ทบทวนความรู้เน้นๆ จากงาน Creative Talk 2017

         งานอีเว้นท์สำคัญแห่งปี Creative Talk Conference 2017งานที่จะเติมพลังให้สมองของคุณด้วยคนเก่งในสาขาอาชีพที่หลากหลายทั้งในด้าน Creative, Technology, Digital Marketing และ Startup เพื่อให้เราเข้าถึงเทรนด์ที่กำลังมาล่าสุด การร่วมแชร์ประสบการณ์งานด้านต่างๆ และแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของอาชีพและธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นพิเศษไปกว่านั้น งาน Creative talk ยังได้รวบรวมนักพูดที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์และคุณค่าของชีวิต อย่าพลาดที่จะเก็บเกี่ยวความรู้กับกูรูชั้นนำของประเทศ สิ่งที่ได้รับจากงาน Creative talk นอกจากจะมีการประมวลผล สรุปเทรนด์มาแรงในปี 2016 ที่ยังคงต่อยอดมาจนถึงปีนี้ นักพูดทั้งหลาย จะมาสรุปให้ฟังถึงแนวโน้มในอนาคต การใช้เทคโนโลยี ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค แรงบันดาลใจ นวัตกรรมใหม่ๆของสื่อแต่ละประเภท และธุรกิจใหม่ๆของผู้ประกอบการ ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจส่งต่อถึง Startup รุ่นใหม่ๆโดยทีมงานได้รวบรวมสรุปสาระสำคัญของงานไว้ ดังนี้

 

Creative Design and Trends
วิทยากร : คุณทีปกร วุฒิพิทยามงคลคุณอัลลิชาร์ เพฑูริยาเวทย์คุณสิทธิกร อันทะวงษา

1.) Trends ตั้งแต่ปี 2016 เกี่ยวกับการ Liveผ่าน Application เช่น Facebook, Instagram, Line, New York Time ยังคงมาแรงและจะเพิ่มขึ้นในปีนี้

2.) เนื้อหาการเขียนข่าวจะกลายเป็นรูปแบบ Conversational มากขึ้นเพราะกลุ่ม Target Audience คือ กลุ่มคนใน Social Network

3.) Creative ต้องคำนึงถึงแก่นของมนุษย์มากกว่าภาพลักษณ์ภายนอกเพื่อเจาะความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย หรืออาจจะใช้วิธีการ Customer Lap

4.) การ Design เน้นถึง Core of Behavior เช่น Customer’s Need

5.) ลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลง Trends อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องทำการศึกษาเดาใจ User ให้ออก เช่น Trend สี Pantone ปี 2016 คือ สีชมพู แต่ปี 2017 เน้นความเป็นธรรมชาติจึงเป็นสีเขียว

6.) Case Study : Mozilla ปรับโลโก้ใหม่ เปลี่ยนเป็น Moz://a เนื่องจากต้องการเปลี่ยน Democratic Design ให้คนทั่วไปออกแบบได้ ซึ่ง Trend นี้อาจ Imply ในอนาคตว่าการออกแบบในอนาคตอาจจะไม่มีการออกแบบ Font ที่ตายตัว เช่น Gap, Space, Size of Fontอาจจะไม่มีการกาหนดที่ตายตัว

7.) ปีนี้ให้ความสาคัญกับ Micro Interactiondesign เพราะดึงดูดผู้ใช้ค่อนข้างมาก

8.) นอกจากการออกแบบเน้นการใช้งาน Functional แล้วยังเน้น Emotional อีกด้วย

9.) ปีนี้ให้ความสาคัญกับ UX และ UI

10.) ตำแหน่งงานในอนาคตเกี่ยวกับสาขานี้ไม่ใช่เพียงแค่รู้อย่าง Specialist แต่ควรมีทักษะงานด้านอื่นควบคู่ไปด้วย

 

