4 เคล็ดลับเพิ่มยอดขายด้วยวิดีโอ บน Social Media

increase-conversions-from-social-video

4 เคล็ดลับเพิ่มยอดขายด้วยวิดีโอ บน Social Media

ในปี  2017 นี้ การรับชมวิดีโอบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้รับความนิยมและมีการรับชมกันอย่างมาก และนักการตลาดเองก็ใช้วิดีโอเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ในการสื่อสารกับลูกค้าบน Facebook และ Instagram

อย่างไรก็ตาม วิดีโอสามารถทำได้มากกว่าแค่เพิ่มช่องทางในการกับลูกค้าแบบทั่วๆไปบนโซเชียลแพลทฟอร์ม

ซึ่งวันนี้ STEPS Training ขอนำเสนอบทความแปลจากเว็บ Econsultancy ในเรื่องของการใช้โซเชียลวิดีโออย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบโจทย์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และนำไปสู่การปิดการขายได้ เขียนโดย Nikki Gilliland ครับ

ผลสำรวจจาก Animoto รายงานว่า วิดีโอบนโซเชียลมีเดีย สามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าและ 64% ของลูกค้ากล่าวว่า วิดีโอการตลาดที่อยู่บน Facebook นั้น นำพาพวกเขาไปสู่การซื้อของออนไลน์ในเดือนที่ผ่านมา แล้วทำไมวิดีโอบนโซเชียลมีเดียถึงสามารถแปลงคนแปลกหน้าเป็นลูกค้าได้? นักการตลาดควรจะทำอย่างไร เพื่อที่จะดึงประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้วิดีโอออกมาได้? จากผลวิจัยของ Animoto นี่คือข้อมูลที่พวกเขารายงาน

มาพร้อมกับ 4 วิธี สำหรับนักการตลาดแปลงคนแปลกหน้ามาเป็นลูกค้าของเรา โดยใช้โซเชียลวิดีโอ

ชาว Millennials รักที่จะชมโซเชียลวิดีโอ

86% ของผู้บริโภคบอกว่า พวกเขาจะดูวิดีโอบนโซเชียลมีเดียเพียงไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 96% สำหรับผู้บริโภคที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี และ 75% ของชาว Millennials กล่าวว่า พวกเขาชมวิดีโอบนโซเชียลมีเดียวันละครั้งเป็นอย่างน้อย

แน่นอนว่า สถิติดังกล่าวอาจจะรวมไปถึงวิดีโอที่ไม่เกี่ยวกับแบรนด์เช่นกัน อาทิ โพสต์ของเพื่อนหรือครอบครัว อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้บ่งบอกว่ากำแพงระหว่างคอนเทนต์โฆษณา และคอนเทนต์ที่ไมใช่การโฆษณานั้น เริ่มที่จะมีความบางลง ซึ่งอาจหมายความว่า ระดับของการยอมรับและการเปิดใจรับในโฆษณาต่างๆ ก็อาจเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

Animoto พบว่า มีลูกค้าจำนวนมากยินดีที่จะรับบชมโซเชียลวิดีโอจากธุรกิจที่พวกเขายังไม่รู้จัก เช่นเดียวกับแบรนด์ใหญ่ๆที่พวกเขาใช้บริการเป็นประจำอยู่แล้ว

ชาว Millennials รักที่จะชมโซเชียลวิดีโอ

 

การยอมรับจากผู้ชม

แล้วทำไมผู้คนถึงมีความต้องการที่จะรับชมวิดีโอจากแบรนด์มากขึ้น? ปัจจัยหนึ่งก็คือ ผู้คนเริ่มเปลี่ยนมาใช้แพลทฟอร์มอย่าง Facebook และ Instagram ในการค้นหาแรงบันดาลใจ และใช้ในการค้นคว้าหาข้อมูลเวลาจะซื้อสินค้า ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว

พวกเขาไม่ได้แค่เสพคอนเทนต์ออนไลน์ดื้อๆ หรือแค่ค้นหาเว็บไซต์ E-commerceเพื่อซื้อสินค้า แต่พวกเขาใช้โซเชียลมีเดีย ในการค้นหาแรงบันดาลใจก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อสินค้าต่างๆ

เป็นที่รู้กันว่า การเลือกใช้รูปภาพที่ดีนั้น มีผลต่อการโฆษณาที่ดีอย่างแน่นอน แต่เสน่ห์ของการใช้วิดีโอนั้น สามารถเพิ่มความน่าสนใจต่อการโฆษณาได้อย่างมากเช่นกัน งานวิจัยยังแสดงให้เห็นอีกว่า หลังจากที่ลูกค้าได้เห็นวิดีโอที่มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ จะมีลูกค้าจำนวน 46% ที่เสิร์ชหาผลิตภัณฑ์นั้นบนโลกออนไลน์ต่อด้วยตนเอง

ในขณะเดียวกัน โซเชียลวิดีโอก็ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ที่ลูกค้าเข้ามาหาคำวิจารณ์และคำแนะนำต่างๆจากเพื่อนของพวกเขา หรือจากลูกค้าท่านอื่นๆ และใช้ช่องทางออนไลน์ เป็นแหล่งข้อมูลในการหาคำรับรองจากสังคม (Social proof)

