สรุปสถิติ!! Content Marketing ที่จะช่วยพัฒนาผลลัพธ์ธุรกิจออนไลน์ ให้ดีกว่าเดิม ในปี 2020

content-marketing-statistics-for-2020

style=”font-weight: 400;”>Content Marketing เข้ามามีบทบาทสำคัญ และส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ รวมถึงส่งผลต่อยอดขายของบริษัทมากขึ้น แต่การจะทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เราจำเป็นจะต้องมีการวางแผน และมีความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า รวมถึงจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงรอบตัวทางการตลาด อย่างช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยม รูปแบบ Content ที่ส่งผลต่อการขาย เพื่อนำมาปรับปรุงและต่อยอดให้การทำ Content ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถิติด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค

1. 71% ของลูกค้าธุรกิจ B2B มักจะอ่าน Blog Content ระหว่างการตัดสินใจซื้อ (สถิติจาก : Demand Gen)

สถิตินี้เพิ่มขึ้นมา 5% จากปี 2018 การเพิ่มขึ้นของจำนวนดังกล่าว บ่งบอกว่าพฤติกรรมลูกค้าธุรกิจ B2B ในปัจจุบัน มีการศึกษาหาข้อมูลสินค้าและบริการก่อนการซื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาข้อมูลผ่านบล็อกค่ะ

ดังนั้น สำหรับธุรกิจ B2B ของใครที่ยังไม่มีบล็อก หรือเว็บไซต์ ซึ่งเป็นช่องทางในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า รวมถึงข้อมูลเพื่อศึกษารายละเอียดสินค้าและบริการก่อน อาจจะต้องหันมาให้ความสนใจหรือความสำคัญกับช่องทางนี้มากขึ้นค่ะ

ตัวอย่างด้านล่างเป็นของเว็บไซต์ Packlane ซึ่งเป็นเว็บไซต์ธุรกิจ B2B ที่จัดจำหน่าย และออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ให้กับธุรกิจต่างๆ โดยเว็บไซต์ของเขา นอกเหนือจากการนำเสนอสินค้าและบริการแล้ว พวกเขายังนำเสนอความรู้ และเทคนิคดีๆ ในด้านการออกแบบ Packaging ด้วย ทำให้ลูกค้าที่กำลังหาข้อมูล แหล่งทำ Packaging เมื่อเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ก็จะรู้สึกสนใจ และสัมผัสได้ถึงความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือในการออกแบบ Packaging ของแบรนด์นี้ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าที่เข้ามาอ่าน เพิ่มมากขึ้นได้ค่ะ

content-marketing-statistics-for-2020

ที่มา : packlane.com/blog

 

2. 66% ของลูกค้าธุรกิจ B2B มีความคิดเห็นเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกๆแบรนด์ ควรจะทำให้การเข้าถึง Content มีความง่ายขึ้น (สถิติจาก : Demand Gen)

ในปัจจุบันเป็นยุคที่นักการตลาดทุกคน ก็พยายามที่จะสร้าง Content ดึงดูดใจให้ลูกค้าเข้ามายังแพลตฟอร์มหรือช่องทางของแบรนด์มากขึ้น แต่หลายครั้งเมื่อลูกค้าเข้ามาแล้ว กลับพบปัญหาในการใช้งาน เช่น โหลดช้า เว็บไซต์ใช้งานยาก หรือสร้างความสับสนในขั้นตอนการซื้อสินค้าและบริการ เป็นต้น

ทำให้สถิติแนวโน้มด้าน Content Marketing ของธุรกิจ B2B รวมถึงข้อมูลเชิงลึก ออกมาบ่งชี้ว่า แพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ที่ออกแบบมาได้ดี มอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น จะมีโอกาสในการดึงดูดลูกค้ารายใหม่เข้ามาได้ดีมากกว่า

มีข้อมูลบ่งชี้แบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับ User Experience หรือประสบการณ์การใช้งาน เมื่อเข้ามายังช่องทางของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหน้าตาเว็บไซต์ให้สวยงาม สบายตา รวมไปถึงรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อนค่ะ

