10 เครื่องมือออนไลน์ที่จะช่วยให้การตลาดของคุณง่ายขึ้น

10 เครื่องมือออนไลน์ที่จะช่วยให้การตลาดของคุณง่ายขึ้น

โลกของการตลาดออนไลน์นั้นกว้างใหญ่มาก ๆ และหากที่ผ่านมาคุณใช้เพียง Facebook หรือ Line@ คุณเพิ่งจะใช้ศักยภาพของการตลาดออนไลน์เพียง 10% ของทั้งหมด และต่อไปนี้คุณจะได้เรียนรู้เครื่องมือพื้นฐานสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

1. Facebook’s Power Editor

เครื่องมือสำหรับการทำโฆษณาบน Facebook หากคุณต้องการทำโฆษณาจำนวนไม่เกิน 10 โฆษณาอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าเครื่องมือนี้ แต่หากคุณต้องการทดสอบโฆษณาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั้น คุณอาจจะต้องทดลองโฆษณาเป็นจำนวนหลายสิบหรือหลักร้อยเลย ดังนั้นเจ้า Power Editor นี้ จะช่วยให้คุณสร้างโฆษณาที่คล้าย ๆ กัน ออกมาในเวลาอันน้อยนิด ซึ่งจากเดิมที่คุณอาจใช้เวลาในการสร้าง 1 ชั่วโมง อาจเหลือเพียงไม่กี่นาที

 

2. MailChimp

หากคุณทำ Email Marketing เพื่อเก็บข้อมูลอีเมล์ของผู้ชมและกลุ่มลูกค้าแล้วล่ะก็ คุณจะต้องมีเครื่องมือการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากคุณใช้ Excel ในการบริหารอีเมล์เป็นร้อย ๆ พัน ๆ นั้น Excel ก็อาจจะเอาอยู่ แต่หาก Email Lists ของคุณเติบโตระดับหลักหมื่น หลักแสน แล้วล่ะก็ คุณอาจจะต้องปวดหัวกับการใช้สูตร Excel และการจัดส่ง Email ให้กับฐานผู้ชมเหล่านั้น รวมไปถึงจะต้องสู้รบกับ Plateform Email อย่าง Hotmail หรือ Gmail ในฐานะที่อาจถูกมองว่าเป็นอีเมล์สแปมอีกด้วย

แต่เจ้า MailChimp จะช่วยให้คุณสามารถเก็บอีเมล์ได้ดีขึ้นแล้ว มันยังช่วยในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

3. Canva

หากคุณไม่มีทีมกราฟิคที่คอยทำรูปภาพในการโพสต์ลงบน Website/Blog หรือ Social Media ต่าง ๆ แล้วล่ะก็ คุณสามารถใช้ Canva ช่วยในการออกแบบได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเจ้าตัว Canva นี้ เป็นเครื่องมือในการจัดการรูปภาพกราฟฟิคขนาดที่เหมาะสมกับแพลตฟอร์มที่คุณจะนำไปใช้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของรูปบน Facebook, Instagram, Youtube หรือจะออกแบบขนาดของนามบัตร โปสเตอร์ ก็สามารถทำได้อีกด้วย

 

4. Google Analytics

หากคุณมีเว็บไซต์ธุรกิจของคุณ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่นอกจากจะต้องมี Content อยู่บนเว็บไซต์ของคุณแล้ว สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ เครื่องมือการเก็บสถิติ เครื่องมือการวัดผล ซึ่ง Google Analytics สามารถทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี แถมใช้กันแบบฟรี ๆ ไม่มีเงื่อนไขแฝงอีกด้วย สิ่งที่ Google Analytics จะมอบให้คุณนั้น จะทำให้คุณทราบว่า Content ใดบนเว็บไซต์ของคุณที่ได้รับการตอบรับที่ดีสุด, ผู้เข้าชมมาจากเว็บไซต์หรือสื่อโซเชียลใดเยอะเป็นอันดับต้น ๆ  รวมไปถึงมันสามารถเก็บข้อมูลได้กระทั่งว่า ลูกค้าเข้ามายังหน้าซื้อสินค้าแล้วไปไหนต่อ ออกจากหน้าเว็บไซต์หรือคลิกไปยังตะกร้าสินค้า