PWC รายงานว่า 45% ของนักช็อบปิ้งออนไลน์ทั้งหลายกล่าวว่า การได้อ่านคอมเมนต์และกระแสตอบรับจากโซเชียมีเดียนั้น มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อและกลายเป็นนิสัยในการช็อบปิ้งออนไลน์ของพวกเขาไปแล้ว วิดีโอที่มี Influencers (ผู้นำความคิด) ประกอบ เป็นหนึ่งในวิธีการใช้วิดีโอโฆษณาที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก ด้วยความน่าเชื่อถือและอิทธิพลที่พวกเขามีต่อความคิดของลูกค้า จะช่วยผลักดันและกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าได้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ถึงคอนเทนต์วิดีโอจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ Influrencer เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่การคอมเมนต์ การแชร์ หรือการมีส่วนร่วมของลูกค้า ก็ทำหน้าที่เป็นเหมือนการรับรองจากสังคมได้เช่นกัน

การยอมรับจากผู้ชม

 

พฤติกรรมของผู้ใช้ดั้งเดิม ในแพลทฟอร์มนั้นๆ (Native User)

โซเชียลวิดีโอสามรถก่อให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างง่ายดาย เพราะมันได้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้ที่ใช้แพลทฟอร์มนั้นๆมานานแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ดั้งเดิม (Native User) และมีความคุ้นชินกับแพลทฟอร์มนั้นๆ

วิดีโอของแบรนด์ กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ผูกพันกับประสบการณ์ในการใช้โซเชียลมีเดียของพวกเขา และผู้คนก็เสพคอนเทนต์โดยการดูฟีดไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ตั้งใจที่จะค้นหาสินค้า

ด้วยเหตุนี้ Facebook สามารถสร้างการปฏิสัมพันธ์และการซื้อได้มากกว่าแพลทฟอร์มอื่นๆ และจากผลสำรวจของ Animoto รายงานอีกว่า 67% ของนักการตลาด ทำการลงทุนจ่ายเงินในการ Boost วิดีโอโพสต์ หรือวิดีโอโฆษณาบน Facebook ใน 12 เดือนที่ผ่านมา

ดังนั้น เมื่อเรารู้แล้วว่าโซเชียลวิดีโออาจจะสามารถช่วยแปลงลูกค้าของคุณได้ คำถามต่อไปก็คือ นักการตลาดสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะใช้โอกาสนี้อย่างมีประสิทธิภาพต่อการเพิ่มยอดขายที่สุด

นี่คือแนวทางต่างๆ พร้อมกับการยกตัวอย่างจากแบรนด์

1. Call-to-action ต้องมี!

ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์วิดีโอประเภท Behind-the-scene หรือวิดีโอโฆษณาปกติ ปุ่ม Call-to-action (ปุ่มที่นำลูกค้าไปสู่เพจที่เราต้องการ) ที่สามารถเห็นได้ชัด หรือการมีสิ่งที่จะสามารถส่งลูกค้าไปสู่ขันตอนต่อไปของเรานั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกค้ากำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจซื้อ

โซเชียลวิดีโอสามารถนำลูกค้าไปสู่การซื้อได้ใน “ภายหลัง” แต่ปุ่ม CTA ที่ดีสามารถเคลื่อนย้ายลูกค้าที่กำลังใช้โซเชียลแพลมฟอร์ม ไปสู่แพลทฟอร์ม E-commerce ของเราได้ “ณ ขณะนั้น” เลย

Macy’s เป็นหนึ่งในร้านค้าปลีก (Retailer) ที่ใช้ Facebook Video ได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขาทำการใช้มันอย่างต่อเนื่องในการดึงความสนใจจากลูกค้าใน Collection ต่างๆ นี่คือการใช้คอนเทนต์วิดีโอทีสะดุดตา และประกอบด้วยปุ่ม CTA ที่เขียนว่า “Walk this way” ซึ่งน่าสนใจและมีประสิทธิภาพมากเวลาที่โชว์อยู่บน News feed ที่พร้อมสำหรับการเรียกความสนใจจากลูกค้า

2. ระยะเวลาของวิดีโอเป็นสิ่งสำคัญ

ผลสำรวจของ Animoto สรุปว่า ระยะเวลาของวิดีโอมีผลกระทบต่อการที่ลูกค้าเลือกที่จะ “รับชม” หรือเลือกที่จะเลื่อนผ่านไป ลูกค้าจะใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจ ว่าพวกเขาอยากจะชมวิดีโอจนจบหรือไม่

  • 43% ของลูกค้าบอกว่า พวกเขาจะตัดสินใจภายใน 15 วินาที
  • 73% จะตัดสินใจภายใน 30 วินาที

