Adapt or Die เมื่อ Digital Economy รุกคืบนักธุรกิจไทยควรรับมืออย่างไร?

Adapt or Die เมื่อ Digital Economy รุกคืบนักธุรกิจไทยควรรับมืออย่างไร?

เศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ความหวังใหม่ของเมืองไทย ธุรกิจไทยควรรับมืออย่างไร เมื่อเรากำลังจะเข้าสู่ Digital Economy ที่แท้จริง เพื่อไม่ให้ธุรกิจของเราถูกกลืนหายไป จำต้องโบกมือลาจากสังเวียนธุรกิจ เราควรทำความรู้จักให้ดี พร้อมกับเตรียมการรับมือเสียแต่เนิ่น ๆ

แม้ว่าเรื่องราว Digital Economy จะไม่ใช่เรื่องใหม่แกะกล่อง เนื่องจาก Digital Economy นั้นเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในเมืองไทยอยู่เนื่อง ๆ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ในช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

เอาเข้าจริง ๆ จุดเริ่มต้น คำว่า Digital Economy เกิดขึ้นในระหว่างปี พ.ศ 2537-2539 ช่วงกลางยุค 90’s โดย ดอน แทปส์ค็อตต์ (Don Tapscott) ชาวแคนาดา เป็นผู้ให้กำเนิดคำว่า Digital Economy เพราะเขาเป็นคนแรกที่เขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องนี้

เพื่อทำความเข้าใจอย่างพอหอมปากหอมคอ Digital Economy คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัล ไอที เข้ามาปรับใช้ในการทำงานทั้งหมด โดยเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต บนเป้าหมายเพิ่มมูลค่า เพิ่มผลผลิตให้กับสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อให้ใช้เวลาการทำงานน้อยลง

 

Digital Economy มีบทบาทต่อธุรกิจอย่างไร?

แม้เรื่องราวของ Digital Economy อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าพิจารณาแบบหยั่งลึกถึงรากกันจริง ๆ แล้ว “ไม่ใช่เลย” เพราะ Digital Economy แทรกซึมอยู่รอบ ๆ ตัวเราอย่างแยกไม่ออก ยกตัวอย่าง

 

  • ความฮอตติดปรอทของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เช่น ร้านค้าออนไลน์เคลื่อนที่ไปได้ทั่วโลกที่ได้รับความนิยมอย่าง Amazon และ Ailbaba

 

  • กระแสฟินเทค (FinTech) ธุรกรรมออนไลน์ที่เข้ามาเขย่าภาคธุรกิจธนาคารดั้งเดิมให้ร้อน ๆ หนาว ๆ ไปตาม ๆ กัน ก็สังกัดอยู่ในเทรนด์ Digital Economy เช่นกัน

 

  • การมาของยุค Internet of Things หรือ IoT ที่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็นต้องใช้ดีไวซ์ สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์พีซีอีกต่อไป ซึ่งสร้างโอกาสให้กับหลาย ๆ ธุรกิจเช่นกัน

 

  • ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือที่คุ้นเคยในชื่อว่า AI ที่ทำงานได้เหมือนมนุษย์ เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น เช่น รถยนต์ไร้โชว์เฟอร์, หุ่นยนต์ต้อนรับ และอื่น ๆ อีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

 

ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเป็นผลพวงการมาถึงของ Digital Economy ชนิดที่ใกล้ชิด ราวกับยืนเคาะประตูบ้านเลยทีเดียว

สอดคล้องกับสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยมีมากกว่า 80% ภายใต้การเข้าถึงโลกออนไลน์ที่มากขนาดนี้ ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในหลายด้าน นั่นเป็นไปไม่ได้เลยที่นักธุรกิจไทยจะเพิกเฉยต่อการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ Hot issue นี้

 

จะทำอย่างไร เพื่อเอาตัวรอดในยุค Digital Economy

ทุกวันนี้มีผู้คนบนโลกกว่า 1,300 ล้านคนเชื่อมโยงอยู่บนโลกออนไลน์ โดย Gartner ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและที่ปรึกษาในสหรัฐอเมริกา ประเมินว่า “จำนวนดีไวซ์ที่เชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,600 ล้านเครื่องภายในปี 2563 จากที่เคยมีผู้ใช้งานเพียง 900 ล้านเครื่องในปี 2552”

การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เป็นเสมือนดาบสองคมที่มีทั้งโอกาส สร้างเม็ดเงินมหาศาล และยังเป็นอุปสรรค เพราะเมื่อตลาดเปิดกว้างขึ้น แน่นอนว่าย่อมมีผู้แข่งขันในธุรกิจมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะไม่มีขอบเขตแบ่งพรมแดนทางธุรกิจอีกต่อไปแล้ว

ในที่นี้ นักธุรกิจไทยไม่ต้องกังวลไป เราได้เตรียมวิธีรับมือ การมาของ Digital Economy ปรับเพื่อเปลี่ยนแบบฉบับเบื้องต้นด้วย 3 วิธีการง่าย ๆ “รู้ ปรับ รับมือ” ดังนี้

 

  • รู้ – คุณควรรู้จักธุรกิจของตนเองให้ดี วิเคราะห์ให้ชัดเจนไปเลยว่า วันนี้องค์กรของคุณขาดเหลือสิ่งใดบ้าง หากยังมีเพียงช่องทางออฟไลน์ คุณควรเริ่มมองหาช่องทางปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์

ทักษะการอยู่รอด การมองหาลู่ทางที่เหมาะสม โดยคิดแบบองค์รวม ปรับธุรกิจให้เข้ากับเทรนด์ Digital Economy เพื่อต่อยอดสร้างแต้มต่อให้กับธุรกิจที่เข้าถึง เข้าใจ เข้าจริง

 

  • ปรับ – คิดไอเดีย พร้อมกับลงมือทำมุ่งเน้นการพัฒนาให้ชีวิตของผู้บริโภคดีขึ้น อำนวยความสะดวกให้มากขึ้น มุ่งแก้ไขปัญหาเป็นหลัก พร้อมกับปรับตัวให้เร็วตอบสนองให้ทันท่วงที

ทำความเข้าใจทั้งเครื่องมือ เทคโนโลยี ผู้คน และผู้บริโภค อ่านใจให้ออกแล้ว เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุด คุณจะกลายเป็นผู้ชนะในธุรกิจท่ามกลางกระแส Digital Economy ได้ไม่ยาก

 

  • รับมือ – ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อใช้บริหารงาน เพิ่มความคล่องตัว ความยืดหยุ่น ลดต้นทุน มุ่งเน้นการทำธุรกิจแบบ Real time พร้อมกับเลือกใช้สื่อออนไลน์ให้เหมาะสมกับธุรกิจ

แน่นอนว่า การใช้สื่อรูปแบบเดิมเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก ดังนั้น ควรประยุกต์ใช้ช่องทางสื่อให้ครบเครื่อง ครบครัน เหมาะกับบริษัทของคุณ นี่เป็นช่องทางที่คุณจะต้องหาส่วนผสมที่ลงตัวให้องค์กร

เรียกได้ว่า “ใครปรับก่อนก็ได้เปรียบกว่า” หากรอช้าอาจจะไม่ทันการณ์ชวดรถด่วนขบวนสุดท้ายนี้ได้

ดั่งเช่นทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ล ดาร์วิน ที่ว่า “ธรรมชาติจะเลือกสรรสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ดีกว่า และแข็งแกร่งกว่าเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้” ดังนั้น ปรับตัววันนี้ยังไม่สายเกินไป

 

Kanokwan Chantorn
Content Team (STEPS ACADEMY)

 

Source:

https://www.forbes.com/sites/steveolenski/2015/06/24/3-steps-to-succeeding-in-todays-digital-economy/2/#1036b3392130

http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/misc/detail.php?SECTION_ID=525&ID=17339

https://www.etda.or.th/digital-economy.html

http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/642130

https://cheechongruay.smartsme.co.th/content/1508

https://www.nstda.or.th/th/nstda-r-and-d/595-digital-economy

http://www.information-age.com/digital-economy-5-ways-know-business-right-track-123467688/

 

5 ปัจจัยที่เจ้าของกิจการมักพลาด ในการทำตลาดผ่าน Facebook
5 Business Model แปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในยุค Digital Transformation