 

5. Sumo

หากคุณต้องการตัวช่วยที่จะทำให้เว็บไซต์เติบโต มีจำนวนคนเข้าเว็บไซต์มากขึ้น ก็เหมือนกับการมีคนเข้ามาที่หน้าร้านค้าของเรามากขึ้น ทำให้มีโอกาสในการนำเสนอสินค้าหรือบริการได้มากขึ้นเช่นกัน โดย Sumo นั้น จะมีเครื่องมือน่าใช้อยู่ 2 ประเภท ได้แก่

     a) เครื่องมือสร้าง Landing Page พร้อมเก็บ Email ในหน้า Home Page ของเว็บไซต์

เพื่อเพิ่มโอกาสในการเก็บ Email จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สำหรับนำไปทำ Email Marketing ต่อไป

     b) เครื่องมือวิเคราะห์หน้าเว็บเพจ

อาทิ Heat Map และ Content Analytics เพื่อวิเคราะห์ว่าคนเข้าเว็บไซต์ หรือ Sales Page แล้วมีการกด Click บริเวณไหนมากน้อยแค่ไหน มีการกดปุ่ม Call-to-Action กี่ครั้ง ไล่อ่านหน้าเว็บลงมาลึกแค่ไหน ฯลฯ เพื่อนำไปออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้คนอยู่นานขึ้นและ Click มากขึ้น เป็นต้น

 

6. Google Drive

บน Google Drive สามารถเก็บข้อมูลเป็นฮาร์ดดิสก์ออนไลน์ให้คุณใช้ฟรีได้ถึง 15 GB (ซึ่งคุณสามารถเพิ่มความจุนี้ได้ด้วยการจ่ายเพิ่มเพียงเล็กน้อยต่อเดือน) และหากกล่าวถึงโปรแกรมที่ใช้ออฟฟิศแล้ว ทุกคนก็รู้จัก Microsoft Office เช่น Word, Excel, PowerPoint และที่กล่าวมานั้น บน Google Drive ก็มีให้ใช้กันแบบฟรี ๆ ไม่ต้องจ่ายค่า License อีกด้วย โดยโปรแกรมที่มีให้ใช้ที่แนะนำมีดังนี้

a) Google Docs  ใช้สำหรับการพิมพ์และแก้ไขเอกสารต่าง ๆ

b) Google Sheets  ใช้สำหรับสร้างและแก้ไขสเปรดชีตต่าง ๆ

c) Google Slides  ใช้สร้างและแก้ไขงานนำเสนอที่สวยงาม

d) Google Forms  ใช้สร้างแบบฟอร์มที่สวยงามเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ลงทะเบียน

 

 

7. Google Alerts

คุณสามารถติดตามการเคลื่อนไหวในแวดวงอุตสาหกรรมของคุณได้อย่างใกล้ชิด ว่าในแวดวงอุตสาหกรรมของเรานั้น มีใครทำอะไร ที่ไหน และเมื่อไหร่ได้อย่างทันท่วงที หรือแม้กระทั่งใช้ติดตามว่า มีใครบนโลกออนไลน์กล่าวถึงเราบ้าง เพราะเจ้าตัวของ Google Alerts นี้ สามารถตั้งค่าด้วย Keyword หรือคำที่เราสนใจจะติดตาม ในทุก ๆ ครั้งที่ Google มีการอัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ มันก็จะแจ้งเตือนเราผ่าน Email ของเราทันที ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ด้วยว่า สามารถให้แจ้งด้วยความถี่แค่ไหน เช่นแจ้งทันที หรือทุก ๆ วัน ทุก ๆ สัปดาห์ ก็สามารถทำได้

 