Technology Trends
วิทยากร : คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์คุณจอมทรัพย์ สิทธิพิทยา

1.) โทรศัพท์มือถือมีการออกแบบให้ดู Modern มากขึ้น เช่น ความบางของหน้าจอโทรศัพท์ถูกออกแบบมาให้โค้งได้ ซึ่งในอนาคตอาจมีการปรับใช้กับ Screen on the building ให้โค้งงอได้ มากกว่าการฉายภาพแบบ LED หรือการออกแบบหน้าจอเป็นแบบกระจก

2.) การเจาะ Mass Target ผู้ออกแบบจะต้องแก้ปัญหาการใส่แว่นแบบการมอง 360องศาให้ชัดขึ้น ลดความตาลายลง

3.) Speaker (คุณจอมทรัพย์ออกแบบการบันทึกคำสั่งเสียง ชื่อว่า Samantra ขึ้นเพื่อความสะดวกในขณะที่ไม่สามารถจดหรือพิมพ์ข้อความได้ แต่ใช้วิธีการเรียกระบบขึ้นและจดบันทึก หรือส่งข้อมูลให้กับผู้อื่น

4.) ให้ความสาคัญกับการศึกษา VR

5.) เราถูกลดความเป็นส่วนตัวโดยไม่รู้ตัว จากการให้ข้อมูลผ่านหน้าจอ

6.) Technology เกิดขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งในภาคธุรกิจเริ่มนำเอามาใช้ เช่น ระบบ Censor ไฟ, Smart Office, การ Utilize อุปกรณ์

7.) บางอาชีพมีแนวโน้มหายไป เนื่องจากมีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์เข้ามาแทนที่ เช่นงานดูแลเอกสาร แต่งานจำพวก Data Analysis จะเป็นที่ต้องการมาก

8.) สื่อสมัยนี้ไม่ได้คำนึงถึง คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งผู้ชมปัจจุบัน (เยาวชน กลุ่มคนรุ่นใหม่ถูกใจเพราะตอบสนองอารมณ์ และใช้คำพูดรุนแรง

 

Digital Marketing Trends
วิทยากร : คุณปิยนันต์ ชวเลขยางกูลคุณจักรพงษ์ คงมาลัยคุณณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา

1.) การเปลี่ยนแปลงของ Product Replacement เช่นการ Live สดผ่าน Facebook ของรายการ The Mask Singer, Product Baby Love จัดการแข่งคลาน Baby Best Climb ผ่าน Live สด

2.) การตั้ง KPI อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือไม่สามารถวัดได้ถูกต้อง เช่น การวัดยอด View ขณะที่ทำรายการ Live เนื่องจากคนที่เข้ามาดูอาจจะเข้ามาดูแค่สิบวินาที ไม่ใช่ดูทั้งหมดของรายการ

3.) สมัยนี้เสพย์ข่าวผ่าน Facebook

4.) Facebook มีระบบ Algorithm นำเสนอข่าวหรือความสนใจผ่าน Newfeed ซึ่งคนจะติดตามข่าวสารผ่านแอพ

5.) การสร้างลูกค้าเป็นมากกว่าการ Like and Share แต่จะต้องเป็น Brand Love

6.) จุดประสงค์ของ Brand Love คือการสร้างความไว้วางใจในสินค้านั้นๆ ให้คนรักแบรนด์ แบรนด์ทำอะไรก็ไม่ผิด

7.) ปีนี้เน้นผลิต Your Own Photo มากกว่า Stock Photo เพราะ Stock Photo ไม่ตอบโจทย์ชัดเจนเท่าการสร้างภาพลักษณ์เป็นของตัวเอง

8.) บริหารประเด็น กระทู้หน้าม้า (Fake Review) ปีนี้จะหายไป เพราะลูกค้ารู้ความจริง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือลูกค้าต้องการความจริงใจจากแบรนด์