ตัวอย่างด้านล่างเป็นเว็บไซต์ของ Airbnb ที่ออกแบบมาให้หน้าตาสวยงาม น่าใช้ และมีแถบแสดงให้ผู้เข้าชมกรอกสถานที่ เวลาในการเข้าพัก และจำนวนคน อย่างชัดเจน ทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น เป็นต้นค่ะ

content-marketing-statistics-for-2020

ที่มา : airbnb

 

3. การค้นหาผ่านมือถือด้วยคำว่า “Best” หรือว่า “ดีที่สุด” มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 80% ใน 2 ปีที่ผ่านมา (สถิติจาก : Google)

ในปี 2019 ผู้คนซื้อสินค้าผ่านช่องทางมือถือมากขึ้น รวมไปถึงการหาข้อมูลสินค้าผ่านมือถือก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน 

แต่มีความน่าสนใจตรงที่ ผู้คนมักจะค้นหาสินค้าที่สนใจ ร่วมกับคำว่า “Best” หรือ “ดีที่สุด” โดยเฉพาะสินค้าทั่วๆไปที่เราอาจจะคิดไม่ถึงอย่าง “best toothbrush” หรือ “แปรงสีฟันที่ดีที่สุด” มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 100% รวมไปถึง “best umbrella” หรือ  “ร่มที่ดีที่สุด” ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 140%

สถิตินี้บ่งบอกว่า การค้นหาผ่านช่องทาง Search มีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้กับสินค้าทั่วไปเล็กๆน้อยๆ ผู้คนก็ทำการค้นหาเพื่อซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนกันแล้ว การให้ความสำคัญในฝั่ง Search มากขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายของธุรกิจได้ค่ะ 

รวมไปถึงการใช้คีย์เวิร์ด ผู้อ่านก็ลองนำคีย์เวิร์ดอย่าง “Best” หรือ “ที่ดีที่สุด” เสริมเข้าไปให้กับสินค้าและบริการ หรือนำไปใช้กับ Content ต่างๆในเว็บไซต์ เช่น รวบรวม 5 คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุด, 10 อันดับสกินแคร์ที่ดีที่สุดในปี 2019 เป็นต้น ก็อาจจะช่วยให้ผู้คนพบเห็นเว็บไซต์ของคุณได้มากขึ้นค่ะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาด้วยคำว่า “ดีที่สุด” แล้ว อย่าลืมพัฒนาให้สินค้าและบริการของเรานั้นดีและตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้น เราอาจจะเสียความน่าเชื่อถือของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ไปได้ค่ะ

 

สถิติด้านการวางกลยุทธ์ Content Marketing

 

4. 96% ของนักการตลาด Content ที่ประสบความสำเร็จ เชื่อว่าลูกค้ามองพวกเขาเป็นแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ (สถิติจาก : Content Marketing Institute)

สถิติข้างต้นสนับสนุนข้อเท็จจริงที่ว่า กลยุทธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ด้วยข้อมูลหรือ Content ที่มีคุณค่า ช่วยสร้างความผูกพันที่แข็งแกร่งระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ และยังบ่งชี้ถึงความสำเร็จในระยะยาวด้วย 

นอกจากนี้ 90% ของนักการตลาดระดับต้นๆ มักจะเลือกนำเสนอข้อมูลที่ลูกค้าต้องการ มาก่อนการนำเสนอข้อความขายของบริษัทเสมอ

สถิตินี้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า การขายแบบยัดเยียดสินค้า ว่าเรามีสินค้าอะไร ดีอย่างไร เพียงอย่างเดียว อาจจะใช้ไม่ได้แล้วสำหรับการขายในยุคสมัยนี้ การมอบ Content ที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าก่อน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ จะเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อสินค้าของแบรนด์ได้มากกว่าค่ะ

