แพ้กับการทำการตลาดแบบ B2C ซึ่ง หนึ่งในกลยุทธ์การสร้างฐานลูกค้าขั้นพื้นฐานสำหรับธุรกิจ B2B ก็คือการทำ Content Marketing เพื่อสร้าง Brand Awareness และความน่าเชื่อถือของแบรนด์เราได้ในอีกระดับ โดยจากกลยุทธ์ทั้ง 6 ข้อต่อไปนี้ จะช่วยทำให้บริษัทของคุณสามารถสร้าง Lead Generation ที่เป็นลูกค้าใหม่ ๆ อีกทั้งยังสามารถสร้างจุดแข็ง เพื่อแข่งขันกับบริษัทอื่น ๆ ได้ค่ะ 

 

1. สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจให้กับสินค้า

 

สิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงก็คือ เราต้องเข้าใจว่าก่อนว่าการทำธุรกิจแบบ B2B นั้นมีกระบวนการที่ซับซ้อนด้วยการเป็นลูกค้าที่ไม่ใช่ผู้บริโภคโดยตรง แต่เป็น องค์กรหรือบริษัทอีกเจ้าหนึ่งที่เป็น ‘ลูกค้า’ ที่มีจุดประสงค์ในซื้อสินค้าของเราเพื่อนำไปพัฒนาให้กับธุรกิจของเขา 

ดังนั้นในเรื่องของการตัดสินใจซื้อแบบ Business to Business นั้นจะมีความเป็นขั้นเป็นตอนในการเลือกสินค้า ที่สามารถตอบโจทย์ และ นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงกับองค์กรนั้น ๆ การทำให้สินค้านั้นมีความโดดเด่นแบบเฉพาะ สร้างความแตกต่างจากสินค้าอื่น ๆ ทั่วไป จะเป็นจุดแข็งขององค์กร ไม่ว่าบริษัทของคุณจะมีประเภทสินค้าแบบไหน เช่น เป็นธุรกิจให้บริการต่าง ๆ หรือ ธุรกิจด้านการผลิต ซึ่งมีคู่แข่งมากมาย มาถึงตรงนี้ เราก็จะรู้แล้วว่าเราจะต้องหาวิธีการแสดงให้ลูกค้าได้เห็นว่า ทำไมเขาจึงต้องเลือกสินค้าขององค์กรเรา 

กลยุทธ์การทำคอนเทนต์การตลาดแบบ B2B

  • คอนเทนต์ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเนื้อที่แน่นเพียงอยากเดียว แต่ความน่าสนใจจะอยู่ที่คุณค่าหลัก ประโยชน์ และ สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วิธีการเล่าเรื่อง โดยการความบันเทิงให้การเรื่องราวนั้นก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
  • ไม่ควรทำคอนเทนต์ที่เน้นการนำเสนอเนื้อหาแบบตรงไปตรงมาจนเกินไป ให้แต่ข้อมูล จนทำให้ไม่มีโอกาสให้ได้คนผู้เข้ามามีส่วนร่วม

การสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจให้กับสินค้า และ บริการ จะเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับ สินค้าที่นำเสนอขายแบบทั่วไป โดยการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการให้ภาพลักษณ์ของสินค้าจะช่วยให้ลูกค้าเห็นถึงคุณค่า และ รู้สึกยอมรับในตัวสินค้านั้น ทั้งนี้ก็ควรอยู่ในพื้นฐานของความถูกต้อง และดูไม่เกินความจริงด้วยค่ะ

 

2. ให้ความสำคัญกับ User Experience 

 

ประสบการณ์ของผู้ใช้ นับว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของการทำ Content Marketing ให้มีประสิทธิภาพ

เป็นส่วนที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ มอบประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งจะกลายมาเป็นปัจจัยที่จะนำมาสู่การสร้างความภักดีต่อธุรกิจ และ องค์กร ได้ 

 

Content Marketing Sale Funnel
ภาพจาก: https://neilpatel.com

 

จากตัวอย่างภาพด้านบน เราจะเห็นเป็นรูปกรวยที่แสดงลำดับจากกว้างมากและไล่เล็กลงมาเรื่อย ๆ ส่วนนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึง วิธีการที่ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ของเราด้านบนสู่เส้นทาง BOFU เพื่อให้เกิดการขาย

การทำ Content Marketing สำหรับธุรกิจแบบ B2B มีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อช่องทางการตลาดนั้น เข้ามาอยู่ในส่วนเดียวกับช่องทางการขาย หากเราจำลองภาพง่าย ๆ ว่า ถ้าเราเป็นลูกค้าที่กำลังสนใจสินค้าประเภทนึงอยู่ แล้วไปเจอผู้ขาย 2 เจ้า ที่ขายสินค้าตัวเดียวกัน แต่ว่ามีการทำคอนเทนต์การตลาดมีความแตกต่างกัน