9.) เน้น Sponsor Review, Customer Review จะเห็นผลกว่า

10.) ลูกค้าต้องการ New Moment ในการตัดสินใจซื้อ

11.) Live ผ่าน Facebook, Line, Instagram สามารถทำเพื่อสร้าง Content หรือสอนผ่านแอพได้ และจะมีการขยายตัวอีก

12.) Training Live สร้างเงินได้ และมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต

13.) Marketing is not only marcom but it opens possibilities and creates customer experience

14.) Word of Mouth มีอิธิพลมากในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์

15.) คำว่า Passion/ Innovation ใน Marketing เป็นคำที่น่าเบื่อแต่เป็นเรื่องจริง

16.) Organic Social Conversation คือการที่แบรนด์ถูกพูดถึงโดยที่เราไม่ต้องเสียเงิน

 

 

Startup / Entrepreneur Trends
วิทยากร : คุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ดร.ชินาวุธชินะประยูรคุณพรทิพย์ กองชุนดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์

1.) Fintech ที่เป็น Startup ยังมีอยู่น้อย แต่เป็นที่ต้องการมาก คนพูดถึงเยอะ

2.) คนที่มาทำ Startup ได้ ไม่ใช่แค่การทำ SME เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถพัฒนาหรือคิดต่อยอดไปได้อีก

3.) ปี 2016 มี Ecosystem เกิดขึ้น แต่ยังไม่สมบูรณ์ ยังคงต้องศึกษา

4.) ทรัพยากรยังมีไม่เพียงพอ ยังคงอยู่ในช่วง Learning Curve ทั้ง Startup และรัฐบาล

5.) ปี 2016 จะเป็นการเน้นการให้นิยาม แต่ปีนี้จะเริ่มต้นเข้าสู่ Functional ของ Startup

6.) Entrepreneur Spirit ; ประเทศไทยอยู่อันดับที่สอง อยากเป็นผู้ประกอบการ แต่ปัญหาคือแบรนด์ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น หน้ารามขายของเหมือนกัน แนวเดียวกันหมด

7.) ปี 2016 มีการประชุมร่วมกันระหว่างภาครัฐเกี่ยวกับ Startup ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะให้คนทั่วไปเข้าใจและรู้จักมากขึ้น เพื่อสร้างกฎหมายขึ้น เช่น การลดภาษีอากรในอุตสาหกรรมใหม่สิบอย่าง

8.) ปี 2017 มองว่า ผู้ประกอบการ Startup ควรให้ความร่วมมือกันมากกว่าการเป็นคู่แข่ง

9.) Startup สามารถนำผู้ลงทุนเข้ามาได้

10.) Startup ยังคงต้องการผู้ที่มีความรู้ ความสามารถมาพัฒนา

11.) SME และ Startup มีความสาคัญในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งคู่

12.) Startup งานควายรายได้ไม่ดี อย่าเริ่มทำเพราะอยากรวย แต่จงพัฒนาต่อไป ต้องไปให้ถึงจุด Entrepreneur / Founder ให้ได้

13.) Block chain / Machine Learning จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าปีที่แล้ว

 

Digital Marketing and Beyond
วิทยากร : คุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุลคุณกลม วิชชุลดาคุณไกรวิน วัฒนะรัตน์

1.) การตลาดไม่ใช่แค่การทำโฆษณา หรือการทำแค่คลิปวิดีโอ

2.) Customer Journey บางครั้งไม่ประติดประต่อกัน ดังนั้น ปี 2017 จึงเน้น Full Customer Experience เพราะเราทำการตลาดให้กับคน เราจะต้องดูพฤติกรรมผู้บริโภค

3.) ยุคนี้เป็นยุคของการ Integrate Mobile Phone โทรศัพท์มือถือมีความสาคัญมาก โดยเฉพาะคนในเมือง