ดังตัวอย่างวิดีโอด้านล่างของแบรนด์ Traegergrills เป็นการขายสินค้า แบบไม่ยัดเยียดจนเกินไป แต่นำเสนอ Content ให้ความรู้เทคนิคการทำอาหารจากผู้เชี่ยวชาญแทน พร้อมสอดแทรกการใช้สินค้าคือเตาย่างของแบรนด์ ลงไปในวิดีโออย่างเป็นธรรมชาติด้วย ซึ่ง Content ในลักษณะนี้ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ รวมถึงลูกค้ายังสามารถเห็นภาพการใช้งานจริงผ่านวิดีโอเหล่านี้ด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อได้ค่ะ

content-marketing-statistics-for-2020

ที่มา : www.youtube.com/user/TraegerGrills

 

5. 26% ของค่าเฉลี่ยงบประมาณด้านการตลาดทั้งหมด ถูกใช้ในฝั่ง Content Marketing (สถิติจาก : Content Marketing Institute)

มีผลสถิติจาก Content Marketing Institute ที่แสดงผลเปรียบเทียบระหว่างบริษัท B2B ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า กับที่ประสบความสำเร็จน้อยกว่า ว่ามีการใช้งบประมาณด้าน Content Marketing ต่างกันค่อนข้างมาก

โดยฝั่งการตลาดที่ประสบความสำเร็จมากกว่า ใช้งบประมาณไปกับ Content Marketing มากถึง 40% ในขณะที่อีกฝั่งการตลาดที่ประสบความสำเร็จน้อยกว่า มีการใช้งบประมาณกับ Content Marketing เพียงแค่ 16% เท่านั้น

สถิติดังกล่าวนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่จะย้ำเตือนว่า Content Marketing มีความสำคัญมากๆ ต่อผลประกอบการของธุรกิจ และเป็นส่วนสำคัญที่เราจะต้องหันกลับมาพัฒนาและส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น เพื่อการเติบโตของธุรกิจค่ะ

 

6. ในปี 2018 Instagram มีรายได้จากการซื้อโฆษณาสูงถึงประมาณ 6.84 พันล้านดอลลาร์ (สถิติจาก : Statista)

ความน่าสนใจของตัวเลขนี้คือ รายได้โฆษณาในช่องทาง Instagram ดังกล่าว เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2017 ประกอบกับสถิติอื่นๆ ที่ระบุว่า โฆษณาบนมือถือจะมีผลมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการตัดสินใจซื้อของผู้ใช้ 

ทำให้การทำโฆษณาในแอปพลิเคชั่นยอดนิยมบนมือถืออย่าง Instagram เป็นที่นิยมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากการทำโฆษณาแค่บนช่องทาง Facebook แล้ว อย่าลืมที่จะให้ความสำคัญกับช่องทางอื่นๆ อย่างการทำโฆษณาบน Instagram ด้วยค่ะ

ด้านล่างเป็นตัวอย่างโฆษณาในช่องทาง Instagram ที่ดึงดูดความสนใจผู้ใช้งานด้วยสุนัขน่ารักๆ ประกอบกับคำอธิบายที่นำเสนอส่วนลดดีๆ เจ้าของสุนัขคนไหนเห็น เป็นต้องสนใจอยากใช้บริการบ้างอย่างแน่นอนค่ะ 

content-marketing-statistics-for-2020

ที่มา : www.wordstream.com/blog

 

7. 68% ของนักการตลาดฝั่ง B2C มีการใช้ฟีเจอร์ Stories บนโซเชียลมีเดีย ในการเผยแพร่ Content มากขึ้น (สถิติจาก : Content Marketing Institute)

ในปีที่ผ่านมา ฟีเจอร์ Stories ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของนักการตลาดฝั่ง B2C ในการเผยแพร่เนื้อหา ด้วยเหตุผลที่ว่า ฟีเจอร์นี้มีประสิทธิภาพที่ดีในการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมและแบรนด์ รวมไปถึงช่วยดึงดูดความสนใจผู้ชมได้ดีด้วย