  • ผู้ขาย A สร้างคอนเทนต์ขายสินค้าอย่างเดียว 
  • ผู้ขาย B มีการทำคอนเทนต์ขาย และ คอนเทนต์ให้ความรู้ หรือ คอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ ด้วย 

ทีนี้เราก็สามารถประเมินการตัดสินใจได้แล้วว่า ลูกค้าจะมีแนวโน้มในการตัดสินใจเลือกผู้ขายของบริษัทใดมากกว่ากันจากการเปรียบเทียบดังกล่าว ซึ่งหมายความว่า ถ้าหากช่องทางขายของเราสามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง อาศัยการทำ Content Marketing โดยให้ ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นสำคัญ จะทำให้เกิดการตอบสนองตอบรับที่ดี ที่จะนำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์ได้ 

 

3. สร้างคอนเทนต์ที่ Collaboration กับแบรนด์อื่น

 

เมื่อเราได้มีการสร้างคอนเทนต์ต่าง ๆ การที่จะส่งเสริมให้คอนเทนต์สามารถมีผู้คนมองเห็นเพิ่มมากขึ้นจากการร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้ผู้คนสามารถเข้าถึง และ รู้จักองค์กรของคุณ ทั้งยังช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจจากการได้พื้นที่ในการแสดงตัวตน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะมาเป็นลูกค้าในอนาคตได้ ผ่านการประชาสัมพันธ์หน้าเว็บไซต์กับบริษัทชั้นนำต่าง ๆ แน่นอนว่าผลลัพท์ของการ ร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ จะทำให้เกิดผลดีกับธุรกิจทั้งสองฝ่ายได้อย่างมาก ทั้งในเรื่องของ

  • ความสามารถในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ จากการจับมือกับแบรนด์อื่น ๆ 
  • เพิ่มโอกาสในการโปรโมตสินค้า และ บริการ ไปพร้อม ๆ กัน
  • ได้ Traffic Website เพิ่มขึ้น และ นำมาสู่การได้ Conversion Rate อีกด้วย
  • เห็นถึงการมี Connection ที่จะช่วยการันตีธุรกิจของคุณให้ได้ความยอมรับได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างการทำ Collab ระหว่างแบรนด์ MK และแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น Milin
ภาพจาก: https://adaymagazine.com

ตัวอย่างการทำ Collab ระหว่างแบรนด์ MK และแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น Milin ผ่านยูนิฟอร์มพนักงาน

 

4. การสร้างคอนเทนต์ที่มีสื่อประเภทอื่น ๆ ด้วย

 

โดยทั่วไปเนื้อหาที่ดีที่สุด ควรจะนำเสนอแง่มุมของคอนเทนต์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจ ที่มากกว่าการให้ข้อมูลด้วยตัวอักษรแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งการสร้างคอนเทนต์ที่จะใช้ได้ผลกับการทำการตลาดแบบ B2B ควรเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสารของเนื้อหาให้มีความน่าเชื่อถือ และ สามารถอ้างอิงได้โดยแบ่งเป็นลักษณะของ

  • ข้อความที่มี Keyword ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
  • รูปภาพ
  • วิดีโอ

 

ภาพเปรียบเทียบระหว่างบทความ ตัวอักษรอย่างเดียว กับ การเพิ่มสื่ออื่น ๆ
ภาพจาก: https://neilpatel.com

 

เมื่อดูจากภาพด้านบนนี้ จะสามารถเห็นความแตกต่างได้ทันทีระหว่าง ภาพด้านซ้ายซึ่งมีแต่ข้อความเพียงอย่างเดียว กับ ภาพด้านขวาซึ่งจะรู้สึกน่าดึงดูด และ สร้างความเข้าใจได้ดีกว่า ดังนั้นการที่คอนเทนต์ประกอบด้วย การใช้องค์ประกอบในการสื่อสารเข้ามาเพิ่มเติม ทั้งการ ทำอินโฟกราฟิก เป็นการสรุปเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่าย ประสิทธิภาพของการทำคอนเทนต์ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ในส่วนของวิดีโอคอนเทนต์ นับว่าเป็นการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ และ ตอบโจทย์ในเรื่องของ

  • ลูกค้าที่ไม่ค่อยชอบการอ่านบทความยาว ๆ สามารถเข้าถึงได้โดยการรับชมวิดีโอ
  • เพื่อเป็นจุดพักระหว่างบทความ ทำให้คอนเทนต์ไม่รู้สึกน่าเบื่อ

