7 แนวทางสร้างยอดขายด้วย DATA หาลูกค้าที่ใช่ ด้วยข้อเสนอที่โดนใจมากขึ้น

data-analytics-in-digital-marketing

หลายคนคงทราบดีว่ายุคนี้ เป็นยุคแห่งข้อมูล เพราะการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ เรียกได้ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนไม่มากก็น้อย ช่องทางออนไลน์จึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เก็บบันทึกพฤติกรรมของผู้ซื้อ ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน ความสนใจ ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต ล้วนถูกบันทึกไว้ไม่ว่าจะอยู่ในช่องทางไหน ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ให้ธุรกิจในการนำไปต่อยอดเพื่อทำการตลาดออนไลน์ทั้งสิ้น เพราะหากเราสามารถเข้าใจและรับรู้ตัวตนของกลุ่มเป้าหมาย นั่นหมายความว่าเราสามารถนำเสนอสิ่งที่ตรงใจพวกเขา และมีโอกาสสร้างฐานลูกค้าประจำในอนาคตได้ สำหรับธุรกิจในทุกวันนี้ ที่ต่างมีช่องทางของตัวเองอยู่บนโลกออนไลน์ การมีข้อมูลของลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ

“ข้อมูลเปรียบเสมือนทรัพย์สินที่มีมูลค่า สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างรายได้มหาศาลแก่ธุรกิจ”

เราจึงสังเกตได้ว่า หลายๆครั้งแคมเปญต่างๆ มักจะยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับข้อมูลทั่วๆไปของเรา นอกจากข้อมูลจากการลงทะเบียน การกรอกแบบฟอร์ม หรือพฤติกรรมการกดลิงก์ต่างๆแล้ว ข้อมูลพฤติกรรมพื้นฐานบนโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, IG, Twitter รวมถึง Search Engine ก็มีการบันทึกข้อมูลพื้นฐาน พฤติกรรมการใช้งาน ความชอบต่างๆ เอาไว้ด้วยเช่นกัน

ถึงตรงนี้คงจะเกิดคำถามแล้วว่า ข้อมูลที่มากมายมหาศาลเหล่านั้น จริงๆแล้วธุรกิจสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดได้บ้าง

บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางการนำ “Data” ที่มี ไปใช้กับการทำตลาดออนไลน์ จะมีอะไรบ้างนั้นไปชมกันค่ะ

1. Targeted Advertising : ใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมายการทำโฆษณา

data-analytics-in-digital-marketing

อย่างที่รู้กันค่ะว่า ช่วงเวลาความสนใจของคน ต่อสิ่งต่างๆบนโลกออนไลน์นั้นสั้นลงทุกที พูดง่ายๆก็คือ คุณมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ที่คนจะเห็นโฆษณาแล้วตัดสินใจว่าจะดูต่อหรือไม่ การยิงโฆษณาไปยังกลุ่มคนที่ไม่สนใจจึงไม่สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจสักเท่าไหร่ ดังนั้นแล้ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การตลาดจะต้องถูกกำหนดเป้าหมายไปยังผู้ชมที่ต้องการสินค้าและบริการนั้นจริงๆ สอดคล้องกับ Facebook, Google และ Instagram ที่มักจะแนะนำคอนเทนต์ต่างๆให้ผู้ใช้งานตามประเภท หรือเนื้อหาของคอนเทนต์ที่เคยรับชมมาก่อน ซึ่ง DATA หรือข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเหล่านี้นี่เอง ที่ช่วยเหลือ และเอื้ออำนวยประโยชน์ให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของโฆษณา เข้าถึงคนที่ใช่สำหรับธุรกิจมากที่สุดค่ะ

ยิ่งเรามีฐานข้อมูลมากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถคัดคนที่ “ไม่ใช่” ออกไป

และทำโฆษณาไปยังคนที่ “ใช่” ได้มากขึ้น

 