ใครที่ยังไม่เคยทำการตลาด หรือไม่ค่อยผลิตคอนเทนต์เผยแพร่ในฟีเจอร์ Stories ลองมาให้ความสำคัญฟีเจอร์นี้เพิ่มเติมดูนะคะ อาจจะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมที่ดีขึ้นระหว่างแบรนด์ของคุณกับลูกค้าได้ค่ะ

ตัวอย่างด้านล่าง เป็นการนำเสนอ Content ในรูปแบบ IG Stories ที่สร้างความน่าสนใจโดยการค่อยๆบอกเล่าเรื่องราวการลดน้ำหนักของชายคนหนึ่ง ให้ผู้ชมเกิดความสนใจ อยากติดตาม และอยากเข้าไปอ่าน Content ของพวกเขาต่อค่ะ

content-marketing-statistics-for-2020

ที่มา : skedsocial.com/blog

นอกเหนือจากรูปแบบ Stories ที่นักการตลาดฝั่ง B2C ใช้เผยแพร่ Content เป็นอันดับหนึ่งแล้ว รูปแบบ Content ประเภท Long form หรือบทความ ก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน โดยอยู่ที่ 57% เป็นอันดับ 2 ในขณะที่รูปแบบวิดีโอมาเป็นอันดับ 3 อยู่ที่ 52% ค่ะ

 

8. การเพิ่ม Content รูปแบบวิดีโอลงในช่องทาง Email ช่วยเพิ่มอัตราการคลิกเปิดอ่าน (Click rate) ได้สูงถึง 300% (สถิติจาก : MTA)

มีการศึกษาพบว่า การเพิ่มรูปแบบ Content ประเภท GIF, แอนิเมชั่น หรือรูปแบบ Content ที่ผู้อ่านสามารถโต้ตอบ มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้ จะช่วยเพิ่ม Engagement ที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

ใครที่กำลังทำการตลาดผ่านช่องทาง Email ก็ลองใส่ความน่าสนใจลงไปด้วยวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อให้ผู้รับ Email สนใจอยากจะคลิกเปิดอ่านมากขึ้น และแน่นอนว่ายิ่งมีคนเปิดอ่านมากขึ้น ก็จะช่วยให้ผู้ติดตาม ได้มีโอกาสเข้ามาชมเนื้อหา หรือสินค้าและบริการ เราได้มากขึ้นเช่นกันค่ะ

ด้านล่างเป็นตัวอย่าง Email ที่ดึงดูดความสนใจผู้ติดตาม ให้อยากเปิดอ่าน Email มากขึ้น ด้วยวิดีโอ และรูปภาพที่สวยงาม เห็นวิดีโอ และรูปภาพอาหารน่ารับประทานแบบนี้ ใครเห็นก็อยากจะเปิดเข้าไปรับชมค่ะ

content-marketing-statistics-for-2020

ที่มา : www.campaignmonitor.com

นอกเหนือจากสถิติดังกล่าว มีการศึกษาพบว่า 59% ของนักการตลาดฝั่ง B2B ยกให้ Email เป็นช่องทางที่ก่อให้เกิดรายได้มากที่สุดค่ะ

จากสถิติข้างต้น ทำให้เห็นว่า ช่องทาง Email เป็นอีกช่องทางสำคัญมากๆ ต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะฝั่ง B2B หลายคนมุ่งเน้นไปที่ช่องทางโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว โดยลืมให้ความสำคัญกับช่องทางอื่น ที่จริงๆแล้ว อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อธุรกิจมากกว่า อย่างช่องทาง Email ที่ลูกค้าฝั่ง B2B มักจะติดตามและใช้งานอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงภาพลักษณ์ของการใช้งานช่องทาง Email ที่ดูมีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อมากขึ้นของลูกค้าฝั่ง B2B ค่ะ

 

9. 45% ของลูกค้า พบเจอแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย ผ่านโฆษณารูปแบบวิดีโอ (สถิติจาก : Animoto)