ดังนั้น วิดีโอจำเป็นที่จะต้องมีความน่าสนใจและดึงดูดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิดีโอที่ดำเนินเรื่องช้า หรือมี Intro (บทนำ) ที่น่าเบื่อ จะทำให้ผู้ชมกดออกและเลิกรับชมคลิปในทันที วิดีโอที่มีความยาวประมาณ 1 นาทีหรือมากกว่านั้น เป็นความยาวที่ลูกค้าต้องการและชื่นชอบ ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ใช้วิดีโอที่มีความยาวระหว่าง 30-60 วินาที จะมีประโยชน์ต่อการให้ผู้รับชมเข้ามาทำความรู้จักกับแบรนด์

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ระยะเวลาที่ลูกค้าให้ความสนใจ คือตัวแปรที่จะแปลงลูกค้าของเราให้เกิดการซื้อ ซึ่งหมายความว่า หากผู้ชมสละเวลารับชมวิดีโอนั้นๆมากกว่า 1 นาที พวกเขาจะมีแนวโน้มที่จะหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์นั้นต่อด้วยตนเองในภายหลัง

Kade Spade เคยทดลองใช้วิดีโอเสนอขายสินค้าประเภท Long-form (คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาค่อนข้างยาว) ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อดึงลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วม โดยทำการปล่อยคอนเทนต์ออกมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาจะมั่นใจได้ว่าวิดีโอเหล่านั้นจะส่งผลกระทบในด้านดี จนสามารถเพิ่มความเป็นไปได้ในการแปลงลูกค้า

3. รู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณอย่างแท้จริง

โซเชียลวิดีโอใช้ได้ดีกับทุกๆ E-commerce หรือไม่?

งานวิจัยของ Deloitte รายงานว่า สินค้าปลีกบางประเภทจะขายดีกว่าสินค้าอื่นๆ

  • 56% ของผู้ซื้อจะถูกโน้มน้าวใจจากโซเชียลมีเดียมากกว่า เมื่อพวกเขาต้องการซื้อสินค้าสำหรับเด็ก
  • 40% กล่าวเช่นเดียวกัน สำหรับสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์
  • 33% สำหรับสินค้าประเภทสุขภาพ

ซึ่งส่งผลกระทบต่อช่องทางที่แบรนด์ใช้ในการนำเสนอวิดีโอ

แบรนด์ค้าปลีกที่ใช้โซเชียลวิดีโอชื่อ Kiddicare ใช้ YouTube Channel ของพวกเขา ในการโพสต์วิดีโอคอนเทนต์ประเภทรีวิว และวิดีโอสาทิตการใช้สิ่งของต่างๆอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้โฟกัสในการโพสต์บน Facebook หรือแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆแบบที่ทำบน YouTube เนื่องจากว่า พวกเขาเข้าใจและรู้จักกลุ่มเป้าหมายหลักของพวกเขาอย่างแท้จริง กลุ่มแม่ๆที่มีลูกนั้น มีความวางใจในวิดีโอบน YouTube มากกว่าในการหาข้อมูลหรือชมคอนเทนต์ประเภท การดูแลเลี้ยงดูลูก หรือการให้คำแนะนำ Kiddicare ตั้งใจที่จะทำให้แบรนด์ขึ้นเป็นที่หนึ่ง เมื่อผู้ปกครองที่นึกถึงสินค้าสำหรับเด็ก

4. ทำให้รองรับการใช้งานบนมือถือ

82% ของชาว Millennials กล่าวว่า พวกเขามักจะชมโซเชียลวิดีโอบนมือถือเป็นหลัก การเพิ่มประสิทธิภาพของการชมบนมือถือจึงสำคัญมาก คุณต้องมั่นใจว่าวิดีโอของมีข้อความเป็นส่วนประกอบ และสามารถแสดงผลได้ในรูปแบบ Square (สี่เหลี่ยมด้านเท่า) หรือ Vertical (แนวตั้ง)

Animoto พบว่า 26% ของกลุ่มลูกค้าจะไม่ค่อยรับชมวิดีโอจนจบ หากวิดีโอนั้นไม่รองรับรูปแบบของการชมในแนวตั้ง ในขณะที่ 39% มักจะชมวิดีโอจนจบหากวิดีโอนั้นมีข้อความประกอบด้วย

ในช่วงต้นปีนี้ Facebook ได้เปิดตัว Ad รูปแบบใหม่ชื่อว่า “Collection” ซึ่งออกแบบมาสำหรับใช้งานบนมือถือโดยเฉพาะโดยเมื่อผู้ชมกดเข้าไปที่ Ad พวกเขาจะได้รับชมสินค้าที่เกี่ยวจ้องกับพวกเขาเป็นจำนวนมาก Tommy Hilfiger ได้ทำการทดลอง Ad ตัวใหม่นี้กับกลุ่มลูกค้า ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จจริง แบรนด์ค้าปลีกสินค้าประเภทแฟชั่น ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนถึง 2.2 เท่า และได้ผลตอบแทบเพิ่มขึ้น 200% จากการทำโฆษณา

 

 

ที่มา :

https://www.econsultancy.com/blog/69417-four-ways-marketers-can-increase-conversions-from-social-video

3 หมัดเด็ดมัดใจลูกค้า บนโลกออนไลน์
ปัดฝุ่นพื้นฐาน Facebook Algorithm สร้างโพสต์คุณภาพบน News Feed