8. Leadpages

หากคุณให้ความสำคัญกับการสร้าง Lead Generation ในการสร้างฐานรายชื่อว่าที่ลูกค้าให้กลายมาเป็นลูกค้า คุณจะต้องไม่พลาด Leadpages ที่ช่วยให้คุณสร้างหน้าเว็บเพจ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการลงทะเบียนของผู้เยี่ยมชมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจาก บทความ 3 ปัจจัยหลัก สูตรพิชิตขายด้วย Online Marketing  คุณจะพบว่า หากสามารถเพิ่มตัวแปร Conversion Rate ให้มีอัตราสูงขึ้นเพียงไม่กี่เปอเซ็นต์ ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล

 

9. Keyword Planner

หากคุณจริงจังกับการลงโฆษณาบน Google และจริงจังกับการทำ Search Engine Optimiztion (SEO) แล้วล่ะก็ คุณจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การใช้งาน Keyword Planner เพราะโปรแกรมจะวิเคราะห์จากพฤติกรรมการค้นหาจริง ๆ บน Google ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่มีผู้คนพิมพ์คำค้นหาบน Google เจ้าตัวโปรแกรมนี้ก็จะบันทึกข้อมูลและเก็บเป็นสถิติเอาไว้ ว่าจริง ๆ แล้ว ผู้คนบนโลกออนไลน์นั้น มักพิมพ์คำค้นหาว่าอะไรกันบ้าง ซึ่งเราสามารถนำไปทำโฆษณาบน Google Adwords หรือนำไปทำ SEO ให้กับ Content บนเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ติดอันดับการค้นหาที่ดีบน Google ได้อีกด้วย

บทความแนะนำ: SME ต้องรู้! พื้นฐานทำแบรนด์ให้ติด Google สำหรับผู้ประกอบการ

 

10. WordPress

หากกล่าวถึงการทำ Content Marketing บนเว็บไซต์ของธุรกิจของคุณแล้วล่ะก็ WordPress คือเครื่องมือที่จะทำให้การจัดการ Content ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นอย่างมาก เพราะหากกล่าวถึงเว็บไซต์ เจ้าของกิจการหลายถึงกับร้องเสียงหลงว่า มันเป็นเรื่องทีซับซ้อน ยุ่งยาก รวมไปถึง ใครจะนั่งมาเสียเวลาในการเรียนรู้เรื่องเขียนเว็บไซต์ด้วยภาษาคอมพิวเตอร์กัน แต่หากคุณจริงจังกับเรื่องการทำ Content Marketing บนเว็บไซต์ธุรกิจของคุณเองแล้วล่ะก็ WordPress สามารถจัดการได้อยู่หมัด โดยที่คุณแทบจะไม่ต้องรู้ภาษาคอมพิวเตอร์เลยก็ยังได้ เพราะมันถูกออกแบบมาให้ใช้งานเผยแพร่ Content ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงมีส่วนเสริม (Plugin) ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณดูดีและมีประสิทธิภาพให้เลือกใช้กันแบบนับไม่ถ้วน ซึ่งส่วนใหญ่ฟรีและใช้งานได้ดีอีกด้วย

เพียงแค่คุณมี 10 เครื่องมือออนไลน์เหล่านี้ การทำการตลาดออนไลน์ของคุณก็พร้อมรบในทุก ๆ สถานการณ์ ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายบนโลกออนไลน์ของคุณได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

 

Resources

  • https://sproutsocial.com/insights/digital-marketing-tools/
  • http://www.smartinsights.com/digital-marketing-platforms/essential-digital-marketing-tools-infographic/attachment/digital-marketing-tools-2017-1/
  • http://60secondmarketer.com/blog/2016/09/11/top-digital-marketing-tools/
5 Step-by-Step ทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งสำหรับ SME
ขายไม่ดีช่วงหยุดยาว? เทคนิคปั้นยอดขายออนไลน์ก่อนเงียบเหงาในช่วงเทศกาล