สถิตินี้เป็นเครื่องย้ำเตือนทุกๆแบรนด์ที่กำลังพัฒนาและขยายฐานลูกค้า ซึ่งกำลังต้องการลูกค้าใหม่ๆ ให้อย่าลืมความสำคัญ และใส่ใจรูปแบบโฆษณาประเภทวิดีโอ ซึ่งเป็นรูปแบบของ Content ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้งาน

ตัวอย่างโฆษณารูปแบบวิดีโอ

content-marketing-statistics-for-2020

ที่มา : blog.hubspot.com/blog

นอกเหนือจากวิดีโอโฆษณาแล้ว ช่องทางที่ทำให้ลูกค้าพบเจอแบรนด์เป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 31% คือคำแนะนำจากเพื่อนๆ อันดับ 3 อยู่ที่ 30% คือ Facebook Group และลำดับ 4 อยู่ที่  29% คือโพสต์จาก Influencer

จากสถิติดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า แบรนด์สามารถเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้งานพบเจอ และจดจำแบรนด์ได้มากขึ้นด้วยการ

  • โปรโมทโฆษณาในรูปแบบวิดีโอ
  •  พัฒนาสินค้าให้ดี รวมถึงดูแลระบบหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าอยากบอกต่อเพื่อนๆ
  • โปรโมทลงใน Facebook Group เฉพาะกลุ่ม โดยอาจจะนำเสนอ Content ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าก่อน เพื่อดึงดูดให้คนในแวดวงเดียวกันสนใจที่จะรู้จักเรามากขึ้น
  • ใช้ Influencer ที่เหมาะสมและตรงกับที่กลุ่มลูกค้าของเราติดตาม

 

10. Long-form Content ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า Content สั้นๆ ถึง 40% (QuickSprout)

มีการศึกษาว่า Google มักจะชอบหน้าเว็บที่มีเนื้อหาสมบูรณ์ หากต้องการมุ่งเน้นไปที่การเขียนบล็อก หรือบทความบนเว็บไซต์ เราจำเป็นจะต้องนับจำนวนคำบนหน้าเว็บให้สูงกว่า 2,000 คำอยู่เสมอ จะช่วยให้ลำดับของเว็บไซต์ หรือลำดับการค้นหา Content บนเว็บไซต์ของเรานั้นดีขึ้น

 

สรุป

ทั้งหมดนี้คือสถิติหลักๆที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อ Content Marketing ในปี 2020 ค่ะ ซึ่งกล่าวโดยสรุปแล้ว หลายๆสถิติบ่งชี้ให้แบรนด์ควรหันมาให้ความสนใจช่องทางการเผยแพร่ Content ที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางเว็บไซต์ Email Stories รวมไปถึงการทำโฆษณาบน Instagram ให้เพิ่มมากขึ้นค่ะ ซึ่งช่องทางเหล่านี้ให้ผลลัพธ์ทางการตลาดที่ดีด้วย หากเราสามารถเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองได้ 

อย่าง B2B ที่ควรหันกลับมามองช่องทาง Email เว็บไซต์ ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์มากขึ้น B2C ที่ลองหันมาเผยแพร่ Content ในช่องทาง Stories บ้าง รวมถึงลองทำโฆษณาผ่านช่องทางอื่นๆนอกเหนือจาก Facebook อย่างช่องทาง Instagram เพิ่มมากขึ้น

รวมไปถึงรูปแบบของ Content ก็เช่นเดียวกัน ควรทำให้มีความหลากหลาย ทั้งวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงรูปแบบที่หลายคนมองข้ามอย่าง Longform บนบล็อกก็ควรกลับมาให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ 

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกๆคนนะคะ 🙂

ที่มา
www.smallbizgenius.net

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
The Secret of Storytelling จากงาน CTC2020 ศาสตร์การเล่าเรื่อง อย่างคนมืออาชีพ
Podcast EP.7 : อัปเดตเทรนด์สร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างไรให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปี 2020