สินค้า 3 ประเภทยอดนิยมที่ประสบความสำเร็จในยุค Digital

ในยุคที่ใครๆก็เข้าถึงโลก online การรับข้อมูลข่าวสารหรือการซื้อขายของ ผ่านทางอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นช่องทาง website โดยตรง, Facebook หรือ Instagram ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป  ดังนั้นการเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักเพื่อขายสินค้าและตอบสนอง life style จึงสามารถสร้างรายได้ และชื่อเสียงให้กับ Brand โดยผ่าน social network ได้ไม่ยาก ซึ่งในกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดในปัจจุบัน สามารถแบ่งกลุ่มคนได้เป็น 3 ประเภทหลักเพื่อให้สอดคล้องกับสินค้า โดยอ้างอิงจากงานเขียนของ Philip Kotler บิดาด้าน Marketing ที่มีชื่อว่า Marketing 4.0: Moving from Traditional to Digital  ซึงกลุ่มคน 3 ประเภทที่จะกล่าวถึงได้แก่ Y, W, N

 

Y= Youth

คือกลุ่มเยาวชน ที่โตมาพร้อมกับยุค digital marketing แบบเต็มรูปแบบ Keyword สำคัญของคนกลุ่มนี้คือ เรื่องของภาพลักษณ์ที่ดูดี ใช้สินค้าแล้วแชร์ออกไปบนโลก social  กลุ่มเป้าหมายนี้เป็นกลุ่มที่มี blog ส่วนตัว  มีการถ่ายรูป selfie ส่งรูปหรือแชร์ให้แก่เพื่อน มีการสร้างภาพลักษณ์ทำให้ทุกคนมีตัวตนในโลก digital ได้ง่าย คนกลุ่มนี้จะเน้นไปที่เรื่องความสวยความงาม ซึ่ง ภาพลักษณ์จะมาก่อน และคุณภาพของสินค้าจะตามมา

ยกตัวอย่าง การทำร้านอาหาร จะต้องคำนึงถึงการตกแต่งร้านให้สวยงาม มีลูกเล่นแปลกใหม่ ดูแตกต่างจากร้านอื่น และคุณภาพของอาหารเน้นตามมาจากภาพลักษณ์ ซึ่งจะทำให้ Brand เป็นที่รู้จักได้เร็ว อยู่ในตลาดได้นาน แต่ในระยะสามเดือนต่อมา ร้านอาหารนี้อาจจะต้องมีลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามา เนื่องจาก กลุ่มตลาดนี้จะเบื่อง่าย

ข้อดี : สินค้าหรือ Brand มีการกระจายได้รวดเร็วบนโลก online เพราะกลุ่ม youth มี social media channel ครบทุกช่องทาง ทำให้ มีการกระจายบนโลกออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

ข้อเสีย: กลุ่มตลาดกลุ่มนี้จะขี้เบื่อ ดังนั้น การหาความแตกต่าง หาลูกเล่นความสวยงาม เพื่อพัฒนาสินค้าเป็นเรื่องที่สำคัญ

 

Women

เนื่องจากกลุ่มผู้หญิงมีอัตราการใช้ social media มากกว่ากว่าผู้ชาย โดยที่กลุ่มนี้ Women จะใช้ Facebook ประมาณ 4 ครั้งต่อวัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นกลุ่มแม่และเด็ก จะ online บน Facebook ประมาณ 7.5 ครั้งต่อ 1 วัน (ตามสถิติทั่วโลก) เนื่องจากต้องใช้เวลาดูแลลูก ทำให้ไม่มีเวลาออกไปนอกบ้าน การใช้ Facebook ในการเช็คสินค้าจาก Influence หรือหาข้อมูลต่างๆ จาก website, forum, หรือกระทู้ แล้วกลับมาซื้อสินค้าอีกครั้งผ่านา Facebook เป็นเรื่องที่กลุ่มแม่และเด็กสามารถทำได้และสะดวกกว่าการออกไปซื้อของนอกบ้าน ดังนั้น Women กลุ่มแม่และเด็ก จึงเป็นกลุ่มที่มีการใช้เงินซื้อของมากกว่ากลุ่มผู้หญิงปกติ 3-5 เท่า ซึ่งในประเทศไทยเริ่มมีการเน้นกลุ่มเป้าหมายนี้มากขึ้น มีการเติบโตเพิ่มขึ้น

ยกตัวอย่างจากต่างประเทศ  Jessica Alba ดารา Hollywood ได้ก่อตั้ง brand ที่ชื่อว่า Honest เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับแม่และเด็ก แบบOrganic เพื่อให้ลูกได้ใช้ เช่นผ้าอ้อม ครีม เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี ที่ทำให้เกิดผิวแพ้ง่าย โดยใช้สื่อออนไลน์ในการซื้อขาย และยิ่งไปกว่านั้น Jessica ได้คิดค้นเครื่องสำอางที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวลูก การขายสินค้าผ่าน social network ทำให้ Honest เป็นที่รู้จักและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

 

Netizen

ย่อมาจาก Internet + Citizen ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่ใช้ประโยชน์จาก internet มี gadget เช่น โทรศัพท์มือถือ, tablet, laptop เป็นต้น

การใช้ประโยชน์จากโลก online ก็สามารถนำโทษมาให้ได้ด้วยเช่นกัน หากใช้เกินปริมาณที่จำเป็น เช่น โรคนิ้วล็อคเนื่องจากถือโทรศัพท์นานเกินไป การจ้อง computer เป็นเวลานาน การเป็น office syndrome ซึ่งกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 20 ต้นๆเริ่มมีอาการ และต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัด

ดังนั้นคนกลุ่มนี้จะเน้นไปที่สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ การออกกำลังกาย การนวด สินค้าประเภทวิตามิน โดยเน้นเกี่ยวกับ สุขภาพเฉพาะ โดยที่เกิดขึ้นในช่วงคนที่เกิดช่วง generation y และ millennium (กลุ่มคนที่เกิดมาในยุค digital)

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เครื่องนวดบ่า  วิตามินเสริมสายตา วิตามิน

ปัจจุบันคำว่า Digital ไม่ได้มีความหมายเฉพาะเกี่ยวกับ marketing เท่านั้น แต่ Digital มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง ของการเกิดสินค้า และการสร้างสินค้าด้วยเช่นกัน การสร้างสินค้าที่ตอบสนองต่อ lifestyle ของกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักและสามารถอยู่ได้อย่างยาวนานและยั่งยืนในยุคที่มีการใช้ Social Network

Digital Marketing Team Lead at STEPS ACADEMY (Digital Marketing Academy of Thailand)

Learning More

Top 5 คอนเทนต์ที่ควรอ่านก่อนวางเกมส์กลยุทธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิทัล
Quality Content Bring More Conversion
Digital Personalised Marketing อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่นักการตลาดไม่ควรพลาด