2. Understanding the Customer Decision Journey : เข้าใจขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า

data-analytics-in-digital-marketing

ผู้บริโภคยุคใหม่คุ้นเคยกับการใช้สื่อดิจิทัล และแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ในการค้นหาเพื่อช่วยในการตัดสินใจ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจต่างๆจะต้องเข้าใจขั้นตอนการเดินทาง ก่อนการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างถ่องแท้ ตั้งแต่ขั้นตอน และเหตุผลของการซื้อ ไปจนถึงซื้อเมื่อไหร่ในราคาเท่าใด ข้อมูล หรือ Data ในเรื่องของขั้นตอนในการตัดสินใจของลูกค้านี้ จะช่วยให้คุณทำการตลาดได้เหมาะสมกับแต่ละช่องทางมากขึ้น และมีโอกาสจะเพิ่มยอดขายที่มากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลของธุรกิจ A มี Journey ที่หาข้อมูลและตัดสินใจซื้อผ่าน Facebook เป็นหลัก ส่วนธุรกิจ B มี Journey ในการหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อผ่าน Google เป็นหลัก จึงสามารถบอกได้ว่าทั้งสองธุรกิจนี้จะมีกลยุทธ์ทำการตลาด โดยให้ความสำคัญกับช่องทางที่ต่างกัน เป็นต้น เรียกได้ว่า Data มีส่วนช่วยให้ทำการตลาดได้ตรงจุดมากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

3. Content and Salability : นำมาใช้ออกแบบคอนเทนต์ และการขาย

data-analytics-in-digital-marketing

แน่นอนว่า เป้าหมายของธุรกิจคือ ยอดขาย  แต่การทำให้เกิดยอดขายขึ้นได้นั้น นักการตลาดจำเป็นต้องกำหนดเนื้อหาคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์การขายด้วย ซึ่งคล้ายคลึงกันกับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ยิ่งเรามีฐานข้อมูลของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากเท่าไหร่ เราก็ย่อมรู้ว่า เรื่องใดที่กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้จะสนใจ โทนเสียงแบบไหนที่จะเหมาะ หรือคำพูดแบบใด ประเภทคอนเทนต์แบบไหน ที่กลุ่มเป้าหมายเห็นแล้วจะเกิดการซื้อได้ ถ้าเราสื่อสารตรงกับสิ่งที่พวกเขาต้องการได้จริงๆ ยอดขายถล่มทลาย ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ

ถ้าเราไม่มี DATA เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า

จะเขียนคอนเทนต์เรื่องอะไร ลักษณะไหน ให้กลุ่มเป้าหมายอยากซื้อได้

 

4. Personalized Experience : สร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้

data-analytics-in-digital-marketing

ลองนึกถึงสถานการณ์ที่เราเป็นลูกค้า เราคงจะรู้สึกดีมากๆ ถ้าได้เข้าไปในแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือช่องทางใดๆก็ตามที่เข้าใจความต้องการของเรา และนำเสนอที่เหมาะสมหรืออยู่ในความสนใจกับเราโดยเฉพาะ ซึ่งการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลนี้เรียกว่า “Personalized Marketing”

“Personalized Marketing” คือการทำการตลาดดิจิทัล ที่นำเสนอสินค้าหรือบริการต่างๆให้ตรงจุดกับความต้อการของผู้บริโภคแต่ละคนมากที่สุด โดยไม่ต้องไปเสียเวลาในการเสนอสินค้าชนิดเดียวกันให้กับทุกคน แต่จะเน้นการเจาะจงไปที่กลุ่มหรือบุคคลที่เหมาะกับสินค้าหรือบริการของเรามากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์แบบนี้ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสัมพันธ์ของแบรนด์ที่มีต่อลูกค้าอีกด้วย

ถ้าทำการตลาดแบบออฟไลน์ คงจะเป็นเรื่องง่ายกว่าที่จะทำการตลาดเฉพาะบุคคล เพราะเป็นสถานการณ์ที่เราสามารถสื่อสารกันต่อหน้า สามารถคาดเดาความรู้สึก บุคลิกภาพเวลาสนทนา เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้เหมาะกับคนๆได้ แต่สำหรับการตลาดออนไลน์จะเป็นเรื่องยากทันที ถ้าเราไม่มีข้อมูล หรือ Data ในระบบ ดังนั้น ฐานข้อมูลพฤติกรรมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำ “Personalized Marketing” และกำลังเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ทำการตลาดออนไลน์ในยุคนี้มากๆค่ะ 