โดยกุญแจสำคัญของการทำวิดีโอคอนเทนต์คือ การที่ทำให้เนื้อหาวิดีโอนั้นได้รับการมีส่วนร่วม เช่นเดียวกับการสร้างคอนเทนต์ที่เป็นข้อความตัวอักษร เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมการทำ Content Marketing ให้แข็งแกร่งมากขึ้น

 

5. วัดผลแคมเปญที่เราสร้างทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า คอนเทนต์ของเรามาถูกทาง

 

วัดผลแคมเปญ

 

นอกจากกระบวนการสร้างคอนเทนต์แล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการตรวจสอบว่า สิ่งที่ธุรกิจได้ทุ่มเทไปนั้น ให้ผลลัพท์อย่างไร ซึ่งการนำวิธีการวัดผลมาใช้จะสามารถประเมินประสิทธิของการทำคอนเทนต์ได้

  • ช่วยลดการทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจากการวางแผนคอนเทนต์ได้ไม่ตรงประเด็นสำคัญ
  • สามารถเริ่ม สร้างกลยุทธ์ทางการตลาด สำหรับ B2B โดยเน้นที่สิ่งที่เกี่ยวข้องกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ จากการเรียนรู้สิ่งที่ผิดพลาด และ ความสำเร็จ

ธุรกิจจึงต้องมีการศึกษาและวางแผนการทำคอนเทนต์ใหม่ ที่จะสามารถปรับปรุง พัฒนา ให้คอนเทนต์นั้นสามารถนำมาใช้ได้จริงกับธุรกิจ ซึ่งในตอนแรกเราอาจจะยังหาทิศทางที่แน่นอนไม่ได้ แต่ถ้าหากได้มีการทำไปสักพักเราจะสามารถเห็นความแตกต่างจากการวัดผลแคมเปญที่สร้างมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เคยลงมือทำจะทำให้ได้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ประสบการณ์ที่สูงขึ้น แบบที่สามารถสร้างจุดแข็ง และ เพิ่มความเติบโตให้กับองค์กรของคุณได้ในระยะยาวของการทำการตลาดบนโลกออนไลน์

 

6. การทำโฆษณา

 

ส่วนสุดท้ายของการทำคอนเทนต์ในได้ผลกับองค์กร การทำโฆษณาถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการเกิด Conversion มากขึ้น โดยการวางแผน วิเคราะห์ดูว่า คอนเทนต์ใดที่จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากให้กับช่องทางการตลาดของคุณ เพื่อเพิ่มยอดขาย และ ทำให้องค์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านการทำโฆษณา ซึ่งการทำโฆษณาในเหมาะสมกับธุรกิจแบบ B2B แน่นอนว่า การเลือกพื้นที่ในการยิงโฆษณาก็มีส่วนสำคัญ

 

กราฟปริมาณของการแชร์คอนเทนต์ บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ
ภาพจาก: https://neilpatel.com

 

จากภาพด้านบนนี้เป็นปริมาณของการแชร์คอนเทนต์ บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะเห็นได้ว่ากราฟของ Facebook นั้นสูงเป็นอันดับหนึ่ง อ้างอิงจากสถิติเว็บไซต์ contently.com ซึ่งหากองค์ได้มีการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจของการทำการตลาด จะช่วยจำกัดขอบเขตในการเลือกยิงโฆษณาให้มีประสิทธิภาพ และยังสามารถขยายเครือข่ายขององค์กรให้เป็นที่สนใจ มีการเข้าถึง และ รู้จักชื่อเสียงขององค์กรได้มากขึ้น

 

สรุป

 

ในการสร้างคอนเทนต์ที่ใช้กับการทำการตลาดแบบ B2B นั้นควรเป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจจริง ๆ ที่บ่งบอกถึง ศักยภาพ และ คุณค่าของธุรกิจที่แตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ ของตลาดทั่วไปได้ โดยการให้ลูกค้าสามารถยอมรับ และ มีความเชื่อมั่นต่อองค์กร ไม่ใช่เพียงแค่โฆษณาประชาสัมพันธ์องค์กรเท่านั้น แต่การทำคอนเทนต์ให้ได้ผลแบบฉบับ B2B จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของประสบการณ์ของผู้ใช้ ที่จะนำมาสู่ ในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ และ การมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างธุรกิจกับธุรกิจในระยะยาวอีกด้วยค่ะ

 

ข้อมูลจาก: https:// neilpatel.com

Learning More

Interesting Topics

อัปเดต เทรนด์คอนเทนต์ เน้นการสร้างยอดขาย สำหรับ Q2 ปี 2021
5 เหตุผลทำไมมนุษย์ถึงชอบฟังเรื่องเล่าที่ใช้หลัก “Storytelling”