4.) แบรนด์จะสามารถรวบรวม Traffic เข้าไปใน Centerได้ อยู่ที่ Content

5.) แชทบอทเป็น Trend ที่กำลังมาแรง และเวิร์คแต่ Customer Service ที่เป็น แชทบอทยังไม่ค่อยเป็นที่นิยม

6.) เราจะเห็นโลก Marketing Automation มากยิ่งขึ้นคือ สื่อไม่ได้มีเพียงแค่ Facebook

7.) เราควรสร้างความเป็น Personalize ให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

8.) คนเราสามารถได้สิ่งที่ต้องการมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ดังนั้น เราต้องคิดแล้วว่าเรา ยิง Ads ได้ตรงไหม สิ่งที่สาคัญคือการมองลูกค้าด้วยความเข้าใจ หา Value ให้เจอ ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น

9.) Redefine คุณค่าของสินค้า หรือ Brand ตัวเองเป็นเรื่องสาคัญ

10.) การมี Brand คือการทำให้เราต่างจากคนอื่น ถึงแม่ว่าแบรนด์เราจะถูกลอกแต่ว่าไม่สามารถลอกอารมณ์และความรู้สึกได้

11.) ตัว Content ของการโฆษณาควรที่จะมีคุณค่า คือให้ประโยชน์แก่ใคร อย่างไร

 

The Next User Behavior
วิทยากร : คุณอิศราดร หะริณสุต, คุณไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์, คุณกัญญา กมุทภัทร์

1.) ผู้บริโภคใช้เงินในรูปแบบ Electronic มากขึ้น การเติบโตของการใช้บัตร Debit card มียอดมากขึ้น

2.) Cashless มียอดเติบโตอยู่ที่ 10% ในปี 2015 หรือประมาณสี่ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และโตขึ้นทุกๆปี ซึ่ง 35% เติบโตในเอเชีย

3.) การจัดส่ง Email ไปที่ปลายทางให้กับแบรนด์ซึ่งมีการเก็บสถิติว่า 44 % ค้นพบว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมประหลาดอย่างหนึ่ง ซึ่งหลอกนักการตลาดว่ามีการเปิดอ่าน Email แต่ว่าเปิดเพียง 0.2 วินาที

4.) ยอดการใช้โทรศัพท์ หรือ Application ในการดูหุ้นมีมากขึ้น

5.) ลูกค้ามีพฤติกรรมไม่หาข้อมูลแต่เลือกที่จะหาอ่าน Content ใน Facebook แทน เช่น การไม่ได้หาข้อมูลอ่านเกี่ยวกับหุ้น แต่รู้แล้วว่าต้องซื้อหุ้นตัวไหน เนื่องจาก Content ใน Facebookสรุปให้แล้ว

6.) Generation Y, Z ซื้อของในเว็บไซต์ต่างประเทศมากขึ้น

7.) พฤติกรรมผู้บริโภคต่างกัน ดังนั้น Content และวิธีการส่ง Email จึงมีวิธีการแบ่ง Segment มากขึ้นเพื่อให้ Product ส่งตรงถึงเป้าหมายได้ตรงขึ้น

8.) การหาลูกค้าใหม่เป็นเรื่องดีในการขยายตลาดแต่ต้องไม่ลืมรักษาลูกค้าที่เรามีเอาไว้ด้วย

9.) ปัจจุบันการใช้ SMSในการขายของหรือทำธุรกิจมีเยอะมาก และมีลูกค้าจานวนไม่น้อยที่ไว้วางใจ

10.) ในทางกลับกันบางคนกลับไม่ไว้ใจการตัดบัตรเครดิต ทั้งที่มีความปลอดภัยมากกว่า

11.) Customer Behavior เป็นสิ่งที่นักการตลาดควรให้ความสาคัญก่อนการใช้เทคโนโลยี เพื่อจะได้ใช้เทคโนโลยีให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค

 

เขียนโดย : วรัญญา สัมมาสาร

How to be CEO in Digital Transformation era
เทรนด์ของ Content Marketing ในปี 2017