ตัวอย่างการทำ Personalized Marketing ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น Netflix ธุรกิจให้บริการสตรีมมิ่งวิดิโอออนไลน์ ที่ใช้การเก็บ Data วิเคราะห์ และนำเสนอภาพยนตร์ ซีรี่ย์ที่ตรงกับความต้องการ หรือสไตล์ความชื่นชอบของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของรายการภาพยนตร์ แต่ยังรวมไปถึงรูปแบบหน้าปกที่แสดง ก็ใช้นำเสนอแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลด้วย

data-analytics-in-digital-marketing
ที่มา : medium.com

อีกหนึ่งตัวอย่างการทำ “Personalized Marketing” เป็นของเว็บไซต์ Amazon เกี่ยวกับการออกแบบ Landing Page ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล หากสังเกตดูจะเห็นว่า เว็บไซต์มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ และนำเสนอสินค้าในหมวดหมู่ที่สนใจไว้ในหน้าแรกของเว็บไซต์เลย Landing Page ในรูปจึงนำเสนอสินค้าเกี่ยวกับ IT หรือสินค้าสำหรับสายนักเล่นเกมส์ ซึ่งเป็นสินค้าที่เคยค้นหาในเว็บไซต์มาก่อนหน้านี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ หรือซื้อเพิ่มค่ะ

data-analytics-in-digital-marketingที่มา : pinterest.ch

 

5. Retargeting : กระตุ้นให้ลูกค้ากลับเข้ามาเลือกซื้อสินค้า หรือใช้บริการบนเว็บไซต์ของเราอีก

data-analytics-in-digital-marketing

หากคุณมีข้อมูลของลูกค้าเก่าที่เคยซื้อของจากเว็บไซต์ไป หรือมีข้อมูลของคนที่สนใจและกำลังตัดสินใจในการซื้อสินค้าบางอย่างแล้ว  ทำไมคุณไม่ลองมองกลุ่มคนเหล่านี้อีกครั้ง และทำการตลาดกับพวกเขาดูล่ะคะ? การทำการตลาดให้คนที่เคยซื้อสินค้า หรือคนที่เคยเข้าเยี่ยมชม ค้นหาข้อมูลเพราะเกิดความสนใจ ได้กลับมาหาคุณอีกครั้งนี้ เรียกว่า Retargeting

Retargeting เป็นส่วนสำคัญของการตลาดดิจิทัล และเป็นแคมเปญหนึ่งที่ต้องอาศัยข้อมูลในการทำ ยกตัวอย่างการทำ Retargeting เช่น บริษัทสกีสามารถส่งข้อเสนอให้กับลูกค้าที่เพิ่งซื้อสกีไป จูงใจให้กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ซื้อสินค้าเกี่ยวกับสกีเพิ่มเติมได้อีก หรือสามารถขายสินค้าบริการอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องได้ อย่างคอร์สเรียนสกี ที่พักแรม ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น เรียกได้ว่าทำการตลาดให้ “ซื้อแล้ว ซื้ออีก” นั่นเองค่ะ

Retargeting ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ของการใช้ DATA หรือข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อทำการตลาดให้เกิดประโยชน์

 

6. Optimized Paid Search : นำมาใช้ในเรื่อง SEO & SEM

data-analytics-in-digital-marketing

ข้อมูลพื้นฐานทางการตลาดอย่าง “Keyword” หรือคำที่กลุ่มเป้าหมายเราใช้ค้นหา สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการตลาดได้ 

ข้อมูลเกี่ยวกับ “Keyword” นี้ สามารถนำมาใช้กับการเขียน Headline ของบทความ เนื้อหาของบทความ ยิ่งถ้าเรามีข้อมูล คือรู้ว่าคีย์เวิร์ดใดที่คนใช้ค้นหามากที่สุดและตรงกับสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ แล้วนำมาใช้ในการเขียน ข้อมูลนี้ก็จะมีประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มปริมาณการชมเว็บไซต์ (Traffic) ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสที่พวกเขาจะเข้ามาเห็นสินค้า และบริการของเรามากขึ้นด้วย

ตัวอย่างเครื่องมือสำคัญที่ช่วยค้นหา Keyword สำหรับการเขียนก็จะมี 

-Google Trend เป็นเครื่องมือที่ใช้ดูแนวโน้มการค้นหาของ Keyword นั้นๆ ว่าถูกใช้ค้นหาบน Google บ้างหรือไม่ มีแนวโน้มเป็นอย่างไร ถ้ามีปริมาณการค้นหาที่มากขึ้นเรื่อยๆ หรือเมื่อลองเทียบกับ Keyword อื่นๆแล้วมีปริมาณการค้นหามากกว่า เราก็สามารถใช้ Keyword นั้นกับการเขียนคอนเทนต์ของเราได้

-Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือในการค้นหา Keyword ที่ละเอียดขึ้นมา โดยจะแสดง                –

  • Search Terms          คือ keywords ที่คุณค้นหา
  • Monthly Searches   ค่าเฉลี่ยในการค้นหาต่อเดือน
  • Competition             คู่แข่งที่ใช้ keywords เดียวกับคุณ
  • Suggested Bid ค่าใช้จ่ายของ keywords ต่อ 1 การคลิก

รวมถึงนำเสนอ Keyword ที่คล้ายคลึงกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย

การวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง “Keyword” 

เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาด้าน SEO และ SEM ของธุรกิจ

 

7. Targeted Email Campaigns : ใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายของแคมเปญในช่องทางอีเมล

data-analytics-in-digital-marketing

เทคโนโลยีทางการตลาดสามารถช่วยคุณรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้างกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ฐานข้อมูลหรือ Data นี้เอง ทำให้คุณสามารถสร้างแคมเปญอีเมลที่มุ่งเน้นไปที่ความต้องการและความสนใจของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะได้ ข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องการส่งอีเมลแบบอัตโนมัติได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนข้อความให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายและทุกคนที่คุณส่งไปได้

DATA จะช่วยให้เราสามารถจัดกลุ่มคน

และส่งข้อมูลที่เฉพาะกับกลุ่มนั้นๆแบบอัตโนมัติได้

ด้านล่างเป็นตัวอย่างพื้นฐานการใช้ข้อมูลเพื่อทำ Email Marketing จะสังเกตเห็นว่า มีการแบ่งลักษณะของเนื้อหาที่ส่งตามพฤติกรรมของสองกลุ่มที่ต่างกันในขั้นนั้นๆ จะเห็นว่าในขั้นที่สาม ถูกแบ่งตามพฤติกรรมการคลิก ถ้าผู้ใช้งานอีเมลกดเปิดลิงก์ดังกล่าว อีเมลจะดำเนินการต่อตามแผนผังในด้านซ้ายคือเข้าสู่ขั้นตอนการโหลด แต่ถ้าผู้ใช้งานไม่กดลิงก์ อีเมลจะดำเนินการตามแผนผังด้านขวา คือรอตามระยะเวลาที่กำหนดก่อน แล้วค่อยส่งอีเมลอีกครั้ง ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นไปแบบอัตโนมัติ

data-analytics-in-digital-marketing

ที่มา : blippr.com

และนี่คือภาพรวมแนวทางการนำข้อมูล หรือ Data ที่นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ มักนำไปใช้ประโยชน์กับการทำการตลาดออนไลน์ หวังว่าบทความนี้จะเป็นไอเดียให้กับใครที่กำลังมีข้อมูลอยู่ล้นมือ แต่ไม่รู้จะนำไปใช้ทำการตลาดอย่างไรดี ให้มีแนวทาง หรือมีจุดเริ่มต้นเล็กของการนำข้อมูลไปพัฒนาการตลาดให้ดีขึ้นต่อไปได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงแนวทาง หรือไอเดียเล็กๆน้อยๆในการใช้ Data เพื่อทำการตลาด หากใครมีความสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ Data เชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ รวมถึงเรียนรู้เครื่องมือการจัดการข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์กับการตลาดออนไลน์ของคุณ สามารถเรียนเพิ่มเติม หรืออ่านรายละเอียดได้ที่  : https://stepstraining.co/digital-marketing-analytics

ที่มา

https://allthatclicks.com/2019/02/big-data-and-its-impact-on-marketing-strategy/

https://www.emarsys.com/resources/blog/data-driven-marketing/

http://www.swiftlocalsolutions.com/blog/key-benefits-and-examples-of-a-data-driven-marketing-strategy

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
3 หัวใจหลัก เปลี่ยนลูกค้าขาจรเป็นลูกค้าขาประจำด้วยการทำ CRM
6 กรณีศึกษา “Personalized” ทำการตลาดตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย Data จากลูกค้า